กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินกล้วยน้ำหว้าเป็นขนมหวาน เดินให้นานๆ วันละห้าพันก้าว

        ผักผลไม้ทุกๆคนรู้ว่าผักผลไม้มีคุณค่าทางอาหารส่งผลดีต่อสุขภาพ  ทุกคนทราบ แต่คนไทยยังกินผักผลไม้   ไม่เพียงพอ   ส่งผลต่อสุขภาพที่เสื่อมถอยก่อนวัยอันควร  

      สัดส่วนที่ควรรับประทาน ผัก 3 ส่วน ผลไม้ 2 ส่วน หรือต้องรับประทานผักผลไม้ ให้ได้ครึ่งหนึ่งของอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน

        ผักผลไม้ให้ดีต้องกินสดๆ แต่ก็มีวิธีเก็บรักษาผักผลไม้สดดังนี้......

+ควรเก็บผักผลไม้ที่ยังไม่ได้ล้างในถุงพลาสติก  ผนึกปิดสนิทในช่องเก็บผักผลไม้ของตู้เย็น ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ -1 ถึง 4  คงปริมาณวิตามินได้ 2-3  วัน  

+ ล้างผักผลไม้โดยให้น้ำผ่านดีกว่าแช่ผักผลไม้ไว้นานๆ เพราะวิตามินสูญสลายได้มากกว่า

+ การปรุงอาหารใช้ใชัอุณหภูมิสูงในเวลาสั้นๆ ดีกว่าใช้อุณหภูมิเวลานาน

+ ถ้าต้องต้มผักให้ใช้น้ำน้อยที่สุด และต้มน้ำให้เดือด จึงนำผักใส่ลงไปไม่ควรปิดฝา  

+ หากจะกินสลัดผักให้ได้คุณค่า ควรหั่นผักในทันทีก่อนนำมากินเป็นการลดการสูญเสียวิตามมิน  

          "สุขภาพดีอยู่ที่วิธีกินเป็นสำคัญ "

(ข้อมูลจาก จดหมายข่าว สัญญาณสุขภาพ  ปีที่ 1 ฉบับที่ 7 เดือนกรกฎาคม 2554)

          สอดคล้องกับวิถีพอเพียงชุมชนชาวบ้าน ที่ทำแปลงผักรวม เลี้ยงปลารวมเพื่อเป็นแหล่งความมั่นคงทางด้านอาหารของชุมชนตำบลควนรู สงขลา

      อาจารย์ สมนึก หนูเงิน บอกว่าสุขภาพคือความพอดี พอเพียง ตามวิถี ต้อง

         "กินปลาเป็นหลัก  กินผักเป็นยา กินกล้วยน้ำหว้าเป็นขนมหวาน เดินให้นานวันละ 5000  ก้าว"

             เท่านี้ก็เป็นการสร้างสุขภาพให้ตนเองแล้ว