นักเรียนทุนที่นี่จึงเรียนแบบกล้วย และเป็นคนเอาถ่าน

 

เวลาช่างรวดเร็วอย่างที่เรียกกันว่า “ ติดปีกบิน” เพราะว่าในเร็วๆนี้โครงการ” สร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน”  หรือในตอนนี้มีชื่อ ฮิตระเบิด เถิดเทิงว่า SHA นั้นก้จะสิ้นสุดโครงการในระยะเวลา ๒ ปี ตามที่ได้มีพันธะสัญญากับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

      แม่ต้อยยังจำได้ว่าในปีแรกบรรยากาศตอนเริ่มต้นโครงการนั้นยังคิดไม่ค่อยออกว่า การค่อยๆเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาคุณภาพเพื่อให้เกิดความสมดุลย์ ทั้งตัวระบบและตัวคนทำงาน นั้นควรเป็นอย่างไรดี?

      แต่ทว่า การเรียนรู้ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ นับว่าเป็นเส้นทางที่งดงาม  คำตอบมีความชัดเจนในตัวเอง ที่แน่นอน  เส้นทางนี้ประกอบด้วยกัลยาณมิตรมากมาย จากหลายๆแห่งที่มาช่วยเติมเต็ม ช่วยให้กำลังใจอย่างเสมอมา

      ในอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ในฐานะของผู้จัดการโครงการ แม่ต้อยจึงได้จัดทำโครงการ พาผู้หลักผู้ใหญ่ อาทิเช่น ศจ.นพ. วิจารณ์ พานิช ศจ.พญ.ชนิกา ตู้จินดา นพ.อำนาจ ศรีรัตนบัลล์ นพ.ชุมศักดิ์ พฤกษาพงษ์  รวมทั้งคุณหมออนุวัฒน์ ( หัวหน้าแม่ต้อยเอง อิอิ) คุณ Marion  ที่ปรึกษาจากแคนาดา ที่มาร่วมเรียนรู้ SHA  และสื่อมวลชน ก็ถือว่าเป็นการดูงานครั้งแรกของผู้บริหาร สรพ. ที่ได้ ไปสัมผัสและให้กำลังใจผู้ที่ทำงานจริงในพื้นที่ รวมทั้งชื่นชม ผลลัพธ์บางด้านที่อาจจะเป็นผลที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้

      ที่จริง มีรพ.ที่น่าจะเข้าไปเยี่ยมชม และสัมผัสความดีงามมากมาย แต่ในระยะเวลาที่จำกัด และ เราต้องไปเยี่ยมในวันหยุดด้วย ทำให้แม่ต้อย เลือกไปที่จังหวัดขอนแก่น ที่รพ.อุบลรัตน์ และรพ.พระยืน

สำหรับรพ.อุบลรัตน์นั้น มีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้ว  และสำหรับรพงพระยืน เป็นรพ.น้องใหม่ ที่มีสิ่งดีดีให้เรียนรู้มากมาย ในกระบวนการคิด ในการพัฒนาคุณภาพ และการใช้มิติจิตใจในการผสมผสานในงาน

      ที่รพ.อุบลรัตน์ แม่ต้อยมาคราวนี้ก็ด้วยความอยากเห็น “ นางฟ้าเดินดิน” หรือน้องพยาบาล ที่ต้องมีหน้าที่ในการดูแลคนในหมู่บ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่ ในลักษณะ ใกล้บ้านใกล้ใจ ใช้บ้านเป็นที่ทำงาน นอกเวลาทำงาน  นอกเหนือจากการทำงานตามปกติ

 

     ประมาณสามปีที่ผ่านมา  แม่ต้อยมีโอกาสมาเยี่ยมที่รพ.อุบลรัตน์ แห่งนี้ และจำคำพูดของคุณหมออภิสิทธิ์ ได้ว่า

“ พยาบาลของผมคล้ายกับเป็นนางฟ้าที่เดินไปหาชาวบ้าน เพื่อดูแลในชุมชน เพื่อรู้จักเขา รู้ความต้องการของเขา “

“ แต่นางฟ้ารุ่นนี้จำเป้นต้องมีรุ่นน้อง ที่จะมาเป็นผู้สืบทอด “

ทางรพ.จึงได้คัดเลือกพยาบาลของชาวบ้าน  โดยการเปิดโอกาสให้ นักเรียนที่มีความใฝ่ฝันที่จะสวมเครื่องแบบสีขาว มาทดลองทำงานกับคนไข้ และดูแลผู้ป่วยก่อน ว่าจิตใจ พร้อมที่จะเป็นผู้ให้ได้หรือไม่

แต่ที่แม่ต้อยอยากจะเล่าก็คือ เด้กที่จะได้มีโอกาสเข้าเรียนพยาบาลของที่นี่  นอกจากมีพื้นฐานความรู้แล้ว จะต้องมีพื้นฐานความเป็น” คนดี” อีกด้วย

การคัดเลือก ก็น่าจะเป็นระบบที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน คือ ชาวบ้านต้องลงคะแนนให้มากกว่าร้อยละ ๙๐ เพื่อที่จะได้มีโอกาสเป็นพยาบาลของเขา

และไม่ว่าจะเรียนที่ไหน มหาวิทยาลัยแห่งใด ทุนการศึกษาจะมาจากชาวบ้าน เป็นผลิตภัณท์จากการที่ชาวบ้านช่วยกันปลุก และขายมาเป็นกองทุน เช่น จากการขายกล้วย หรือจากการขายถ่าน

“ นักเรียนทุนที่นี่ จึงเป็นคนเอาถ่าน และเรียนแบบกล้วยๆ” ท่านผอ.อภิสิทธิ์เล่าหน้าตายิ้มแย้ม

แม่ต้อยสังเกตว่าชาวบ้านจะรู้สึกภาคภูมิใจพยาบาลของเขามาก พวกเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมน้องนิภารัตน์ พยาบาลสาวน้อยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นนักเรียนกล้วยๆ ของที่นี่

“ น้องนิภารัตน์ นี่ เป็นเด็กที่เข้าโครงการเด็กรักถิ่น ตั้งแต่ชั้นป๒คะ”

น้องผูกพันกับท้องถิ่นและชุมชน ทำกิจกรรมหลายอย่างร่วมกับชุมชน จนชาวบ้านคัดเลือกให้เข้าเรียนพยาบาล

พวกเราก็มีคำถามน้องนิภารัตน์ถึงการทำงานมากมาย  แต่มีคำถามของท่านอาจารย์ นาย แพทย์ อำนาจ นี่สิ ที่คาดไม่ถึงจริงๆ ฮ่าๆ

 

“ หากว่าวันหนึ่งมีชายหนุ่ม มาขอแต่งงานแล้วชวนไปอยู่ที่อื่น  จะไปไหมครับ?

โอ้โห .. เป็นคำถามที่แม่ต้อยอยากให้รางวัลที่สุด.. อิอิ

น้องนิภารัตน์ นี่เป็นเด็กสาวหน้าตาระดับดีมากๆด้วยนะคะ

“ หนู คงไม่ไปทำงานที่อื่นอย่างแน่นอนคะ หนูอยากจะทำงานที่นี่ตลอดไป”

 

น้องนิภารัตน์ ยืนยันเสียงหนักแน่น  ต่อหน้าพ่อแม่ของเธอ

แม่ต้อยแอบเห็นท่านอาจารย์ อำนาจ ยิ้ม อย่างถุกใจในคำตอบที่ชาญฉลาดของเธอ

 

การดูงานที่รพ.อุบลรัตน์ ทีมเราได้มีโอกาสสัมผัสทั้งการทำงานในโรงพยาบาล การทำงานกับชุมชน การแก้ไขสภาวะสุขภาพด้านต่างๆ เช่น กลุ่ม HIV กลุ่ม เบาหวาน กลุ่มโรคเรื้อรัง หรือสูงอายุ

ที่ชอบมากๆคือแนวคิดที่ให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่แบบพอเพียง ครอบครัวอบอุ่น   อนุรักษ์ธรรมชาติ รักษาวัฒนธรรมอันดีงาม

 

ตอนเย็น พวกเรามีโอกาสได้ดูต้นสักขนาดใหญ่ ที่บริเวณเขื่อนอุบลรัตน์ ชมพระอาทิตย์ตกน้ำ ที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสงามๆ เช่นนี้

และในยาม เย็นนั้นอีกนั่นแหละ  ที่เรามีโอกาสพิเศษที่สุด ที่ได้ร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับ ท่านอาจารย์ วิจารณ์ พานิช อย่างอบอุ่น ในบรรยากาศแบบง่ายๆ แต่สุขใจ

อากาศยามเย็นบนสันเขื่อน มองเห็นน้ำในอ่างไหวพริ้วเป็นสีเงินรับกับแสงดาวที่เริ่มระยิบระยับทีละดวง ส่องแสงกระจ่างฟ้า

วันนี้เป็นวันที่มีความสุขจริงๆคะ

สวัสดีคะ