บัง...มันอยู่กับผมมาสิบห้าปีแล้ว
7 กรกฎคม2554 เสร็จจากค่ายเยาวชนที่กะพ้อ ทางโรงพยาบาลจัดรถมาส่งคณะผู้จัดค่ายที่สนามบินหาดใหญ่ ซึ่งมีผู้เขียน อาจารย อาคร ประมง(บ็อบบี้) อาจารย์หนานเกีรติ (เกียรติศักดิ์ ม่วงมิตร) และผู้มาส่งมี น้องกัลยา ป้ามอลลี่ ยัยศิล่า และน้องเยาวชน ฉายา นายก........
รถออกจากอำเภอกะพ้อมาถึงด่านกรงอิตำ ผู้เขียนนับด่านตรวจได้ 13 ด่าน.....หากด่านเป็นตัวชี้วัดความไม่สงบความรุนแรงของสถานะการณ์ ก็แสดงว่า จังหวัดยะลา สถานะการณ์ความไม่สงบรุนแรงกว่าปัตตานี เพราะจากกรงอิตำไปอำเภอกะพ้อทางสายปัตตานี นับด่านเพียง 9 ด่าน......
2 ทุ่มเศษ โทรศัพที่ถูกตัดสัญญาณ เมื่อเข้าเขตกรงอิตำตอนขาเข้า ก็ได้รับสัญาณคืน...แล้วโทรศัพท์สายแรกก็เข้า.....
"สลามมุอลัยกม..บังหีม บังอยู่ที่ไหน เล็กโทรหาบัง 2 วันแล้วติดต่อไม่ได้เลย"..
เสียงจากน้องสาว พังงาโทรมาด้วยเสียงที่ร้อนรน...ยังพูดต่อโดยไม่เว้นจังหวะให้ผู้เขียนได้โต้ตอบเลยว่า
" เกิดเรื่องใหญ่แล้ว บังเหอ...อ้ายธี ลูก กะไพไปเรียนกรุงเทพ ทำลูกสาวเขาท้อง....นี้เราเอามา"นิก๊ะ"(ทำพิธีแต่งงานตามหลักศาสนาอิสลาม)แล้ว
พ่อแม่ทางฝ่ายผู้หญิงเขาไม่ยอม....เขาจะให้เอาเด็กออก แต่ทางฝ่ายเราก็ยืนการไม่ให้เอาเด็กออกเพราะ เราก็รับเป็นลูกเป็นหลานแล้ว เขาต้องการให้เรา ไปขอและทำพิธีทางศาสนาของเขา และ เรียกร้องสินสอดมา 3 แสน.....
"บังหีมแขบหลบมาจัดการให้ทีต๊ะ"
สิ้นเสียงตามสายที่รายงานแบบไม่ให้ตั้งตัว ...ผู้เขียนก็พูดโต้ตอบและถามว่า เด็กผู้หญิงอายุกี่ปี น้องตอบมาว่า 22 ปี เรียนรามฯยังสองเล่มจบแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมมา ....
ผู้เขียนก็คลายกังวล หากไม่ใช่ผู้เยาว์ เรามีทางออกตกลงกันได้ จึงบอกน้องให้ใจเย็นๆ วันที่ 8 ตอนเย็นบังนักไกล่เกลี่ยชุมชน จะไปไกล่เกลี่ยให้เอง...
งานนอกเหนือหน้าที่ในโรงพยาบาล ผู้เขียนทำหน้าที่ให้คำปรึกษาในเรื่องการท้องก่อนวัยอันควรและการท้องที่ยังไม่พร้อม โดยเปิดให้บริการในชื่อศูนย์ให้คำปรึกษาการบริการด้วยความเป็นมิตรหรือที่รู้จักกันในชื่อ "คลินิกวัยรุ่น" ให้คำปรึกษามาก็หลายราย แต่รายนี้เกิดกับลูกหลาน จะให้บริการทางโทรศัพท์ หรือทาง เฟสบุ๊ก เหมือนที่ทำอยู่คงไม่ได้ จำต้องไปเจรจาไกล่เกลี่ย รอมชอมกันต่อหน้าให้ได้ข้อยุติ......
สามทุ่มรถมาถึงสนามบิน พร้อมกับความคิดที่จินตนาการไกล่เกลี่ยก็บินออกไป......
สามทุ่มครึ่งคือเวลาเครื่องออก พวกเราก็เข้าไปส่งสองอาจารย์ในอาคารผู้โดยสาร ขณะที่รอเครื่อง ป้า มอลลี่ก็บอกอาจารย์ เกียรติว่า
"อาจารย์ ใส่หมวกใบนี้เท่ห์มากๆ นายกเขาชอบ วันก่อนขึ้นไป กทม. ก็ไปหาซื้อ แต่ไม่มีแบบนี้เลย"นายกผู้ถูกกล่าวถึงได้แต่ยิ้มอย่างเดียว และมักพูดประโยคเดียวมาตลอดคือ"โอเคจาน"
หนานเกียรติหันมาทางผู้เขียน แล้วบอกว่า บัง..มันอยู่กับผมมา 15 ปีแล้ว......หมวกกับหนานเกียรติเป็นของคู่กัน เป็นความผูกพัน เป็นของรัก ของหวงหมวกใบแรกที่ผู้เขียนเห็นและเจ้าตัวก็ภูมิใจว่าใส่หมวกใบนี้แล้ว หล่อกว่า น้องเอก จตุพร ตอนขึ้นเขาเจ็ดยอด และหมวกใบนั้นก็ปลิวหายไปในสายลมหลังกะบะรถนายหัวเลิศที่น้ำตกโตนเตะตรัง......หมวกในนี้วันนี้หนานเกยรตคงมีความผูกพันมาก
เหมือนที่ผู้เขียนรักหวงมีดเดินป่า จึงเข้าในความรู้สึกของหนานเกียรติ.....
แล้วก่อนเดินทางขึ้นเครื่อง หมวกใบนั้นก็อยู่ไปสิงสถิตย์อยู่บนศรีษะนายกเรียบร้อย......
พลันรถเมล์สายพิษณุโลก -เลย ที่ขึ้นเขาเบรคกระทันหันเพราะสิบล้อข้างหน้าชะลอการขึ้นเขา ทำให้ผู้เขียนกลับคืนสู่ปัจจุบันว่ากำลังเดินทางไปทำธุระที่วังสะพุง
และพรุ่งนี้ เรา ผู้เขียนและหนานเกียรติจะเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอหลานสะไภ้ให้ผู้เขียน.......
"พรุ่งนี้เราเจอกันน่ะน้องหนานที่วังสะพุง จังหวัด เลย"
หมวกใบนี้ หายใปกับสายลมที่เขาเจ็ดยอดพัทลุง
แต่ใบนี้ไม่หายแต่ยังอยู่ที่นี้ตลอดไป(อยู่ในใจเยาวชนกะพ้อ)
แต่ใบนี้ไม่หายแต่ยังอยู่ที่นี้ตลอดไป(อยู่ในใจเยาวชนกะพ้อ)
หมวก เหมือนตัวแทนของหนานเกียรติ ที่ยังอยู่ในใจของเยาวชน
คุณความดีของหนานเกียรติก็ยังอยู่ในใจของผู้ใหญ่อย่างเราๆ ตลอดไป เหมือนกันคะบัง
สวัสดีค่ะท่านพี่
อ่านแล้วคิดถึงนะคะ เมื่อคืนวานน้องเกือบตาย คือครูอิงนั่งอ่านเรื่องราวของน้องหนานเกียรติ และลิงค์เรื่องราวที่มีผู้เขียนกล่าวอาลัยน้องหนานเกียรติไปไว้ที่บล็อกที่ทำขึ้นเพื่อน้องหนานเกียรติโดยเฉพาะ อีกทั้งอ่านกลอน ที่ตัวเองแต่ง คือเรื่อง "สามเศร้าแก่งกระจาน" คือดึกแล้ว เที่ยงคืนกว่า ๆ วนเวียนอยู่แต่กับเรื่องคนที่ตายไปแล้ว มีความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว หันมองก็ไม่เห็นมีใคร ลูก ๆ ก็เข้านอนหมดแล้ว เรานอนบ้างดีกว่า รีบเข้านอน ลืมแขวนพระ ปกติจะแขวนหลวงพ่อทวดห้อยคอเสมอ พอเคลิ้มหลับสิคะ คงมีใครมาหยอกเล่น บีบคอครูอิงซะหายใจไม่ออก ท่องนโม ก็แล้ว อะไรก็แล้ว ก็ไม่จบสักบท (ก็โดนบีบคออยู่ท่องไม่ได้อ่ะ) บังเอิญลูกชายกลิ้งมาโดนเลยตื่น รีบคว้าหลวงพ่อทวดมาห้อยคอ เฮ้อต้องขอบคุณลูกชาย แต่ไม่กล้าเล่าให้ฟัง เดี๋ยวเค้าจะกลัว รู้สึกจะเล่นแรงไปหน่อย
มาตามอ่านเหตุการณ์ที่้กิดขึ้นระหว่างเดินทางหนนี้เช่นเคยครับ..
แวะมาอ่านเรื่องเล่าที่แสนงดงาม
แด่ความดีที่ไม่เคยจืดจาง...นะครับ คุณวอญ่า
สวัสดีครับคุณกระติก
เด็กพวกนั้เขามีศรัทธาในตัวหนานเกียรติมาก
ความหวังที่จะทำให้เด็กกลุ่มนี้เป็นวิทยากรกระบวนการเพื่อไปสื่อสารกับน้องๆกลุ่มอื่นๆ
ผีอำครับน้องครูอิง ทั้งผีอำ ผีหลอกที่รพ. โดนประจำ บางครั้งพลัดตกเตียงก็ยังมี
บางคืน กลับไปเล่าเรื่องราวที่เขียนหลายเรื่องที่ร่วมกระบวนการ แล้วยิ่งคิดถึง คงอีกหลายวันครับ
ที่เขาเจ็ดยอด..
ตอนที่ถ่ายภาพพี่หนาน ยังคิดในใจว่า เหมือนหนุ่มญี่ปุ่นจัง...ใส่เเล้วดูเท่ครับ วีรกรรมที่เขาเจ็ดยอดมากมาย ผมกับพี่หนานยังมานั่งคุยกันเลยว่าทำไมคนอื่นๆ ทากไม่กัด ไม่ดูดเลือด ทากทั้งหมดกลับมารุมผมกับพี่หนานตลอดเวลา...
วันนี้นั่งคิดถึงบรรยากาศที่เขาเจ็ดยอดก็คิดถึง ซากี้ คิดถึงพี่หนาน คิดถึงบังครับ
คิดถึงหนานค่ะบัง
ดร.จันทวรรณและน้องเอก กำลังวางแผนจะจัดเวทีเสวนาถอดบทเรียนทางเดินชีวิตเพื่อสังคมของ คุณหนานเกีบรติ ในช่วงครบ ๑๐๐ วัน..เบื้องต้นคิดกันว่าอาจจัดที่ กทม. ที่ SCB ..ซึ่งมูลนิธิสยามกัมมาจล จะสนับสนุนห้องประชุมค่ะ..
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ธนิตย์
ยังคงขี่ม้าเลียบเมืองอยู่แถวๆ พิษณุโลกอยู่ครับอาจารย์
มาคิดถึงด้วยคนค่ะ
คุรงามความดีของพี่หนานจะเป็นสิ่งที่เราระลึกถึงตลอดไปค่ะ
สวัสดีครับคุณ แสง แห่งความดี แม้คบหากันไม่นาน แต่มีความผูกพัน ทั้งการทำกิจกรรมทั้งการใช้ชีวิต
ทำให้มีมุมคิดที่พันผูก ทุกครั้งที่ทำกิจกรรมหนานเกียรตจะคิดโจทย์ ไว้ต่อยอดทันที สองปีที่ลุยงาน ค่ายกัน สิ่งหนึ่งยึดเหนี่ยวไว้กันได้ คือ"ความสุขในการทำงาน"
สวัสดีค่ะบัง
วันนี้ที่บ้านถ้ำทะลุ อากาศมัวๆแต่เช้า ลมเย็นโซยพริ้วผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา หน้าบ้านมีหมอกหนา อ่านบันทึกแล้วจินตนาการถึงบนเขาเจ็ดยอดนั่น แต่คงไม่ไปแน่ๆ อิอิ...
ขอบคุณเรื่องที่เล่าให้อ่านค่ะ
อ่านแล้วคิดถึงพี่หนานนะคะ
สวัสดีครับคุณเอื้องแซะ ดูเหมือนจะต้องรำลึกกันหลายตอน เพราะมีประเด็นเกี่ยวข้องหลายเรื่อง
ขอบคุณที่มาร่วมรำลึก
สวัสดีครับคุณเอื้องแซะ ดูเหมือนจะต้องรำลึกกันหลายตอน เพราะมีประเด็นเกี่ยวข้องหลายเรื่อง
ขอบคุณที่มาร่วมรำลึก
เสียใจจังหู อยู่เท่าวันนี้
เพราะไม่ได้ทำพิซซ่าหรอยๆให้น้องหนานกิน
สวัสดีน้องเอก......
ยังนึกบรรยากาศเขาเจ็ดยอดได้ดี ยังคุยกันหลังสุดจะขึ้นเขาบูโด แล้วอีกแห่งหนึ่งคือ ทางทากและสายน้ำเชี่ยวที่พะโต๊ะ
สองจุดนี้คุยกันแล้ว รอวันว่างตรงกันเท่านั้น
ผมคิดถึงหนาน.....นานๆครับอาจารย์จันทร์ บันทึกยาวเลย