รากฐานชีวิตของเรานั้นเริ่มจากการมีทัศนคติที่ดีนะครับ ทรรศนะ มุมมองที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ รอบข้างตัวเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญครับ ....จะเห็นได้ว่าคนสองคนถึงแม้จะได้พบ ได้ีเห็นสิ่งเดียวกัน แต่การรับรู้ในเหตุการณ์นั้นๆ ก็อาจแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน คนหนึ่งอาจจะรู้สึกไม่พอใจ หรือโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ในขณะที่อีกคนหนึ่งอาจจะรู้สึกเฉยๆ หรือขุ่นเคืองใจเพียงเล็กน้อย ..... ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะทัศนคติของแต่ละท่านนั้นต่างกันครับ เคยได้ยินไหมครับคำกล่าวที่ว่า Attitude is the  beginning of everything ...จริงๆ นะครับ "สิ่งที่กำกับอยู่ในใจ" นี้มันช่างมีพลังมากมายเหลือเกิน  บางครั้งคนๆ นี้อุตสาห์พูดกับเราดีๆ แต่บังเอิญว่าทัศนคติที่เรามีต่อเขานั้น "มันไม่เอาไหน" ยิ่งฟังเขาพูดไปๆ ก็ยิ่งรู้สึกรำคาญใจ ...เคยเป็นเช่นนี้บางไหมครับ ....ฟังไปก็จับผิดไป โดยที่เราเองก็ "ไม่รู้ตัว"

         ผมเองเติบโตมาในสภาวะแวดล้อมที่ค่อนข้างเจ้าระเบียบ และเคร่งครัด ครั้นพอมาทำงาน ก็ต้องมารับผิดชอบเรื่องการวางแผน และการบริหารคุณภาพ ก็เลยยิ่งทำให้ผมกลายเป็น "Mr. Perfect!" "Mr. Zero Defect!" เข้าไปอีก ...ผมกลายเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการ "จับผิด" ไปโดยไม่รุ้ตัว ใครทำอะไรผิดพลาด มักจะไม่คลาดไปจากสายตาของผมได้ ผมทำสิ่งเหล่านี้จนเคยชิน ....จนการมองของผม detect (ตรวจจับ) ได้แต่สิ่งที่ไม่ดี โดยที่ตัวผมเองก็ไม่รู้ตัว ผมกลายเป็นผู้ที่ไว (sensitive) กับสิ่งที่ไม่ดี กลายเป็นผู้ที่มองไม่เห็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นยังเป็นพวกที่ "รับ" ไปโดยปริยาย รับไปอย่างเคยชิน  โดยไม่รู้สึกสำนึกใดๆ (Take it for grant) มองไปว่าแต่ละคนมีหน้าที่ทำให้เรา เขาก็ทำหน้าที่ของเขาไป ไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ว่าทำไมเราต้องไปขอบอกขอบใจเขาด้วย เรียกได้ว่าขาด "ทัศนคติของการสำนึกคุณ หรือ Attitude of Gratitude" ไปครับ

        ปัจจุบันเราพูดกันเรื่อง Service-minded หรือจิตสึกนึกให้บริการ กันค่อนข้างบ่อย Serviced-minded นั้นมาจากใจที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาครับ สิ่งนี้ไม่ได้อยู่ระดับของความคิดแต่เป็นเรื่องของจิตใจครับ ความคิดกับจิตใจเป็นคนละส่วนกัน ส่วนหนึ่งมาจาก Head อีกส่วนหนึ่งเป็น Heart ครับ ...ผมประทับใจเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง (จำไม่ได้แล้วครับว่าผู้เล่าเป็นใคร) เขาเล่าว่า ....ในการไปทัวร์สวรรค์และนรก สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ สภาพทั่วไปคลายกันมาก ผู้ที่ได้ไปเยี่ยมนรกและสวรรค์ในช่วงเวลารับประทานอาหารบอกว่า อุปกรณ์ต่างๆ ก็คล้ายกัน ช้อนที่ใช้ตักอาหารก็คล้ายๆ กับที่เราใช้อยู่ จะต่างกันก็ตรงที่ยาวกว่ามาก ยาวประมาณหนึ่งเมตรเห็นจะได้ แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ก็คือคนในนรกนั้นผอมโซ ในขณะที่ผู้ที่อยู่ในสวรรค์อิ่มหมีพีมัน ความแตกต่างอยู่ตรงที่ในนรกนั้นแต่ละคนพยายามตักอาหารมาใส่ปากตัวเอง (ด้วยช้อนที่ยาวหนึ่งเมตร) ในขณะที่บนสวรรค์นั้นต่างคนต่างตักอาหารให้แก่กันและกันครับ !!

(ป.ล. ต้องขออภัยทุกๆ ท่านด้วยครับที่ครั้งแรกตัวหนังสือค่อนข้างเล็กมากทำให้ท่านอ่านยาก คราวนี้ใช้ Tahoma 12 ตามที่แนะนำมาแล้วครับ อ่านแล้วสบายตาจริงๆ ขอบคุณครับ ...ประพนธ์)