การขยายและเพิ่มพูนประสบการณ์ในการเรียนรู้เป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน

         วันนี้ครูนกมีแผนการนำการทดลองเคมีเสมือนสู่ห้องเรียนอีก ๒ ห้องสุดท้าย


         ในห้องแรก นักเรียนนำโน๊ตบุ๊คมาเลยเครื่องทำให้จุดมุ่งหมายของครูสำเร็จไปหนึ่งอย่างคือ นักเรียนลงโปรแกรมพร้อมใช้งานได้จริง  ครูนกคงใช้ขั้นตอนการสอนแบบเดิมคือ สอนขั้นตอนการลงโปรแกรม ต่อมาแนะนำชุดการทดลองสำเร็จที่มีให้ใช้ทั้้งแบบ online และ Local และสุดท้ายคือสอนให้นักเรียนออกแบบการทดลองเอง  อีกทั้งวันนี้ครูนกมีคู่มือการใช้โปรแกรมที่นำเสนอเป็นขั้นตอนจากประสบการณ์ของตัวครูนกเอง ครูนกจัดทำเพียง 25 เล่ม (ทำเอง ทำน้อย แต่ใช้สอยให้คุ้มค่า) เด็กๆกลุ่มนี้จะตื่นเต้นกับข้อมูลเชิงลึกของโปรแกรมเช่น ชื่อปฏิกิริยาเคมี พลังงานความร้อนของปฏิกิริยา การนำมาใช้ในแง่ให้นิยามของโมล ตลอดจนการเขียนกราฟ

 


         ในอีกห้องช่วงบ่าย ทั้งห้องนักเรียนนำโน๊ตบุ๊คมาเพียง 1 เครื่อง ทั้งนี้ตัวแทนห้องมาบอกครูนกว่า "มันหนัก เพื่อนๆ ไม่อยากหิ้วมา เพราะแค่มาลงโปรแกรม"  ครูนกเลยให้ข้อมูลว่า เราจะลงโปรแกรมพร้อมออกแบบการทดลอง  แต่สุดท้ายก็หนึ่งเครื่องนะค่ะ ครูนกเลยถามเด็กๆ ว่าจะอย่างไร  เด็กๆ บอกว่า เขานั่งดูครูทำ แล้วเคยนำแผ่นโปรแกรมไปลงที่บ้าน  ครูนกเลยทิ้งประเด็นว่า "ลูกเคยเห็นเซลล์แมนจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ หรือเปล่า มือซ้ายหิ้วกระเป๋า มือขวาหิ้วชุดสาธิต หลังสะพายเป้ แถมมีม้วนกระดาษในซอกแขนอีก"  ในห้องเริ่มเกิดอาการอึ้งครูนกเลยย้ำว่า "ครูอยากให้ลูกลองทำด้วยตนเอง เพราะแค่ฟังไม่อาจจะลึกซึ้งเท่ากับเราทำเอง" เมื่อครูนกเริ่มสาธิตแสดงสมรรถนะความสามารถของโปรแกรมสังเกตได้ว่า เด็กๆ จะตื่นตาและเกิดอาการคาดไม่ถึง ทั้งมีเสียงแว่วๆ ว่า "รู้งี้เอามาก็ดี"  ทำให้ครูนกรู้ว่า "เด็กๆ ได้บทเรียนจากการประมาณการที่คลาดเคลื่อนของตนเองแล้ว" ห้องนี้เป็นห้องสุดท้ายของการสอนครูนกเลยให้เด็กๆ ยืมตำราและแผ่นลงโปรแกรมกลับบ้านได้ ช่วงนี้โรงเรียนเด็กๆ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้หยุดพักยาว ๔ วัน เนื่องจากน้องมัธยมศึกษาตอนต้นไปเข้าค่ายกิจกรรมในเครื่องแบบ ครูนกเลยทิ้งประเด็นว่า (๑)  อยากให้ลองโปรแกรมในส่วนรายวิชาฟิสิกส์เพราะลิขสิทธิ์ที่โรงเรียนเรามีใช้ได้  (๒) ใครอยากออกแบบการทดลองส่งประกวดผ่านอีเมล์ของครู รางวัลเล็กๆน้อยๆ เช่น ถ้วยกาแฟมีตารางธาตุทางเคมี กระเป๋าผ้าลดโลกร้อน งานนี้ไม่มีคะแนนแต่อยากให้ได้ประโยชน์จากการใฝ่รู้ใฝ่เรียน 


           ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ครูรับอาสาสมัครช่างภาพประจำห้อง เพราะหากนักเรียนถ่ายกันเองจะได้ภาพจริง ครูถ่ายมักจะได้ภาพเสมือน และแน่นอนว่าเด็กๆ ถ่ายภาพเก่งกว่าครูค่ะ