คณะครูและบุคลากร กศน.อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นำโดย ผอ.นงลักษณ์ ภู่สุวรรณ
อาจารย์วิมลมาศ ทิพย์ประเสริฐสิน อาจารย์ฐิฎา ทองเจริญ
พร้อมทีมงาน
ศึกษาดูงาน โครงการพัฒนาคุณภาพบุคลากร
ณ กลุ่มทอผ้านาบ่อคำ และกลุ่มทำกรอบรูป อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
ระหว่างวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๓




กลุ่มทอผ้า ย้อมสีผ้า จากสีธรรมชาติ


กลุ่มทำกรอบรูป ทำจากไม้สัก
หลังจากศึกษาดูงานที่จังหวัดกำแพงเพชรเสร็จสิ้น ก็เดินทางมุ่งสู่ "แผ่นดินลอยฟ้า ๑๒๑๘ โค้ง"
ดินแดนแห่งความงดงามท่ามกลางป่าเขา ธรรมชาติบนผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์
อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
ในอดีต อุ้มผางเดิมทีเป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ต่อมาก็มีคนไทยจากภาคเหนือคือ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ ได้อพยพหาที่ทำกินใหม่มาบุกเบิกป่าอุ้มผางเป็นที่อยู่อาศัย และเมื่อปี พ.ศ. 2432 ได้ถูกกำหนดให้เป็นเมืองหน้าด่านชายแดนตะวันตก ขึ้นตรงกับ จ.อุทัยธานีและเป็นจุดตรวจตราชาวพม่าที่เดินทางเข้ามาค้าขาย ในประเทศไทยโดยมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจเอกสารเดินทาง เนื่องจากภูมิประเทศเป็นป่าเขารกทึบ การเดินทางค่อนข้าง ลำบากและเอกสารฉีกขาดได้ง่าย ดังนั้นการเก็บเอกสารจึงม้วนเก็บในกระบอกไม้ไผ่และมีฝาจุกปิดมิดชิด เมื่อเดินทางมาถึงด่านตรวจก็จะเปิดกระบอกไม้ไผ่เพื่อแสดงเอกสาร ชาวกะเหรี่ยงจะเรียกเอกสารนี้ว่า "อุ้มผ๊ะ" ซึ่งต่อมาได้ออกเสียงเพี้ยนมาเป็น "อุ้มผาง" จึงได้กลายมาเป็นชื่ออำเภอในปัจจุบันนี้
พ.ศ. 2469 ทางการได้ยุบอำเภอแม่กลองเป็นกิ่งอ.แม่กลองและโอนการปกครองจาก จ.อุทัยธานีให้ไปขึ้น กับ จ.กำแพงเพชร และในปี พ.ศ. 2499 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่บ้านอุ้มผาง พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น กิ่ง อ.อุ้มผางใน วันที่ 22 เมษายน 2502 ทางการได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็น อ.อุ้มผางและให้ขึ้นกับ จ.ตาก
พ.ศ. 2514 พรรคคอมมินิสต์แห่งประเทศไทยได้เริ่มการเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้มีการสู้รบกันบ้างระหว่าง เจ้าหน้าที่ของรัฐคือตำรวจตระเวนชายแดน น.ป.พ. และ อ.ส. ด้วยการใช้นโยบาย 66/2523 จึงนำความสงบสุขมาสู่ชาว อุ้มผางและมวลชนที่เข้ามามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยประมาณสองพันกว่าคนในช่วง พ.ศ. 2527
จากการที่อุ้มผางเป็นเมืองปิดมาช้านาน ทางการได้ทำการตัดถนนจาก อ.แม่สอด สู่ อ.อุ้มผาง ลัดเลาะตาม ไหล่เขาและสันเขา 165 กม. ซึ่งเป็นที่มาของ ถนนสายลอยฟ้า ระยะทางก่อสร้างกว่า 10 ปี เสร็จสิ้นเมื่อปี พ.ศ. 2526 เรื่องราวในอดีตก็ปิดตัวเองลง ประตูแห่งเมือท่องเที่ยวก็ได้เปิดออกเมื่อ นายแพทย์บรรลือ กองไชย ได้เข้ามารับหน้าที่ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง ท่านได้ชักชวนให้นิตยสารการท่องเที่ยวเข้ามาและการค้นพบของน้ำตกอันยิ่งใหญ่ กลางผืนป่าและธรรมชาติอันสวยงามของต้นน้ำแม่กลอง ในปัจจุบันคนอุ้มผางไม่น้อยที่หันมาทำธุรกิจท่องเที่ยว เริ่มจากการใช้แพไม้ไผ่ล่องแก่งและพัฒนามาเป็นเรือยาง โดยได้รับคำแนะนำในการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ในรูปแบบการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ECO TOURISM คนอุ้มผางแท้ๆในปัจจุบันจึงเป็นคนรุ่นที่ 3 และ 4 ตามลำดับ
ส่วนที่มาของชื่อได้รับการอภิปรายเพิ่มเติมจาก ประชา แม่จัน ในหนังสือ "อุ้มผาง เบื้องหลังธรรมชาติ" ว่า ที่มาของชื่อ "อุ้มผาง" ของราชการกล่าวว่ามาจากคำว่า "อุ้มผะ"ที่เป็นคำเรียกกระบอกไม้ไผ่สำหรับเก็บเอกสารเดินทางในภาษาปกากะญอ แล้วกร่อนมาเป็นคำว่า "อุ้มผาง" ในขณะที่ ชาวปกากะญอหลายคน บอกว่ามาจากคำว่า "อูกึผะ" แปลว่า ไฟจะไหม้ไปทั่ว โดยได้อธิบายความหมายว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็ต้องเกิดและขยายไปทั่วไป
ชาวปกากะญอและโพล่วบอกว่าพวกเขาได้อาศัยอยู่ที่นี่มาช้านาน มีตำนานเล่าว่าบ้านไล่ตังคุที่เป็นศูนย์กลางของผู้นับถือ "เพอเจะ" หรือฤๅษีในภาษาไทย ตั้งขึ้นในวันเดียวกับวันตั้งเมืองกรุงเทพฯ ดังนั้นพวกเขาต้องอาศัยมานานกว่า 200 ปี
ตำนานที่น่าสนใจ ของพื้นที่คือ เคยเป็นเส้นทางถอยของกษัตริย์มอญลงมาทางใต้โดยการเดินผ่านบ้านเปิ่งเคลิ่ง มาตามห้วยเกริงเปอตีจนบรรจบแม่น้ำแม่จัน แล้วตามแม่น้ำไปถึงสบแม่น้ำแม่จัน (ปัจจุบันคือบ้านแม่จันทะ) จึงเดินตัดข้ามเขาก่องก๊องข้ามไปยังสังขละบุรี ในช่วงนี้พระอุปราชมอญได้สิ้นพระชนม์บนยอดเขานี้ บนเขามีต้นชงโคขนาดใหญ่หลายต้นและเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นบริเวณสบแม่จันกับ แม่กลอง
ลุงเนเต๊อะ ชาวโพล่ว บ้านกรูโบ หมู่ 8 ตำบลแม่จัน อธิบายคำว่า "แม่จัน" มาจากภาษามอญ "แม๋จัน" เมะ แปลว่า วังน้ำ จัน แปลว่า แปด และ "แม่กลอง" มาจากภาษามอญเช่นกัน "แม๋กอง" กอง แปลว่า ร้อย ดังนั้นคำว่า "กองจัน" แปลว่า ร้อยแปด และ "รูตกองจัน" หมายถึงพระพุทธรูป 108 องค์ ในตำบลแม่จันมีชื่อภาษามอญอยู่หลายแห่ง เช่น เปิ่งเคลิ่งมาจากเปิงเกลิง กรูโบมาจากกลึงโบ (เป็นชื่อหวายชนิดหนึ่ง) ร่องรอยเหล่านี้ทำให้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่มีความน่าสนใจมากขึ้น
ในอดีตก่อนที่ถนนสายแม่สอด-อุ้มผางสร้างเสร็จประมาณปี พ.ศ. 2530 ชาวปกากะญอและพื้นที่แถบนี้อาจจะนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของพม่า ถ้าหากพิจารณาถึงความสัมพันธ์กับศูนย์อำนาจ ชาวปกากะญอติดต่อค้าขายกับชาวปกากะญอในพม่า พวกเขาไปซื้อเกลือ ข้าวของเครื่องใช้ และนำวัวควายไปขายที่ "เจด่ง" ในเขตพม่าด้วยเส้นทางผ่านบ้านเปิ่งเคลิ่ง พวกเขารู้จักหมู่บ้านในเขตพม่ามากกว่าหมู่บ้านเขตไทยของพื้นที่อื่น เช่น พบพระ หรือแม่สอด
ตามความสัมพันธ์นี้ทำให้ที่มาของชื่ออุ้มผางตามคำอธิบายของทางการไทยน่าจะมีข้อจำกัด เนื่องจากพวกเขาแถบนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงเขตไทย การจัดหาสิ่งของเครื่องใช้มาจากแหล่งในพม่าที่เดินไปง่ายและปลอดภัยมากกว่า
น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอำเภออุ้มผางจังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย
ตามความจริงต้องออกเสียงว่า "ทีลอชู" และเป็นคำนามในภาษากะเหรี่ยงแปลว่า "น้ำตก" ชื่อ "ทีลอซู" เป็นความพยายามแปลความหมายทีละคำ โดย "ที" หรือ "ทิ" แปลว่า "น้ำ" "ลอ" หรือ "ล่อ" แปลว่า "ตก" แต่ "ชู" ไม่มีความหมายใกล้เคียง ดังนั้น จึงมีความพยายามทำให้เป็นคำที่มีความหมาย เนื่องจาก "ซู" แปลว่า "ดำ" จึงนำไปสู่การเรียกว่า "ทีลอซู" และแปลว่า "น้ำตกดำ"
ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่เป็นช่วงที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางและถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหาย นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางและเดินป่าอีกราว 12 กม.แต่หากมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว - ฤดูร้อนระหว่าง 1 ธ.ค. - 31 พ.ค. ก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไปกลับหรือพักค้างแรม
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ "มหัศจรรย์รุ้งกินน้ำที่น้ำตกทีลอซู"
ประวัติ น้ำตกทีลอซู
ทีลอซู ได้รับการค้นพบโดยพรานชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่งที่เดินเข้ามาล่าสัตว์ ก่อนที่ ตชด.ได้บินเข้ามาสำรวจในพื้นที่และได้พบน้ำตกทีลอชู ต่อมากรมป่าไม้จะประกาศให้บริเวณนี้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และหลังจากปี พ.ศ. 2528 ที่ อ. ปรีชา อินทวงศ์ พาบุคลากรของนิตยสารท่องเที่ยวแคมปิง เข้าไปสำรวจ น้ำตกทีลอซู ก็เป็นที่รู้จักและเป็นที่ท้าทายของนักเดินทาง "ทีลอซู" หรือออกเสียงตามภาษาภาษาปะก่าหญอว่า "ที-หล่อ-ชู" ที แปลว่า น้ำ, หล่อ แปลว่า ไหล และ ชู แปลว่า ทิ้มแทง (หล่อ-ชู เป็น กิริยา หมายถึง การไหลลงมาอย่างแรงของน้ำปะทะกับพื้นเบื้องล่าง)ดังนั้นจึงแปลว่าน้ำตก (บางท่านบอกว่าแปลว่า น้ำตกดำ คำว่า "ดำ"ไม่ได้ออกเสียงว่า ซู แต่ออกเสียงคล้ายๆกัน ไม่รู้จะเขียนเป็นอักษรไทยอย่างไร เพราะเสียงนี้ไม่มีในภาษาไทย ต้องออกเสียงให้ฟังนะครับ ถึงจะแยกความแตกต่างได้) น้ำตกนี้ซ่อนอยู่ในหลืบผาอันกว้างใหญ่ สายน้ำเกิดจากห้วยกล้อทอซึ่งมีแดนกำเนิดอยู่บนดอยผะวี แล้วไหลลงแม่น้ำแม่กลองที่ ต. แม่ละมุ้ง อ. อุ้มผาง
การค้นพบที่กล่าวถึงเป็นการพบของคนไทย จากงานของ ประชา แม่จัน ในหนังสือ "อุ้มผาง เบื้องหลังธรรมชาติ" เขียนถึง บริเวณที่ตั้งแคมป์ทีลอชู เป็นบ้านเก่าชาวปกากะญอ (กะเหรี่ยง) เรียกว่า "ว่าชื่อคี" บริเวณที่จอดรถเป็นที่นาเก่าของชาวบ้านที่นี่ การที่เป็นบ้านร้างเพราะชาวบ้านบางส่วนได้ย้ายไปอยู่บ้านโขะทะเพื่อเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เหลือย้ายเข้ามาอยู่กับฝ่ายรัฐบาล ดังนั้น ชาวปกากะญอที่นี่รู้จักน้ำตกทีลอชูมาช้านานแล้ว
แหล่งที่มาข้อมูล http://th.wikipedia.org/wiki


น้ำตกสายรุ้ง ต้องออกเดินทางช่วงเช้า ล่องแพยาง

หมู่บ้านชาวอพยพ



น้ำตกทีลอซู เดินเข้าไป ๑.๕ กิโลเมตร โดยห้ามนำอาหารเข้าไป
น้ำดื่มถือไปก็ต้องถือกลับมาเพื่อไม่ให้มีขยะ นับว่าคุ้มค่ากับการเดินทาง



ดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่ดอยหัวหมด
สิ่งที่ผู้เขียนกลัวคือความสูง(จากดอยหัวหมด กลายเป็นดอยหัวหดสำหรับผู้เขียนทันที)แต่อยากชมธรรมชาติ เวลาที่ขึ้นไปยังมืด จึงไม่รู้ว่าทางที่ขึ้นไปสูงและชัน ทุกคนเดินลงกันอย่างสบาย แต่ผู้เขียน ค่อยๆ นั่งไต่ลงมาผู้อ่านท่านใดที่ต้องการเดินทางไปชมธรรมชาติ ณ ดินแดน "แผ่นดินลอยฟ้า" อย่ารีรอค่ะ เพราะว่า คุ้มค่ากับการเดินทางค่ะ เราได้ชมธรรมชาติและผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์
ขอบพระคุณชาวอำเภออุ้มผาง ที่อนุรักษ์ป่าแห่งนี้ไว้ให้เราทุกท่านได้ชมค่ะ
ไปเที่ยวไหนมาคะมีรูปมาฝากสวยจังเสียวไหมคะ
ไปอีกไหมจะขอไปเที่ยวด้วยคน
วันหน้าไปเที่ยวขอไปด้วยได้มั๊ยครับ
สวยมากเลยพี่อร อยากไปอย่างแรง แนะนำหน่อยนะคะว่าที่ไหนสวยและดีจะไปมั่งๆๆๆๆ
จัดไปเลยคุณพี่ รอปีใหม่ก่อนอิอิ