คุณอาซีซะ และมินา จาก สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.)มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เขียนอีเมลล์มาคุยและแลกเปลี่ยนเรื่อง การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น กระบวนการน่าจะเป็นอย่างไร?
ทำให้ผมคิดทบทวนหลายครั้งเพราะพื้นฐานผมเองก็ไม่ได้ชัดเจนเรื่อง งานด้านการศึกษาสักเท่าไหร่ แต่ก็มีมุมมองของการเป็น "นักวิจัยและพัฒนา" ช่วยมองในมุมของผม
ผมมองว่า คำว่า "หลักสูตรท้องถิ่น" ชื่อบอกชัดเจน ว่า หลักสูตรนี้เพื่อใคร?
หากไม่ได้ทำขึ้นเพื่อคนในท้องถิ่น ทำขึ้นเพื่อตอบสนองการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชุมชน เป็นการจัดทำขึ้นเพื่อเป็นนวัตกรรมอุดความอ่อนด้อย พิกลพิการของระบบการศึกษาปัจจุบัน
ที่ผู้คนมักเดินทางออกห่างจากบ้านของเราไปเรื่อยๆ ไปชื่มชมดาวศุกร์ ดาวเสาร์ แทนที่จะหันมามองของดีที่อยู่ใต้ถุนบ้าน...สิ่งดีๆเหล่านี้กลับถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
เศรษฐกิจแบบทุนนิยมก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ระบบการศึกษาสร้า้งคนเพื่อรับใช้วิถีแบบนั้น...ช่าง สวนทางกับเศรษฐกิจพอเพียงสิ้นดี
ว่าด้วยเรื่องของหลักสูตรท้องถิ่น ผมมองไปถึงเรื่อง การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงระหว่าง สถาบันกับชุมชน กระบวนการที่จะได้มาซึ่งหลักสูตรท้องถิ่น น่าจะสำคัญมากที่สุด ถือว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น
มีหลายๆโรงเรียน สร้างหลักสูตรท้องถิ่นขึ้นมาเอง ตามใจฉัน แต่ขาดมิติการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นความผิดพลาดมหันต์ที่เป็นเหมือนจุดอ่อนของหลักสูตรท้องถิ่น
วิธีคิดของหลักสูตรท้องถิ่น น่าจะเป็นการเชื่อมสายใยระหว่่างชีวิต และการเรียนรู้...
ซึ่งนับวันสายใยที่ว่า ...จะขาดสะบั้นลงทุกที
Impressive!!!
You have a beautiful mind that is deserved to be a great connector in the trible community.
Doing a well research or data based local community requires a need assessment on education, culture, and institutional relationship.
Thanks again for your nice friendship.
บทความของคุณเป็นอุดมการณ์เดียวกับการทำงานของฉันและทีมงาน เมื่อได้อ่านรู้สึกว่ามีความคิดที่กว้างขึ้นมาอีกมาก
และคงเป็นประโยชน์กับทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้อย่างแน่นอน
อย่างจริง...ที่คุณจตุพรเล่า...
คนมักลืมสิ่งดีดีที่มีอยู่ใกล้ตัว...
บางครั้งบางครา เรามักมัวแสวงหา...
จนลืมไปว่าเรามีสิ่งมีค่า...อยู่ในมือ
อาจารย์ Pop
ส่วนหนึ่งครับ ที่ผมทำงานวิจัยชุมชน ทุกอย่างในชุมชนเชื่อมโยงกันหมด เป็นวิถีของชุมชนหนึ่ง
ชุมชนเหล่านี้ เรียนรู้และมีประสบการณ์ร่วมกัน ก่อเกิดภูมิปัญญาที่ผ่านการสั่งสม
สิ่งเหล่ามีคุณค่าต่อการเรียนรู้ หลักสูตรท้องถิ่นที่จะนำกลับมาใช้พัฒนาชุมชน ควรต้องมองจุดนี้ เพื่อเยาวชนจะได้รับการสืบทอดและภาคภูมิใจในถิ่นเกิดและอัตลักษณ์ของตนเอง
ขอบคุณมิตรภาพที่มีอย่างสม่ำเสมอนะครับ อาจารย์
คุณอาซีซ๊ะ และมินา
ขอบคุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนครับ มีอะไรเกิดขึ้นที่ มอ.หาดใหญ่ บอกกล่าวผ่าน Gotoknow ด้วยนะครับ ถือว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันครับผม
พี่ Dr.Ka-Poom
เราต่างผ่านระบบการศึกษากระแสหลัก และเราหันกลับมามองในเนื้อหาที่เราได้รับพบว่า มันทำให้เราห่างไกลบ้านเราไปทุกที
เด็กบนดอยกลับไม่ได้เรียนสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ใช้เนื้อหาหลักสูตรที่นำมาจากไหนก็ไม่รู้ ก็ดีส่วนหนึ่ง แต่ ...สิ่งเหล่านี้ ค่อยทำให้เด็กๆลืมบ้านของเขา
ขอบคุณคุณอาซีซ๊ะ และ Dr.Ka-Poom ครับ
ความสัมพันธ์ในชุมชนนั้นเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว แต่เวลาที่เรามองมักจะมองแยกออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งทำให้การจัดการเรียนรู้หรือการจัดหลักสูตรท้องถิ่นไม่สอดคล้องกับวิถีชุมชน แต่สายสัมพันธ์นั้นยังไม่ขาดลงไปเพียงแต่ไม่มีใครมองเห็นจุดนั้นเท่านั้นเอง หากผสมผสานระว่างหลักสูตรกลางร่วมกับหลักสูตรท้องถิ่น แบบรู้เขารู้เรา จะช่วยพัฒนาการจัดหลักสูตรให้กลมกลืนโดยที่กระชับสายสัมพันธ์เขามา จะทำให้สายใยระหว่่างชีวิต และการเรียนรู้ดำเนินคู่กันไปได้
ขอบคุณครับ คุณฉัตรเทพ
ที่ช่วยมาเติมมุมมอง การผสมผสานที่กลมกลืน ระหว่างหลักสูตรกลางและหลักสูตรท้องถิ่น เป็นสิ่งที่เราอยากเห็น
คุณฉัตรเทพ พอจะเติมมุมมอง เรื่อง กระบวนการ อย่างไรดีครับ?
ขอบคุณครับผม
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีอาจารย์โรงเรียนแห่งหนึ่งในขอนแก่นมาสอบถามข้อมูลเรื่องการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นเรื่องวรรณกรรมพื้นบ้านอีสาน
ไม่กี่วันอาจารย์อีกท่านมาถามข้อมูลเพื่อจัดทำหลักสูตรเรื่องผ้าทอมืออีสาน
และไม่กี่วันมานี้อาจารย์มาสอบถามข้อมูลเรื่องการจัดทำพิพิธภัณฑ์ในโรงเรียน
ปรากฎการณ์เหล่านี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่คนขอนแก่นหันมาสนใจท้องถิ่นของตนเองหรือทีคุณจตุพรเรียกใต้ถุนบ้าน
นั้นแสดงว่าผู้บริหารมีส่วนสำคัญในการผลักดัน เรื่องนี้ ดังนั้นนโยบายและผู้บริหารจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนะครับ
งานระดับนโยบายของกระทรวงการศึกษา ควรให้ความสำคัญและเร่งสร้างหลักสูตรท้องถิ่นคุณภาพ(เพื่อคนท้องถิ่น)และการแพร่องค์ความรู้สู่ท้องถิ่นอื่นๆ
คุณออตครับ
ก็ถือว่าเป็นเรืองที่ดีมากนะครับ ที่มีกลุ่มที่พยายามทำเรื่อง หลักสูตรท้องถิ่น และได้มาเสาะหาแหล่งความรู้ ครูภูมิปัญญา เป็นการจัดการองค์ความรู้ ที่เอื้อประโยชน์อย่างแท้จริง
แต่ปรากฏการณ์อย่างนี้ ผมก็อยากให้ ผู้บริหาร และนักการศึกษา เข้าในในกระบวนการ ทำหลักสูตรท้องถิ่น สำหรับโรงเรียนให้ชัด ต้องตอบคำถามว่า วัตถุประสงค์คืออะไร และ กระบวนการน่าจะเป็นอย่างไร?
น่าสนใจครับ ขอบคุณคุณออตที่มาช่วยเติมครับ
(ว่าแต่...หากเป็นวงการคุณครู ผู้บริหาร มีส่วนสำคัญมากเลยครับ)
การเข้าใจชุมชนเห็นความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง น่าจะทำไห้การจัดการองค์ความรู้ที่มีอยู่ในชุมชนนำมาเป็นหลักสูตรท้องถิ่นที่ดีได้
คนในชุมชนจะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อเอื้อต่อประโยชน์ของชุมชนจริง ๆ จึงต้องมาจากชาวบ้าน ชุมชน ไม่ใช่คิดให้ เขียนให้แล้วนำไปใช้ เพราะนั่น มันเหมือนกับว่าทำไปก็สูญเปล่า
ฉันได้อ่านที่ทุกคนได้เสนอแนะแล้วเป็นเรื่องที่ฉันต้องคิดต่อและนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนที่ฉันสัมผัสอยู่
ขอบคุณคุณจตุพร ขอบคุณทุกคน
อาจารย์ ดร.ขจิต
อาจารย์ครับ "ไทยทรงดำ" นี่ เป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิม ที่ไหน อย่างไรครับ น่าสนใจ ผมไม่ค่อยคุ้นชื่อครับ
อาจารย์ขยายความหรือเขียนในบันทึกน่าจะดีนะครับ ผมจะติดตามต่อนะครับ
อาจารย์ปภังกรครับ
ถือโอกาสแสดงความยินดี ให้กับอาจารย์คนเก่ง ณ ที่บ้านผมที่นี่เลยนะครับ
ประเด็นเรื่อง หลักสูตรท้องถิ่น เราพูดกันเยอะ พูดเอามัน เหมือนชุมชนเข้มแข็งหละครับ แต่เอาเข้่าจริงที่บรรลุวัตถุประสงค์ แนวคิดที่แท้จริง น้อยมากครับ
ใช้ทุนของเราก่อนครับ... พอเพียงครับ
พี่ศุภลักษณ์
พี่สาวคนคุณภาพ จากบำราศฯ
น่าจะเอ่ยถึงในเรื่องที่ดีนะครับ เพราะ ผมเป็นคนดี คนน่ารัก (ชมตัวเอง...ซะงั้น)
มีเรื่องที่น่าชื่นใจอีกอย่างครับ ที่บำราศมีผู้ใหญ่ใจดี อย่างท่าน ผอ.อัจฉรา ที่ช่วยผลักดันให้องค์กรนี้เป็น LO ที่น่ารัก บรรยากาศน่ารักจริงๆ (ผมอิจฉานะนี่ )
ขอบคุณและเป็นเกียรติที่เอ่ยถึงผมครับ...
การจัดทำหลักสูตรตามที่ทราบมา คือ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการประยุกต์เอาการจัดการเรียนรู้ให้เข้ากับบริบทของท้องถิ่นนั้นๆ หรือการที่ให้เด็กได้รับความรู้เพื่อให้สอดคล้องกับท้องถิ่น เช่น การใช้ภาษาอังกฤษแนะนำสถานที่สำคัญในท้องถิ่นของตนเอง เป็นต้นค่ะ
ขอบคุณครับ คุณคุณกฤษดา
มาต่อยอดกันนะครับ เพื่อเสริมความรู้และแลกเปลี่ยนระหว่างกัน
ขอบคุณครับ
ปัจจุบันสถานศึกษากำลังดำเนินการแบบผิดทางเกี่ยวกับหลักสูตรท้องถิ่นอย่างมาก เพราะจัดทำเพื่อสนองความต้องการของเจ้านายในหน่วยงาน จนทำให้ครูขาดกระบวนการ ความเข้าใจในการนำความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาจัดการเรียนการสอนจริง ๆ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ครูผู้ลงมือปฏิบัติกับหลักสูตรนี้โดยตรงให้เกิดความเข้าใจและมีเป้าหมายที่ถูกต้องเหมือนกันทั้งประเทศ
เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณจตุพร พูดมากๆ เพราะความยั่งยืนของการทำงานในชุมชนคือ การมีส่วนร่วมที่แท้จริงที่เกิดจากชุมชนมองเห็นและเข้าใจ เกิดความตระหนักในปัญหาของชุมชน ดีมากกับความคิดนี้เห็นด้วยมากๆ