การอำนวยความสะดวก (Facilitation) ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แบบบูรณาการการทำงานของสมองสองซีก ในการผลิตชิ้นงานที่มีความหมาย (Meaningful Task) เพื่อเป้าหมายการพัฒนาทักษะ IT ภาษา E และ Creativity
ก่อนที่ตนเองจะเขียนบันทึกเรื่อง "การเรียนรู้ยุค IT ขอเพียงมี "คุณอำนวย" (ที่มีประสิทธิภาพ)" ผู้เขียนได้เข้ามาศึกษาว่า มีท่านใดเขียนในแง่ใดเกี่ยวกับ "Facilitator" ไว้บ้าง โดยได้อ่าน เรื่อง “ฟรี Blog-to-Book : The Art of Facilitator” ของ ดร.จันทวรรณ ปิยวัฒน์ ผู้ดูแล GotoKnow (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/477245) เรื่อง "JJ2012V2_3 วิถีแห่งคุณอำนวยจัดให้เต็มๆ เอาอยู่แน่” ของท่าน JJ ผู้นำด้าน Facilitator KM (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/477328) และได้หาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ "Facilitator" จากบันทึกเรื่อง “Facilitator คือใคร? คำถามที่ถูกถามบ่อย” ของ คุณจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร (http://www.gotoknow.org/blogs/posts/474006) ซึ่งได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ "Facilitator" ไว้อย่างชัดเจน ผู้เขียนขอสรุปสาระบางส่วนไว้้ ดังนี้ (ขอขอบคุณเจ้าของบันทึกทั้ง 3 ท่านค่ะ)
“Facilitator” (วิทยากรกระบวนการ) หมายถึง ผู้ทำให้เกิดความสะดวก หรือ ผู้ที่ทำให้เกิดความง่าย ในด้านการเรียนรู้ จะหมายถึงผู้ที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้ บทบาทของ Facilitator ได้แก่ 1) เป็นผู้เป็นประสานงาน (Coordinator) 2) เป็นผู้กระตุ้น (Catalyst) ให้เกิดการเรียนรู้ 3) เป็นผู้สังเกตการณ์ (Observer) 4) เป็นผู้สร้างบรรยากาศ (Climate Setter) 5) เป็นผู้ช่วยการสื่อสาร (Communicator Enabler) และ 6) เป็นพี่เลี้ยงในการเรียนรู้ (Learning Coach) คุณสมบัติที่จำเป็นที่สุดของวิทยากรกระบวนการ คือ “การเป็นบุคคลเรียนรู้" มีความรู้เป็นสหวิทยาการ (องค์รวม) โดยมีฐานคิดที่ว่า ความรู้นั้นเป็นพลวัต มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเป็นบุคลเรียนรู้ ทำให้วิทยากรกระบวนการตื่นรู้เสมอกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสรรพสิ่ง นอกจากนั้น ยังต้องมี “ความศรัทธา” เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถ เชื่อว่า “ความรู้เกิดจากการเรียนรู้ร่วมกัน”และการเรียนรู้ร่วมกัน นำไปสู่พลังทวีคูณและการพึ่งตนเองทางด้านความรู้ แล้วออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความพึงพอใจ ความสุข ของกลุ่มเป้าหมาย
จากความหมาย บทบาทและคุณสมบัติสำคัญของ Facilitator ที่กล่าวมา ผู้เขียนรู้สึกมั่นใจในบทบาทของตนด้าน "การอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพ-ประสิทธิผล" หรืออย่างที่พูดให้จำกันได้ง่ายๆ ว่า เป็น “คุณอำนวย” เพราะเชื่อว่า ตนเองมีคุณสมบัติสำคัญของการเป็น "คุณอำนวย" ทั้งสามประการในปริมาณที่เข้มข้น อนึ่ง การจัดการเรียนรู้ของผู้เขียนตลอดเวลาเข้าปีการศึกษาที่ 35 ของการเป็นอาจารย์สถาบันอุดมศึกษา ได้เน้นการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงที่สัมพันธ์กับชีวิตจริง ตามแนวคิด "When I do, I understand." ของขงจื๊อ (Confucious) และ Learning Piramid ที่แสดงให้เห็นว่า การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติกิจกรรม (Practice Doing) จะทำให้ผู้เรียนยังคงประสบการณ์การเรียนรู้เอาไว้ได้ 75 % ดังภาพข้างล่าง
ตัวอย่างหนึ่งของการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนระดับปริญญาตรี ในกิจกรรมการพัฒนาตน ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของการเรียนรู้ในรายวิชา "พฤติกรรมมนุษย์กับการพัฒนาตน : Human Behavior and Self Development" ในภาคเรียนนี้ (ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554) คือ การอำนวยความสะดวก (Facilitation) ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แบบบูรณาการการทำงานของสมองสองซีก ในการผลิตชิ้นงานที่มีความหมาย (Meaningful Task) เพื่อเป้าหมายการพัฒนาทักษะ IT ภาษา E และ Creativity (ดังภาพประกอบข้างล่าง)

(ขอบคุณภาพจาก Internet)
กิจกรรมดังกล่าว มีวัสดุที่ใช้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ คือ 1) ใบความรู้ตัวอย่างถ้อยวาจาอันไพเราะและคำอวยพรภาษาอังกฤษพร้อมคำแปล ซึ่ง มีข้อความจูงใจไว้ว่า การเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่จะให้ได้ผลดี วิธีหนึ่งคือ การเรียนรู้โดยการนำไปใช้จริง (Authentic Learning) จึงขอให้นักศึกษาเลือกถ้อยวาจาอันไพเราะหรือคำอวยพรภาษาอังกฤษที่ชอบที่สุด ไปใช้ในการเขียนบัตรอวยพร โดยอาจใช้ประโยคที่คิดขึ้นใหม่จากการรวมประโยคที่มีอยู่เดิม และ 2) ใบงานการทำปฏิทินปี 2012 (2555) จาก Web. พร้อมด้วยคำอวยพรปีใหม่ภาษาอังกฤษ ซึ่งนักศึกษาสามารถเลือกใช้คำอวยพรจากใบความรู้ หรือคำอวยพรที่ได้มาจากแหล่งเรียนู้อื่นๆ ก็ได้ สำหรับการสร้างปฏิทินจาก Web. นั้น มีคำชี้แจงว่า ให้นักศึกษาสร้างปฏิทินปี 2012 (2555) ...ดังตัวอย่างปฏิทินที่สร้างจาก http://www.dltk-card.com/calendar/ แนะนำโดย โอ๋-อโณ (http://www.gotoknow.org/posts/473395) โดยนักศึกษาสามารถใช้เว็บอื่นในการสร้างได้ ดังใบความรู้และใบงานข้างล่าง

ขอขอบคุณ "คุณโอ๋-อโณ" กัลยาณมิตรที่ผู้เขียนได้เข้าไปอ่านบันทึกของเธอที่ได้แนะนำเว็บสำหรับทำปฏิทิน แล้วผู้เขียนก็ได้ลองทำดู จากนั้นก็เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างใบงานดังกล่าว (ซึ่งได้แจ้งให้เธอทราบแล้ว พร้อมทั้งรายงานการตอบรับของนักศึกษาต่อใบงานนั้นด้วย)
ผู้เขียนรู้สึกพึงพอใจที่นักศึกษาแสดงการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งการทำบัตรอวยพรปีใหม่ที่มีคำอวยพรภาษาอังกฤษและการทำปฏิทินจากเว็บ การตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากสีหน้าแววตาของนักศึกษาขณะรับฟังคำอธิบายและการแสดงตัวอย่างการทำปฏิทิน และพฤติกรรมการส่งงาน กิจกรรมทั้งสองอย่างเป็นการเรียนรู้ด้วยสมองซีกซ้าย คือ การเรียนรู้ด้านภาษาและเทคโนโลยี และการเรียนรู้ด้วยสมองซีกขวา คือ การคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ในการออกแบบภาพประกอบ การให้สี และการวางข้อความ การกำหนดให้มีภาพของเจ้าของผลงานในการทำปฏิทิน เป็นการใช้ยุทธวิธีจูงใจให้อยากทำ และผลพลอยได้ คือ อาจารย์จะได้รู้ว่าใครเป็นใครแม่นยำขึ้น (จริงๆ แล้วผู้เขียนก็มีกิจกรรมที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนเป็นรายบุคคลแทบทุกสัปดาห์ รวมทั้งมีข้อมูลผู้เรียนราบยบุคคลที่ได้ให้กรอกตั้งแต่สัปดาห์แรกอยู่ในมืออยู่แล้ว) อนึ่งในการเรียนรายวิชานี้ ผู้เขียนได้ให้นักศึกษาเขียนรหัสประจำตัวแทนเขียนเฉพาะเลขที่ เพราะนักศึกษาที่เรียนมาจาก 29 สาขาวิชา การเขียนรหัสจะให้ข้อมูลครบถ้วน เช่น รหัส S.03-T.T.M.1.1-45 จะทำให้ทราบว่านักศึกษาที่มีรหัสดังกล่าวเรียนใน Section 03 มาจากสาขาการแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine) เรียนในชั้นปีที่ 1 หมู่เรียน 1.1 เลขที่ใน Section 03 คือ 45 การทำให้การเรียนรู้มีความหมาย ก็คือ สิ่งที่ให้ทำนั้นนักศึกษาสามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งบัตรอวยพรที่ได้ให้ทำและมอบให้ใครคนใดคนหนึ่งจริงๆ แต่ให้ขอยืมกลับไปให้อาจารย์ตรวจก่อน และปฏิทินก็สามารถใช้ดูได้ตลอดปี ตัวอย่างบัตรอวยพรปีใหม่ที่มีคำอวยพรภาษาอังกฤษถูกต้อง (ภาพซ้าย) และตกหล่น คำว่า "the next" ข้อความที่ถูกต้องสมบูรณ์คือ "the next year." (ภาพขวา)

ตัวอย่างปฏิทินที่นักศึกษาทำ นำมาให้ดูบางส่วนที่ออกแบบต่างๆ กัน ดังนี้




และชิ้นสุดท้ายเป็นผลงานของนักศึกษาชาวกัมพูชา ที่น่ารักมาก เข้าเรียนตลอด 14 ครั้งที่ผ่านมา ต่างจากเพื่อนนักศึกษาไทยที่ไปขออาศัยเรียนด้วยกัน (มีนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ไปขออาศัยเรียนกับผู้เขียน 3 คน ซึ่งผู้เขียนได้บอกตั้งแต่วันที่ไปขออาศัยเรียนแล้วว่า ผู้เขียนจะให้เรียนรู้แบบปฏิบัติกิจกรรมทกสัปดาห์ จึงมีงานมาก ถ้าคิดว่าตนทำไม่ได้ก็ให้ไปขออาศัยเรียนกับอาจารย์อีกท่านหนึ่ง ซึ่งจะเน้นการเรียนเนื้อหา แต่ทั้ง 3 คนก็ยืนยันที่จะเรียนกับผู้เขียน)

นี่เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของ "การอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้แบบบูรณาการการทำงานของสมองสองซีกในการผลิตชิ้นงานที่มีความหมาย เพื่อเป้าหมายการพัฒนาทักษะ IT ภาษา E และ Creativity" ที่ผู้เขียนหวังว่า จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ "การแสดงบทบาทของครูอาจารย์ ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน (Facilitator)" ที่จะยังประโยชน์อยู่บ้าง ต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของไทย
และผู้เขียนขอมอบ "ดอกทองกวาว : ดอกไม้ประจำคณะครุศาสตร์ มรภ.อุบลฯ" ซึ่งอยู่ตรงทางออกประตูด้านหน้าของฝั่งคณะครุศาสตร์ ที่จะออกไปยังถนนแจ้งสนิท และ "ดอกไม้สีม่วง : พวงเสลาที่สวยเย็น" (ต้นเสลาปลูกตามโครงการถนนสีม่วงสองข้างถนนแจ้งสนิทดังกล่าว ช่วงจากหอนาฬิกาไปจดถนนวงแหวนที่เลี้ยวซ้ายจะเป็นเส้นทางไปจังหวัดศรีสะเกษ เลี้ยวขวาจะเป็นเส้นทางไปจังหวัดอำนาจเจริญ ถ้าตรงไปจะไปจังหวัดยโสธร) เพื่อเป็นการขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน ที่กรุณาเข้ามาอ่าน ให้กำลังใจ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ค่ะ



ประทับใจความเป็นคุณอำนวยของอาจารย์คะ
ที่ประยุกต์การทำปฎิทินด้วยเวบ ที่พี่โอ๋แนะนำ
แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์และ "การเป็นบุคลเรียนรู้"
ของผู้สอนด้วยคะ
สวัสดีค่ะ
วันนี้คุณอำนวยทำให้ ยิ้มมีสุข ค่ะ
ระลึกถึงเสมอนะคะ
สวัสดีค่ะ
ขอชื่นชมบทบาทที่เป็นทั้ง "Facilitator" แล้ว "Co-learner"แก่ผู้เรียนนะคะ...
อาจารย์สามารถประยุกต์ใช้ได้เยี่ยมมากจริง ๆ ค่ะ ชื่นชม สมกับเป็นบุคคลรุ่นใหม่ที่รู้จักการพัฒนาตนเองได้เก่งจริง ๆ ค่ะ
ขอปรบมือใหคุณพี่อีกคนนะคะเพราะมีความวิริยะ คล้ายคุณพี่พจนา ด้วยสาเหตุที่คุณอำนวยป่วย(อ่อนล้า ไม่มีเรียวแรง..=อืดดดด ช้า) แต่คุณพี่ทั้งสองก็มีความเพียร ทำให้นึกถึง พระมหาชนกเลยนะคะ..ณ วันนี้อยากเห็นเด็กไทย คนไทย มีความอดทน อดกลั้น รอคอย..ได้สักครึ่งของคุณพี่ทั้งสองก็ยังดี..เราก็เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนจะโน้มน้าวให้เขาได้มีสิ่งนี้ในความคิด แต่ก็ยากยิ่งนัก...แต่จะพยายามค่ะ..ขอพยายามตามคุณพี่ทั้งสองนะคะ
ด้วยความเคารพยิ่ง
คุณพี่ทั้งสองคือ
และ 
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของคุณอำนวยที่น่าเรียนรู้สู่การปฏิบัติที่น่าชื่นชมค่ะ
หุๆๆแอบมาดูคุณอำนวยของคุณพี่ยามดึก
คิดฮอดหลายๆๆอยากมาจูจุ๊ฟคุณพี่ทุ๊กวันแน้
แต่งานเยอะโก๊ดเยยแงๆๆ
เอาเครื่องเซ่นไหว้มาขอขมาท่านพี่คิกๆๆ
เจี๊ยกเล่นมาแบบคู่ขนาน ทั้งใหญ่และเล็ก ท่านพี่ช่วยเขี่ยทิ้งไปทีนะเจ้าคะอิอิ
เรียน ผศ.วิไล
ผมขออนุญาตSaveไว้ศึกษาเรียนรู้นะครับ
ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในวงการศึกษาของไทย คิดและทำแบบ "คุณอำนวย" บ้านเมืองของเจริญรุดหน้า ไม่ต้องปฏิรูปแล้วปฏิรูปเล่า เฝ้าแต่ปฏิรูปอะไร ก็ไม่รู้ เฮ้อ
น้องอินคะ พี่ Copy ภาพกัลยาณมิตรมาวางไม่ได้อีกแล้ว
อ้อ! "คุณอำนวย GotoKnow" ของเราป่วยเหรอคะ Admitted ที่รพ.ไหนคะ เผื่อจะหาโอกาสไปเยี่ยม
รู้ไหมคะตอนที่พี่พยายามเข้า 'net พี่นึกถึงความเพียรพยายามของพระมหาชนกในการว่ายเข้าหาฝั่ง เหมือนที่น้องพูดถึงเลย หลังจากที่พี่ตอบอาจารย์หมอป.และน้องอิน พี่ก็ไม่สามารถตอบความเห็นหรือแสดงความเห็นได้อีกเลย พี่พยายามเข้าไปแสดงความเห็นที่บันทึกอาจารย์หมอป.ตอนหัวค่ำไม่สำเร็จ รอบที่สองใช้ความพยายามจากยังไม่ 6 ทุ่ม จนตีสองเศษก็ไม่สำเร็จ รอบ 3 ตอนก่อนเข้าเมืองวันนี้ก็ไม่สำเร็จค่ะ จนเข้าเมืองแล้วถึงทำได้สำเร็จในการแสดงความเห็นครั้งที่ 4
ขอบคุณนะคะ ที่มองเห็นความเพียรพยายามของพี่และน้องพจนา
• ขอบคุณ "คุณบุษยมาศ (ขอโทษด้วยค่ะที่ไม่สามารถนำภาพมาวางได้) " มากนะคะกับปิยวาจาว่า "อาจารย์สามารถประยุกต์ใช้ได้เยี่ยมมากจริง ๆ ค่ะ ชื่นชม สมกับเป็นบุคคลรุ่นใหม่ที่รู้จักการพัฒนาตนเองได้เก่งจริง ๆ ค่ะ"
• แต่ สำหรับคำว่า "สมกับเป็นบุคคลรุ่นใหม่" นี่ต้องขอเรียนว่า จริงๆ แล้วตนเองเป็นคนรุ่นเก่า แต่พยายามเรียนรู้เทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ค่ะ
• เมื่อรู้ว่าตนไม่เก่ง IT เลยพยายามจะเรียนรู้ค่ะ อย่างเช่น ปี 2547 มหาวิทยาลัยจัดอบรมหลักสูตรการทำ PowerPoint และโปรแกรม Dream Webwer ให้บุคลากรของมหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตร 3 เดือน อบรม 17.30-19.30 น. จันทร์-ศุกร์ ปรากฏว่า ผู้เข้าอบรมที่เป็นอาจารย์มีดิฉันคนเดียว นอกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่จากส่วนงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ขณะวิทยากรให้การอบรม เจ้าหน้าที่ถามว่า "อาจารย์ตามทันไหมคะ หนูไม่ทันเลยค่ะ" ก็ตอบเธอไปประมาณนี้ "หนูอยู่กับคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ยังตามไม่ทัน แล้วอาจารย์ที่ไม่ได้ค่อยได้ใช้จะตามทันได้ยังไงคะ หนูๆ ต้องพยายามตามให้ทันนะคะ ตรงไหนที่ไม่ทันอาจารย์จะได้พึ่งพาพวกหนูในภายหลัง"