ติดต่อ

  ติดต่อ

"ห้องเรียนกฎหมายสำหรับคนไร้รัฐไร้สัญชาติ (สัญจร) : รายการบ่ายนี้มีคำตอบ"

  การทัศนศึกษาครั้งนี้ คงทำให้เด็กๆ ในห้องเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้หลายๆ อย่าง ได้เรียนรู้วิธีการแสดงตัวในที่สาธารณะอีกรูปแบบหนึ่ง ได้เจอคนมากหน้าหลายตา ได้พูดคุยกับคนมีชื่อเสียงหลายๆ ท่าน นอกจากนี้ก็ยังมีของแถม คือ ได้เจอนักร้องซูเปอร์สตาร์ ทาทา ยัง อีกด้วย..อิอิ..  

วันนี้..เตือนพร้อมทั้งทีมงานของอาจารย์แหวว ได้นำนักเรียนไร้รัฐไร้สัญชาติในห้องเรียนของเราส่วนหนึ่ง ได้แก่ เบลล์, พี่หลิน, ต๊ะ, เม่ย, วิษณุ, ลูกน้ำ, ฮงผิง, ขวัญ เข้าร่วมรายการ "บ่ายนี้มีคำตอบ" ที่ ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. เพื่อพูดคุยกันในประเด็นของบทบาทหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ในการช่วยเหลือเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติที่อยู่ในสถาบันการศึกษาของไทย

ครั้งนี้ถือว่าเป็น "การทัศนศึกษานอกสถานที่" ครั้งที่ 1 ค่ะ แม้ว่าพวกเราจะไม่ได้ถึงขนาดขึ้นเวทีขนาบข้างคุณจาตุรน ฉายแสง รักษาการ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ แต่ความสำคัญคงไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นอย่างเดียว

การทัศนศึกษาครั้งนี้ คงทำให้เด็กๆ ในห้องเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้หลายๆ อย่าง ได้เรียนรู้วิธีการแสดงตัวในที่สาธารณะอีกรูปแบบหนึ่ง ได้เจอคนมากหน้าหลายตา ได้พูดคุยกับคนมีชื่อเสียงหลายๆ ท่าน นอกจากนี้ก็ยังมีของแถม คือ ได้เจอนักร้องซูเปอร์สตาร์ ทาทา ยัง อีกด้วย..อิอิ..

อย่างไรก็ตาม ทุกๆ อย่างก็ถือได้ว่าเป็นทั้งโอกาสและประสบการณ์ที่ดีที่เรา อาจารย์-ลูกศิษย์ ได้เรียนรู้ร่วมกันค่ะ

ภาพข้างล่างให้เห็นบรรยากาศเล็กๆ ค่ะ

ในห้องส่ง ขณะถ่ายทอดสด
"ในห้องส่ง..ขณะถ่ายทอดสด"

"ร่วมถ่ายภาพกับคุณจาตุรน ฉายแสง หลังจบรายการ"

 

"ถ่ายภาพกับคุณวิศาล ดิลกวณิช ผู้ดำเนินรายการ"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 45000, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

ความเห็น (1)

อ.คิดว่า ความพยายามของพวกเรานั้นเป็นสิ่งที่ดี

แต่ถ้าเราไม่สรุปงานของเราอย่างตรงไปตรงมา เราก็จะไม่ทราบว่า เราทำอะไรสำเร็จหรือไม่สำเร็จบ้าง ?
เรื่องที่เจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาบางคนไม่ประสงค์ให้เราพูดถึงปัญหาบางเรื่องนี้ ก็เป็นวิสัยของข้าราชการอยู่แล้ว ถ้าเขายอมรับในปัญหาที่เรามีอยู่ เราก็จะไม่มีปัญหา แต่ปัญหาของเราก็ยังคงอยู่ เพราะเขาไม่อยากพูดถึงปัญหาของเรา เขาอยากพูดถึงปัญหาของเขา
สำหรับ อ.แหวว นั้น อ.ชัดเจนในสิ่งที่ทำ จึงมีความมั่นใจในสิ่งที่จะทำในแต่ละก้าว และประสบผลสำเร็จอย่างไม่รู้จบ
หากเราไม่ทราบว่า เราทำอะไร ? ทำอะไรก็ไม่เตรียมตัว ? ทำงานแต่ละครั้ง ก็เพียงในวินาทีสุดครั้ง แล้วประสิทธิภาพของงานจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
เหมือนเราพบว่า โอ่งน้ำรั่ว ถ้าเราไม่ทราบว่า รั่วตรงไหน ? เราจะซ่อมอย่างไร ?
ถ้า อ.แหววจะดุ อ.ชล หรือ อ.เตือน หรือ อ.ด๋าว ก็เพราะต้องการให้พวกเขาเป็น "อาจารย์ที่ดี" โดยเฉพาะ อ.ชล และ อ.ด๋าว นั้น จะต้องพัฒนาตัวเป็น "ทนายความ" ที่ดี  สำหรับ อ.เตือนนั้น ก็คงจะเป็น "นักนโยบาย" ที่ดี
สำหรับเด็กๆ ไร้รัฐหรือไร้สัญชาตินั้น การเรียนรู้ในปัญหาของเราสำคัญ เปรียบประดุจว่า เราจะต้องบอกคนอื่นได้ว่า เราเป็นโรคอะไร ? ถ้าเราปวดท้อง เราคงจะต้องบอกเขาว่า เราปวดท้อง เขาก็จะให้ยาแก้ปวดท้องแก่เรา ซึ่งเราก็จะหายจากอาการปวดท้อง ถ้าเรากินยาถูกต้อง
คิดดู ถ้าปวดท้อง เราไปบอกเขาว่า เราปวดหัว เขาให้ยาแก้ปวดหัวมา เรากินเข้าไป แล้วมันจะหายได้อย่างไร
วันนี้ อ.ได้คุยกับท่านจาตุรนแล้วถึงโอกาสที่จะแก้ปัญหาของเหล่าคนในสถาบันการศึกษาไทย โดยยุทธศาสตร์ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งเรารู้จักดี
สิ่งที่ อ.แหววขอย้ำ ก็คือ

ในประการแรก สิ่งที่ อ.เตือนจะต้องทำ ก็คือ มีบันทึกที่ชัดเจนว่า นักศึกษาใน "ห้องเรียน" ของเรากี่คนที่ยังไร้รัฐไร้สัญชาติ และความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาติดขัดอยู่ในขั้นตอนใด ?
ในประการที่สอง สิ่งที่ อ.ชล และ อ.ด๋าว ต้องชัดเจน ก็คือ จะต้องจัดการอย่างไร กับปัญหาที่เด็กในห้องเรียนของเราเผชิญ
หลายเดือนแล้ว คุณจาตุรนเคยเสนอให้ อ.แหววเสนอตั้ง "คณะกรรมการเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาของนักเรียนนักศึกษาในสถาบันการศึก
แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าในเรื่องนี้ แต่อย่างใด
วันนี้ อ.แหววได้มีโอกาสเรียนถามท่านทั้งก่อนออกอากาศ และก่อนขึ้นรถจากไปว่า จะมีคณะกรรมการในลักษณะที่ท่านเคยว่ามาได้ไหม ? ท่านตอบว่า อยากทำตั้งนานแล้ว และแนะนำให้ อ.แหววเริ่มต้นคุยกับปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ท่านจรวยพร ซึ่งมาในวันนี้ด้วย
สรุปว่า วันนี้ หรือเมื่อวันก่อนในห้องเรียนของเรา อ.แหววก็ได้บอกพวกเราทุกคนว่า ถ้าเราไม่ชัดเจนว่า ปัญหาของเราติดขัดอยู่ที่ตรงไหนบ้าง ? เราก็จะแก้ไขไม่ได้ ? คณะกรรมการที่จะขอให้ตั้งขึ้นก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะไม่ทราบว่า เราปวดหัวหรือปวดท้อง ?
เราคงยังพบอุปสรรคอีกมากค่ะ คงต้องมีสติ คงต้องมีกำลังใจ คงจะต้องมีบทเรียน