มาพังงาเมื่อหน้างานกาชาด ต้องนิราศจากไปใจหงอยเหงา

       ค้นพบจดหมายที่เก่ากว่าเขียนมาตั้งแต่ปี 2516 เราหมายถึงผู้เขียนกับฉิมพลี เที่ยวงานกาชาดกันทุกปี หนังฉายเรื่องโดนใจ เราเดินไปดู ไปกลับ60 กิโลเราก็เดินกันมาแล้ว (เล่าไว้แล้วที่บันทึกน้องหนานเกียรติ)

       ปี 2513 ผู้เขียนย้ายมาปักหลักอยู่ที่ ปากพะยูน พัทลุง เราก็ติดต่อกันทางจดหมาย ปี2516 ฉิมพลีเขียนจดหมายมาบรรยายงานกาชาดให้ฟังทั้งบอกเล่าเรื่องราวเพื่อนๆโดนล้วงกระเป๋า ฉิมพลีเล่าให้ฟังดังนี้........

 "มาพังงาเมื่อหน้างานกาชาด     ดารดาดฝูงชนมากล้นหลาย

เป็นงานประจำปีมีมานาน          ได้พบพานหนุ่มสาวได้เข้าใจ

หนุ่มและสาวควงแขนเป็นคู่คู่     ผมยืนดูทีไรแล้วใจหาย

เสียทีที่เกิดเป็นลูกผู้ชาย            ยังขาดคนคู่กายไร้คู่ครอง

เลยซื้อบัตรเข้างานผ่านประตู     หมายเจอคู่ชื่นชอบตอบสนอง

เที่ยวเดินหายุพินถวิลมอง          ไม่สมปองไม่พบสาวที่เข้าใจ

 เดินวนเวียนปะปนกับคนดู         ไปหยุดอยู่ที่ดนตรีสองวงใหญ่

 อยู่ในร้านไก่ย่างสำราญใจ       สองวงใหญ่ จีรพันธ์ ฟีเย๊าะพันธ์ 

เวทีกลางดูตระการละลานตา       มีต่างต่างนานาเข้าแข่งขัน 

ทั้งธิดากาชาดเขาประชัน             ตัดสินกันด้วยจำนวนพวงมาลัย

 ภาพยนต์จอยักษ์ปักหลักฉาย       มีผู้ร้ายฝ่ายพระเอกสู้กันใหญ่

 เพิ่งมาดูเลยไม่รู้เรื่องอะไร          เทียบไม่ได้กับเรื่อง"ทอง"*ฉลองเก่ง 

 มายืนดูลิเก"เทพนิมิตร"              ใครแอบมาสะกิด อ๋อสูแข็ง*

สูแข็งว่าอ้ายนาย*เหอ มึงวังไว้       เป้าจะหายโดนล้วงหนานนายหนัน

 ของอ้ายชายก็โดนมาเหมือนกัน  ของกูนั้นร้อยแปดสิบชาติอัปปรีย์

ผมตกใจรีบล้วงในกระเป๋า            เงินของเรายังอยู่ครบถ้วนถี่ 

 บอกสูแข็งไปว่าเงินยังมี              โชคยังดีเงินไม่หายสบายใจ

 เลยเดินเข้าดูมวยในเวที             โอกาสดีพบเพื่อนเพื่อนร่วมสมัย

  พอมวยเลิกรำวงกันมันเหลือใจ  จนเหงื่อไหลหายง่วงเส้นร่วงดี

หมดเงินไปหลายร้อยกับรำวง      เรายังคงสนุกกันอย่างเต็มที่

จนเที่ยงคืน ศูนย์ศูนย์ นอ.พอดิบดี  บัตรยังมีมอบให้อ้ายหวัง*ไป

 ผมเดินต่อเลยล้ำถ้ำฤาษี *              ภายในมีลำตัดดัดเสียงใส

ตีสามกว่าแล้วหนาต้องคลาไคล   ไว้ปีหน้าค่อยมาใหม่กันเถิดเรา

"มาพังงาเมื่อหน้างานกาชาด       ต้องนิราศจากไปใจหงอยเหงา

ถึงศรราม*เงินที่มีอยู่บางเบา        พอยามเราจ่ายค่ารถหมดเงินเอย

 

 

 

เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนถิ่นกำเหนิดคนร่วมสมัยมักยกเหตุการณ์งานกาชาดมาเล่าให้ฟังทุก ครั้ง เป็นความสุข ความงามในวิถีบ้านๆในยุคการสื่อสารยังไม่ทันสมัย  มีวิยุเครื่องเดียวฟังกันทั้งหมู่บ้าน

*ทอง  =ปี 16 หนังเรื่องทองของฉลองภักดีวิจิตร ดังมากๆๆๆๆ

*สูแข็ง สู =น้า แข็ง

*อ้ายนาย =นิคเนมฉิมพลี

*ถ้ำฤาษี =ถานที่จัดงานกาชาด ปัจจุบันเป็นสวนสมเด็จย่า