แน่แท้เราเป็นกรรมสิทธ์ของพระเจ้า และเรายังพระเจ้าที่เราต้องกลับไปสู่

           วันอาทิตย์ ที 8 พค.54 ที่ผ่านมา  เป็นวันแห่งความสุข  สนุกสุขสันต์ ทั้งวัน ทั้งคืน  ด้วยเหตุที่ได้ต้อนรับ อาคันตุสาวคนบ้านเราที่ไปศึกษาที่เมืองนา เมืองนอก บล๊อกเกอร์สาวนาม ....น้องจ๋า

       วันจันทร์ วันแรกของการทำงาน แวะไปเยี่ยมอาการป่วยของญาติผู้ใหญ่ในห้องพิเศษ 4 เห็นอาการดี พูดคุยยิ้มแย้มแจ่มใส ก็คลายทุกข์ หมอก็บอกว่าวันนี้ออกจากโรงพยาบาลได้ (ญาติมานอนป่วยด้วยโรคอุจาระร่วง หมอรักษาตามอาการ ให้น้ำเกลือ ฉีดยาแก้ติดเชื้อ 5 วัน)ตอนเที่่ยงจึงได้ออกจากโรงพยาบาล อาการดีขึ้นมาก เดินได้เองตามปกติ 

         บ่ายโมงตรง หลานสาวโทรมาบอกว่า ให้เรียกรถ EMS โรงพยาบาล จากนั้นไม่ถึง 10 นาที ก็นำส่งโรงพยาบาล (บ้านอยู่ติดกับรั้วโรงพยาบาล) ผู้เขียนได้มารับน้าสาวด้วยตัวเอง ถามอาการพูดได้ บอกเวียนหัว  บ้านหมุน ไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ก็รีบยกใส่เปลตัก นำเข้าห้องฉุกเฉิน น้องๆห้องฉุกเฉิน รีบถามอาการพร้อมให้การรักษาโดยให้ออกซิเจน แล้วรายงานหมอ  ถึงตอนนี้ น้าสาวอาการตัวเย็น เหงื่อออกมาก พูดไม่รู้เรื่อง กระวนกระวาย แล้วกระตุกตาเหลือกหนึ่งครั้ง หมอมาถึงก็ใส่ท่อหายใจ ฉีดยา ปั๊มหัวใจ

        ผู้เขียนออกมาโทรศัพท์ ถึงหลาน(ลูกน้าสาว  ที่เป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาล ป่าบอน ห่างจากโรงพยาบาลปากพะยูน 20 กว่า กม.)

     แล้วรีบเข้าไปดูอาการในห้องฉุกเฉิน หมอทั้ง ปั๊าหัวใจ ตรวจคลื่นหัว ฉีดยา สารพัดวิธี อาการก็ยังไม่ดีขึ้น  ผู้เขียนรู้สึกหมดหวัง เดินออกมานั่งซึมอยู่ในห้องทำบัตร ฝ่ายเวชระเบียน 

       พอหลานสาวมาถึง ก็ปรึกษาว่า ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้า  หลานสาวเข้าไปดูอาการพร้อมผู้เขียน น้าสาวอาการดีขึ้นมาอีกครั้ง (อาจเป็นเพราะการปั้มหัว และยาฉีด)

      จากนั้นก็เหมือนเดิมคือจับชีพจรไม่ได้ ผู้เขียนจึงเรียก ภรรยา ให้ไปกระซิบที่ข้างหู น้าสาวบอกให้กล่าวคำปฎิญาณตน " ไม่มีพระเจ้าอื่นไดนอกจากอัลลอฮ และศาสดามุฮัมหมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์อัลลอฮ"

     แล้วบอกให้หลานสาวไปบอกหมอให้หยุดกระทำการทุกอย่าง.......

     แล้วน้าสาวก็จากไปด้วยความสงบเมื่อเวลา 15 .00 น. ของวันที่ 9 พค.  "อินนาลิลล่าฮิ วะอินนาอิลัยฮิรอยิอูน "แน้แท้เราเป็นกรรมสิทธฺ์ของพระองค์อัลลอฮ และยังพระองค์อัลลอฮที่เราจะต้องกลับไป......

      หากผู้เขียนไม่เข้าใจ และไม่ได้เป็นคณะทำงานของสิทธิผู้ป่วย ในกรณีนี้อาจมีข้อสงสัยหรือกังขาในการให้การบริการทางแพทย์ เพราะผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลไม่ทันถึง สองชั่วโมงก็ต้องมาเสียชิวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ........

     การให้ข้อมูลในเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลแก่ผู้มารับบริการ และการให้ความรู้ตาม พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการเข้าถึงบริการสาธารณสุข เป็นการเยียวยา และป้องกันการฟ้องทางการบริการทางแพทย์ เป็นการเห็นอกเห็นใจกัน (คุยกันรู้เรื่อง จึงไม่มีเรื่องให้เกิดต่อ)   ....

      เมื่อคืนทั้งคืน  วันนี้ทั้งวัน ลูกหลานมีแต่ความเศร้าโศก  แต่ศาสนาก็ช่วยเยียวยาความเศร้าโศก เป็นนัยทางศาสนาอิสลามที่ต้องฝังศพให้เร็วที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะจะได้ไม่ต้องอยู่ในความโศกเศร้าที่ยาวนาน

     คืนนี้ตามปกติ หลังจากฝังศพแล้ว  ครอบครัว  ผู้นำครอบครัวไม่ว่าพ่อหรือแม่ เสียชีวิตลง  ทางผู้นำศาสนาจะมาเยี่ยมเยียน และสอบถามเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน ตามแนวทางของศาสนา เพื่อไม่ไห้พี่น้อง  ข้องญาติ ต้องมาบาดหมางเพราะทรัพย์สมบัติ ต้องฟ้องร้องบังคับคดีกันทางกฎหมาย ทางศาล แต่สำหรับครอบครัวนี้ ผู้เขียนได้จัดการพูดคุยแบ่งปันเป็นที่สมประโยชน์ของทุกๆคน ....

   ณ.ที่ได ครอบครัวไหน .ชุมชนไหน บ้านเมืองได หากมีผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นที่นับถือ มีความเป็นธรรม ที่นั้นย่อมมีความสุข ในท่ามกลางความโศกเศร้า....