โรงเรียนเลิกตามเวลา ๑๕.๓๐ น.  แต่เด็กนักเรียนยังวิ่งเล่นและใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียน  โดยไม่รีบร้อนกลับบ้าน  บางคนเล่นกีฬา  บางคนรดน้ำต้นไม้ และบางคนก็ยังอยู่ในห้องเรียน 

          ผอ.ณัฏฐ์ บอกว่า "เป็นแบบนี้แหละ เหมือนโรงเรียนประจำ  และพ่อแม่ก็ไม่ได้ห่วงใย  เพราะเด็กไม่ได้หนีเที่ยวไปไหนไกล ๆ กว่าจะไปอีกหมู่บ้านหนึ่งก็ห่างไกลหลายกิโลเมตร  ครูอยากจะสอนต่อหรือจะบอกเด็กทำกิจกรรมอะไรอีกก็ทำได้  ซึ่งครูทั้ง ๒ ท่านก็อยู่ในหมู่บ้าน  ไม่รีบร้อนไปไหนเช่นกัน"

        เราเดินคุยกัน "เรื่องงาน" ก็จริง  แต่ฉันรู้สึกเพลิดเพลิน  ตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติของหมู่บ้าน  ซึ่งเป็นบ้านนอกที่มีธรรมชาติงดงาม ชื่นใจ และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และรู้สึกภูมิใจกับผู้คนที่นี่  ที่ได้เกิดและอยู่อาศัยที่นี่  ซึ่งสงบ เรียบง่าย อากาศเย็นสบาย  ไร้มลพิษอย่างไม่ต้องกังวล

            ถนนกว้างประมาณ ๔ เมตร  เทปูน  ทั้งสองทางที่มองเห็นในภาพสามารถเดินลงไปถึงลำห้วย  มีน้ำตก  เกาะแก่ง โขดหินสวยงาม  และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านที่นี่  และขึ้นไปสู่ชายเขาอันเป็นพื้นที่ทำกินคือการทำไร่ ทำสวน  ทุกเส้นทาง  แม้ว่าดูเหมือนจะแยกจากกัน  แต่สามารถไปบรรจบที่เดียวกัน  โดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิม

            ป่าไม้สัก  ที่ร่มเย็นและยืนต้นอย่างหนาแน่น  ไม่มีร่องรอยของการตัดหรือทำลาย  แต่มีการปลูกเพิ่มและพบว่ามีการบำรุงรักษา และมีความพยายามที่จะพยุงต้นไม้บางต้นที่กำลังจะล้ม   ต้นไม้บางต้นมีเส้นรอบวงที่คาดคะเนจากสายตาประมาณ  ๘ เมตร  และสูงมาก  มีกาฝากกล้วยไม้กอใหญ่ ๆ มากมาย 

หอผีสำหรับเซ่นไหว้บวงสรวงประจำปี

            ความเชื่อของคนที่นี่  คือการบวงสรวงเซ่นไหว้ภูติผี  ที่นับถือสืบต่อกันมาเป็นเวลานาน  เพื่อการอยู่ร่มเย็นเป็นสุขไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน  ทำมาหากินคล่องตัว  ทำไร่ทำนาได้ผลผลิตดี  ตลอดจนมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์  แสดงถึงความรัก ความสามัคคีกลมเกลียวต่อกัน

ตอไม้สัก

กอไผ่

             ตอไม้สัก   ไม่ถูกเคลื่อนย้ายหรือทำลาย หรือนำไปแปรรูปเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง  และกอไผ่ขนาดใหญ่  อยู่ใจกลางหมู่บ้าน  ไม่มีผู้คนมาหาหน่อไม้ที่นี่  แต่ไปหาในป่าแทน  เพราะที่นี่มีไว้ให้คนรุ่นหลังดู  เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีเหนียวแน่น

          บ้านทุกบ้าน  ปลูกติด ๆ กันสองข้างถนนหรือทางผ่าน ไม่มีการกั้นรั้วแต่อย่างใด  แสดงให้เห็นถึงความผูกพัน  อยู่กันฉันพี่น้อง ไม่มีภัยจากการล่วงล้ำดินแดนระหว่างครอบครัว หรือการโจรกรรมทรัพย์สิน  ในความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย  ทุกคนมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทักทายเมื่อเราเดินผ่านไป

         ท้ายหมู่บ้านต่อไปอีกประมาณ  ๑ กิโลเมตรจะเป็นทางลูกรัง  เราเริ่มพบผู้คนกำลังกลับจากไร่  และบรรทุกข้าวโพดเป็นกระสอบ ๆ มาบนรถอิแต๊ก (รถไถเปลี่ยนสภาพเป็นบรรทุก)  ดูเหมือนทุกคนมีความสุขที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตกลับบ้านของตนเอง  และพักผ่อนนอนหลับในค่ำคืนนี้

        

ยุ้งข้าวโพด

             ยุ้งข้าวโพด  จะถูกสร้างขึ้นมาด้วยไม้ไผ่  และมุงสังกะสี  เพื่อป้องกันฝนและน้ำค้าง  ยุ้งข้าวโพดสามารถบ่งบอกฐานะความมั่นคงและความขยันขันแข็งได้  แต่ละครอบจะเก็บเกี่ยวข้าวโพดมาพักไว้ในยุ้ง  เพื่อรอพ่อค้าคนกลางมาซื้อ

บวบป่า

                บวบป่า  เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  มีดอกสีเหลืองเหมือนบวบหอมทั่วไป  เป็นเถาว์เลื้อยเกาะเกี่ยวกับต้นไม้อื่น ๆ   แต่ไม่มีผู้นิยมนำบวบป่าไปทำอาหาร  เพราะมีรสขมจัดมาก

      

           การคุยของเราไม่เกี่ยวกับธรรมชาติเลยสักนิดเดียว  แต่เราคุยเรื่อง "หนักเรื่องงาน แต่ไม่หนักใจ"  อีกอย่างเราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่สวยงาม สงบ ลมหนาวเย็นเรื่อ ๆ การแลกเปลี่ยนของเราเป็นไปเรื่อย ๆ  

         เมื่อถึงลำห้วยแห่งแรก  มีสะพานคอนกรีต  ฉันมองขึ้นไปเห็นต้นไม้  ยอดหญ้าและปุยเมฆ  สลับกับลำห้วย  พร้อมกับย้อนคิดลำดับเรื่องราวของ  ประวัติศาสตร์อันเป็นร่องรอยของเหตุการณ์หลัง ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๙  ที่ฉันเคยอ่านมาบ้างแล้ว  คาดว่าอาจจะใช่เส้นทางนี้...ขอเวลาไปเรียนรู้แล้วจะมาเขียนให้อ่าน

เรื่องเล่าที่เกี่ยวข้อง

http://gotoknow.org/blog/krukimgtk/411880

http://gotoknow.org/blog/krukimgtk/322952