เป็นหลักคิดการถอดบทเรียนจากเพลงจริงๆครับ เป็นแนวหาระบบคิดและหลักเหตุผล หรือวิธีถอดบทเรียนเพื่อตอบคำถามแบบ Why .....จริงๆ และของจริงครับ ไม่ได้พูดเล่น ลองพิจารณาดูสิครับ

การพัฒนามุมมอง วิธีมอง และศิลปะของการตั้งคำถาม จัดว่าเป็นหัวใจของการถอดบทเรียน ซึ่งมีอยู่หลายแนว คือ
- การตั้งคำถามแบบ What ก็จะได้ความรู้และการพรรณาความจริงของบางสิ่งว่าคืออะไร ซึ่งจะเหมาะสำหรับความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจและการรู้จักสิ่งที่ไม่มีความรู้มาก่อน
- การตั้งคำถามแบบ How ก็จะทำให้ได้ศึกษา ค้นพบ และแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบ วิธีการ ปัจจัยเชิงสาเหตุ และกระบวนการก่อเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ซึ่งจะเหมาะกับความรู้เพื่อการปฏิบัติและความรู้ที่อธิบายความสัมพันธ์เชิงระบบกลไก
- การตั้งคำถามแบบ Why ก็จะทำให้ได้ศึกษาและสร้างความรู้ความเข้าใจระบบคิด ระบบคุณค่า โลกทรรศน์ เหตุผลเบื้องหลัง และความเป็นนามธรรมต่างๆ ที่อยู่เบื้องหลังของปรากฏการณ์ต่างๆ
ในการถอดบทเรียน เราสามารถตอบคำถามแบบเดียวก็ได้ หรือตั้งคำถามเพื่อตอบให้ครอบคลุมทุกมิติก็ได้ ลักษณะของคำถามและจำนวนของคำถาม รวมทั้งปริมาณของข้อมูลที่พรรณา จะไม่เป็นตัวบอกว่าความรู้และข้อมูลแบบใดจะดีกว่ากัน ทว่า วิธีตั้งคำถามได้อย่างสร้างสรรค์กับการตอบคำถามและพรรณาออกมาได้อย่างเหมาะสม คือสาระสำคัญและสิ่งที่จะบอกว่าดีที่สุด
นอกจากตัวอย่างการตั้งคำถามและการพัฒนาระบบวิธีคิดเพื่อวางแนวถอดบทเรียนตามลักษณะคำถามดังตัวอย่างข้างต้นนี้แล้ว อีกวิธีหนึ่งที่อยากแนะนำก็คือการพัฒนาวิธีคิดและวิธีมองสิ่งต่างๆ ๑๐ วิธีด้วยหลักโยนิโสมนสิการ เพื่อคิดให้ตลอดแนวทุกมิติได้ถึง ๑๐ วิธี ตามไปอ่านเพลินๆได้ที่นี่ครับ http://portal.in.th/civil-learning/pages/12486/
แต่หลักคิดการถอดบทเรียนในเพลงนี้เอามาแบ่งปันกันขำๆและให้ได้อารมณ์ผ่อนคลายแต่ได้ความคิดดีๆไปด้วยนะครับ หากใครสอนให้ผมทำคลิปต์เอามาแปะได้ หรืออาจารย์ณัฐพัชร์กับพรรคพวกเขาสอนให้ทำเป็นได้เมื่อไหร่ละก็ รับรองว่าทีมมหิดลศาลายาจะร้องให้ฟังนะครับ ...ผมจะอาสาเป็นคนเล่นดนตรีหรือเล่นกีตาร์ให้ แต่นักร้องนี่ ก็จะต้องเป็นนักร้องกิติมศักดิ์ในมหิดลนะครับ ซึ่งเยอะอยู่แล้ว คือ ว่าที่ดอกเตอร์ทั้งสอง คุณเอกจตุพร คุณดิเรก รวมทั้งหมู่มิตรใกล้ๆกันนี่แหละ เช่น ดอกเตอร์ Pop อาจารย์ณัฐพัชร์ หนานเกียรติ
สวัสดีครับอาจารย์
แหะ แหะ นาน ๆ จะเห็นบันทึกเบา ๆ สบาย ๆ ของอาจารย ์สักคร้ังหนึ่ง เลยอ่านวนไปมาเสียหลายรอบเลยครับ
ชอบที่อาจารย์กล่าวถึงศิลปะการต้ังคำถาม
ผมคิดว่าการต้ังคำถามควรจะเป็นหัวใจของการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยซ้ำไป
นักเรียนเดี๋ยวนี้ถามไม่เป็น ไม่สงสัย เพราะวัน ๆ ถูกสอนแต่คำตอบและถูกยักแต่เนื้อหาความรู้
หลายคนก็พูดมาแล้วว่า เด็ก ๆ ที่เกิดมา หัดพูดและเรียนรู้โลก คำถามเยอะแยะมากมาย แต่ทันทีที่เข้าโรงเรียนคำถามหายไปทีละน้อย
ยิ่งเรียนสูงและใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนมากเท่าไรคำถามก็หดหายลงไปเท่านั้น กระทั่งจบปริญญาคำถามหายหมดเลย
ระยะหลังในการทำค่ายฯ กับเด็ก ๆ ผมทำเพียงเรื่องเดียวคือเสริมความสามารถในการสงสัยและตั้งวคำถาม แต่ก็ยากมิใช่เล่นเลยครับ
มาเยี่ยมอาจารย์ด้วยความระลึกถึงครับ...
โอโห อาจารย์อัจฉริยะมาก คิดได้ไงเนี่ย
สวัสดีค่ะ
ชอบเพลงนี้มากค่ะ แต่ไม่เคยใช้สมองซีกซ้ายในการวิเคราะห์เลย ใช้แต่สมองซีกขวา ส่วนที่เกี่ยวกับสุนทรียะเท่านั้น
วัีนนี้อ่านบันทึกนี้เลยได้หัดใช้สมองอีกซีกหนึ่งค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับหนานเกียรติ
จริงอย่างที่หนานเกียรติว่า เด็กๆมีความสามารถตั้งคำถามเยอะแยะไปหมด เมื่อไม่นานมานี้ได้เล่นกับเด็กตัวเล็กๆกำลังพูดเป็น เป็นลูกของน้องที่ร่วมงานกันอยู่ ผมเอาปากกาเมจิกกับกระดาษวาดรูปให้เพื่อจะเล่นวาดรูปด้วยกันและคิดว่าเด็กต้องชอบสีสันกับการวาดรูป กะว่าวาดการ์ตูนให้เห็นต่อหน้าตัวโตๆตัวเดียว ก็คงจะได้ความอัศจรรย์ใจและจมอยู่กับการลากปากกาเล่น จะได้อยู่เล่นกับเรานานๆ ที่ไหนได้ เจ้าหนูวาดนิดหนึ่งก็หยุดถามโน่นถามนี่อยู่ตลอดเวลาจนเกือบเป็นลม ลากเส้นได้นิดเดียวก็ถามเราได้อีกว่านี่ตัวอะไร เคยเห็นผู้รู้หลายท่านกล่าวว่าการเรียนรู้เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของชีวิต ซึ่งก็น่าเห็นจริงไปด้วยมากเลยนะครับ
ขอบคุณดอกไม้และกำลังใจจากอ.นุ หนานเกียรติ คุณคนไม่มีราก คุณเอกจตุพร และอาจารย์ณัฐพัชร์ อย่างยิ่งครับ
สวัสดีครับอาจารย์ดร.ขจิตครับ
เห็นแล้วก็ขำๆดีเหมือนกันนะครับอาจารย์ ชอบร้องเพลงนี้เหมือนกันครับ คอร์ดกีตาร์มันง่ายดี แต่พอลองคิดๆดูก็รู้สึกว่าเอ๊ะ นี่แต่ละท่อนมันเป็นตรรกกะกันมากเลยนะนี่ แล้วก็เล่าเชื่อมโยงกันเป็นเรื่องเป็นราวเชียว กลมกลืนไปกับบรรยากาศกาศของการคุยกันเรื่องการถอดบทเรียนอย่างจ่อกแจ่กจอแจใน GotoKnow อยู่พอดีล่ะสิครับ
สวัสดีครับคุณคนไม่มีรากครับ
ผมก็ชอบครับ รวมทั้งชอบทางเพลงกับลีลาดนตรีคันทรีโฟล์คของภูสมิง หน่อสวรรค์ครับ อารมณ์คล้ายกับเพลงของ Lobo, Eagle หรือกลุ่มเพลงคันทรีโฟล์ค ที่เสียงร้องกับโทนกีตาร์จะกลืนไปด้วยกันและให้ความรู้สึกพลิ้วลอยลมเหมือนไหลความคิดจิตใจไปสบายๆ
ขอบคุณดอกไม้และกำลังใจจากดร.ภิญโญครับผม
ขอบคุณค่ะ..การตั้งคำถามแบบ why เป็นแนวที่มีมาแต่โบราณ ตั้งแต่ในยุคของ Plato.. ที่ยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบัน..พี่ใหญ่เองก็ใช้วิธีนี้กับพวกหลานๆเหมือนกัน..และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างมีรสชาดมากๆทุกครั้งที่เราพบกัน..
..เช่น * หลาน .." ประกอบอาชีพอะไร จึงจะร่ำรวย ?"
* ป้าใหญ่.." เธอถนัดและมีความสุขจะทำอะไร ?..^๐^..
.............................................................................................................
* หลาน.. "ถ้ามีเงินสักก้อนหนึ่ง ควรลงทุนทางการเงินอย่างไร ? "
* ป้าใหญ่.."เธอมีนิสัยชอบแบบไหน?..high risk = high return หรือ low risk=low return ..??... ^๐^..
..............................................................................................................
* ในความคิดของพี่ใหญ่..การถอดบทเรียนที่ดี..ยังต้องขึ้นกับกลุ่มบุคคลด้วย (by whom)..ถ้าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีทัศนคติเชิงบวก..มองการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม..ที่ทุกคน ได้ กับ ได้ (win-win )..ลดอัตตาความถือตัวตน..เปิดใจยอมรับความแตกต่างระหว่างกันในทางที่เป็นประโยชน์..คุณค่าของการถอดบทเรียนจึงจะสมวัตถุประสงค์นะคะ..
...พี่ใหญ่มี ช่อดอกลีลาวดี จากที่บ้านหลังฝนตกมาฝากค่ะ..
สวัสดีครับพี่ใหญ่ครับ
พอนั่งนึกๆ และได้ความคุ้นเคยแล้ว เมื่อเห็นเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งเมื่อเห็นเรื่องราวต่างๆก็จะสามารถทำในทางกลับกันได้อีกคือ เมื่อเห็นเรื่องราวในเชิงพรรณา ก็จะสามารถเข้าใจได้อีกเหมือนกันว่าวิธีเล่ารื่องและพรรณาในลักษณะนี้ เป็นเรื่องเล่าเพื่อตอบคำถามแบบไหน แลเมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว ก็จะยิ่งดีมากเข้าไปอีก เพราะจะทำให้เห็นได้ว่าคำถามที่เหลือและยังไม่ได้ถาม จะอยู่ตรงไหน วิธีอย่างนี้ก็จะเป็นการเรียนรู้เพื่อตั้งคำถามเสียใหม่ ซึ่งเดี๋ยวนี้ผมมักได้ยินคนกล่าวว่า การเรียนรู้เพื่อตั้งคำถามใหม่ๆนั้น เป็นวิธีที่ดีกว่าเรียนรู้เพื่อหาคำตอบ อย่างนี้ก็มีเหมือนกันนะครับ
ตอนนี้มองไปทางไหนต้นไม้ดอกไม้แตกดอกออกใบเขียวงดงามไปหมดเลยนะครับ กลายเป็นหน้าฝนไปเลย
ชอบเพลงนี้มากครับ แต่ที่ชอบมากกว่าเพลง คือ การช่างสังเกต ของอาจารย์ครับ
อันที่จริงนั้น แต่เดิมกะว่าจะเขียนกระเซ้าให้อาจารย์ Wasawat Deemarn เพื่อให้มีความกระชุ่มกระชวยสักหน่อย เพราะหมู่นี้เห็นบ่นๆออกไปในทาง 'คนอกหักพักบ้านนี้' ในบล๊อกของแกอยู่เรื่อย แต่ก็เห็นรวมตัวกับหมู่มิตรทำโครงงานดีๆหลายงาน เลยกะว่าจะกระเซ้าให้เป็นกำลังใจ แต่ดูๆแล้วท่าทางจะอกหักจริง เลยไม่กล้าเอาความทุกข์ของผู้อื่นมาเล่น นี่ผมป้องปากพูดแบบลิเกป้องปากนะครับ คนอื่นๆและตัวแกเองจะได้ไม่ได้ยิน
อ่านบันทึกนี้...แล้วนั่งยิ้ม อยู่นานทีเดียวครับ อาจารย์
...
สมัยเป็นวัยรุ่น ...เคยผ่านการจีบสาว อยู่หลายคนนัก ชอบคนเก่ง และต้องสวยด้วย
นั่งนึกดู..อดขำตัวเอง ครับ จีบติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ตามประสาวัยรุ่น
จึงเข้าใจ ความผิดหวัง และสมหวัง มาตลอด
บันทึกนี้ ....อาจารย์ถอดบทเรียน ได้งามนัก ครับ
ชอบสุด ๆ
ครับ อาจารย์
สวัสดีครับคุณแสงแห่งความดีครับ
...........................................................................................
...นั่นเห็นไหม เจ้าจงดูบทเรียนของคุณแสงแห่งความดีปะไร เมื่อมองย้อนกลับไป เธอก็ยังนึกขำตนเองว่าเคยไปหลงชอบคนสวยคนเก่ง แต่ตอนที่กล่าวได้ว่าขำนี้ ก็ต่อเมื่อการณ์ต่างๆได้ผ่านไปนานแล้วดอก หากเป็นเมื่ออยู่ในวัยรุ่นหรือ เธอก็คงหมายเอาคนสวยคนเก่งประหนึ่งเป็นอุดมการณ์แห่งรักเหมือนกับคนหนุ่มคนสาวทั่วไป ครั้นพอเริ่มแก่เฒ่า เห็นแก่นสารของชีวิตทุกแง่ทุกมุมแล้ว จึ่งได้เข้าใจ..........................
"เห็นงามตาอย่าปอง" นี่สุภาษิตพระร่วงก็กล่าวเป็นคติข้อหนึ่งไว้ให้แก่อนุชนสยามมานานนักแล้ว ความข้อนี้ลึกซึ้งหากแต่ทำได้ยาก ข้าจึงอยากจะนำมากล่าวไว้ให้เป็นแง่คิดแก่เจ้า..... ข้าขอหยุดกินน้ำบูดูกับข้าวร้อนๆสักคำหนึ่งก่อนแล้วจะเล่าต่อ !!!
อันว่าของสวยของงามนั้น ใช่เจ้าจะหมายรวมไปด้วยได้ว่าต้องเป็นของดี หรือเป็นสิ่งเดียวกันกับความดี ความจริง ความงาม และความดีงามไปด้วยเสมอไป เจ้าจะมุ่งไปสู่ของสวยงาม หรือเพ่งไปยังความดีงามกันเล่า จางวางหร่ำ ก็ยังได้เคยเขียนจดหมายอบรมสอนสั่งลูกชายแห่งตนเมื่อครั้งแรมทางไกลไปเรียนยุโรปว่า " ถ้าเจ้าเห็นมะม่วงปากกระจาดน่ากิน ก็อย่าคิดว่ามะม่วงก้นกระจาดมันจะไม่เน่า" เจ้าจงเห็นความเป็นจริงแท้ของสรรพสิ่งดังนี้เถิด ทำได้ดังนี้แล้ว เจ้าก็จะมุ่งเข้าถึงคุณค่าที่แท้ แลสามารถเห็นความงดงามและความดีงามอยู่ในทุกสิ่งโดยตัวมันเองนั่นเทียว ......................
คุยถอดบทเรียนเรื่องความรักในวงผู้เฒ่านี่
มันต้องเป็นบรรยากาศแนวพีเรียดอย่างนี้สิเนาะ
สวัสดีครับคุณอุ้มบุญครับ
เหมือนชวนกันแวะฟังเพลงเลยนะครับ
สุดยอดแห่งการถอดบทเรียนค่ะอาจารย์ ชอบมากค่ะ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์ดร.จันทวรรณครับ
เป็นเพลงที่จุดประกายความคิดได้ดีเหมือนกันนะครับ แล้วก็เพราะดีอีกด้วย
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณดอกไม้และกำลังใจจากอาจารย์ประทีปและพี่ครูคิมครับ