ผู้คนปรบมือเสียงดังกึกก้อง และตะโกนเสียงดัง “คิมจองอิล คิมจองอิล คิมจองอิล” คราวนี้ดิฉันยิ่งตะลึงกว่าเมื่อคืนวาน เพราะท่านผู้นำคิมจองอิล อยู่ไม่ไกลจากที่คณะเรานั่งเลย

ครบรอบ65ปีพรรคแรงงานเกาหลี

อาทิตย์ที่ 10 ต.ค.53

วันนี้ Morning Call เวลาตีห้าพอดี จึงขยับกายออกจากผ้าห่มนวมอันอบอุ่น ไปเกาะที่ริมหน้าต่างเพื่อที่จะชมเมืองเปียงยางยามหัวรุ่ง แต่รอบ ๆ ด้านยังโรยตัวด้วยความมืด มองเห็นเพียงละอองไอหมอกขาว วันนี้อากาศหนาวกว่าทุกวัน แต่วันนี้มีภารกิจพิเศษที่จะต้องเดินทางไปยังจัตุรัสคิมอิลซุง เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่ 10 ตุลาคม 2553 เป็นวาระครบรอบ 65 ปี ของการสถาปนาพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ (The Worker’s Party of Korea : WPK) อันเป็นพรรคที่ปกครองประเทศสังคมนิยมเกาหลี

             เราเดินทางออกจากที่พักเจ็ดโมงเช้า ตามถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้คนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติสวยงามมาก สุภาพบุรุษสวมชุดสูทสีดำ บางคนสวมชุดกึ่งเหมา กึ่งซาฟารี ส่วนสุภาพสตรีสวมใส่ชุดโจโกริ ต่างมีจุดมุ่งหมายปลายทางไปรวมกันที่จัตุรัสคิมอิลซุง

                 คุณผักบอกว่า ให้เก็บทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในรถ สิ่งที่ติดตัวได้คือพาสปอร์ตและการ์ดเชิญเท่านั้น

นี่คือการ์ดเชิญค่ะ.....

 

                  ดิฉันสังเกตดูแม้กระทั่งคนเกาหลีเองยังต้องแสดงบัตร และตรวจอย่างเข้มงวด วันนี้การรักษาความปลอดภัยเข้มเหมือนกับตอนที่ไปชมอารีรัง  

   

               เมื่อเดินผ่านเครื่องเอ็กซเรย์แล้ว ยังได้รับการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งจากนายทหาร ซึ่งคุณผักบอกอีกว่า ท่านผู้นำคิมจองอิล จะมาร่วมงานด้วย  แต่การตรวจคราวนี้ เสียเวลาไม่นานนัก พวกเราก็ได้ไปนั่งยังหน้าอาคารจัตรุสคิมอิลซุง

จัตุรัสคิมอิลซุง.......

 

  

                  จากที่ดิฉันนั่งมองลงไปยังเบื้องหน้า จะเป็นถนน (แต่วันนี้ปิดถนน) และลานกว้าง

มองเห็นหอจูเช่...สูงโดดเด่นอยู่เบื้องหลัง

   

         ด้านขวามือเป็นอาคารหลังใหญ่ล้อมจัตุรัส บนหลังคาอาคารนั้น มีรูปปั้นด้วยทองแดงเป็นรูปธงแดงผืนใหญ่ บนธงนั้นจะมีรูปฆ้อน เคียว พู่กัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ

  

             นอกจากนี้ยังมีภาพของ คาลมาร์กและภาพของเลนิน ติดอยู่คนละข้างของตัวตึก ราวจะบอกกับชาวโลกว่า แนวคิดในการปกครองบ้านเมืองได้รับมาจากแนวคิดของทั้งสองท่านนี้

             ส่วนอาคารหลังใหญ่ที่อยู่ตรงข้าม ก็จะมีรูปปั้นทองแดง เป็นรูปธงของเกาหลีเหนืออยู่บนหลังคาตึก และมีภาพอดีตประธานาธิบดีคิมอิลซุง ติดอยู่กลางอาคารอย่างโดดเด่น

          

         การสวนสนามได้เริ่มขึ้นอย่างตื่นตาตื่นใจ คณะแขกของรัฐบาลก็นั่งชมอย่างชิดขอบสนาม ในบรรยากาศที่ปลุกเร้าความรู้สึก

        

 

     

        

ทหารแต่ละเหล่าทัพก็ สวนสนามกันอย่างพร้อมเพรียง แม้กระทั่งทหารหญิงยังตบเท้าเสียงดังไม่แพ้ชายชาติทหารเลย

   

              นอกจากการสวนสนามของเหล่าทหารทุกเหล่าทัพแล้ว เกาหลีเหนือยังสื่อให้เห็นว่าเขามีขีปนาวุธครอบครองอีกมากมาย เริ่มด้วยรถถัง จรวด ขีปนาวุธขนาดต่าง ๆ อักษรภาษาเกาหลีที่เขียนอยู่หน้ารถถังทุกคัน คุณผักแปลให้ฟังว่า “เพื่อเอาชนะอเมริกา ศัตรูตลอดกาลของเกาหลี” คุณผักบอกว่าเพราะอเมริกาพยายามก่อสงครามกับประเทศของเขาอยู่เรื่อย ๆ เขาเลยต้องมีอาวุธ มีนิวเคลียร์ เพื่อที่จะป้องกันตนเอง ไม่ได้มีไว้ครอบครองเพื่อรุกรานใครเหมือนอเมริกา

  

                  หลังจากนั้นท่านผู้นำคิมจองอิล ก็เดินมาทักทายผู้คนที่ริมระเบียง ซึ่งไม่ห่างจากที่เรานั่ง ผู้คนปรบมือเสียงดังกึกก้อง และตะโกนเสียงดัง “คิมจองอิล คิมจองอิล คิมจองอิล” คราวนี้ดิฉันยิ่งตะลึงกว่าเมื่อคืนวาน เพราะท่านผู้นำคิมจองอิล อยู่ไม่ไกลจากที่คณะเรานั่งเลย ท่านโบกไม้โบกมือให้กับคนที่มาร่วมงาน ดิฉันแอบมองคุณผัก เห็นเขาน้ำตาซึม นี่คือความรู้สึกที่ชาวเกาหลีเหนือมีต่อผู้นำของเขา ที่ดิฉันสัมผัสได้

     

               ฉันนั่งรถกลับไปที่โรงแรมด้วยหัวใจที่พองโต เพราะดิฉันได้เห็นท่านผู้นำได้ในระยะใกล้ ได้เห็นความพร้อมเพรียงของคนในชาติ และที่สำคัญ ได้สัมผัสกับความรู้สึกของคนเกาหลีเหนือ ที่มีต่อพรรคแรงงานและท่านผู้นำอย่างแท้จริง

                   ประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ได้รับการสืบทอดโดยคิมจองอิล เลขาธิการพรรคแรงงานเกาหลี และทายาทที่โดดเด่นของท่านประธานาธิบดีคิมอิลซุง   แนวความคิดที่ถือว่า ประชาชนเปรียบประหนึ่งดั่งพระผู้เป็นเจ้านั้น ประกอบอยู่ในแนวทางและนโยบายทุกประการ ที่เสนอโดยพรรคแรงงานเกาหลี ดั่งคำขวัญดังที่กล่าวไว้ว่า 

          “เราจะรับใช้ประชาชน”

              ถนนหนทางทุกสายวันนี้เต็มไปด้วยประชาชนลูกเล็กเด็กแดงชาวเกาหลีเหนือออกมาต้อนรับขบวนท่านผู้นำ และออกมาแสดงความยินดีต่อพรรคแรงงานเกาหลี ในวาระ 65 ปี

 

          บางกลุ่มก็ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ทุกมุมเมืองมีแต่คนแต่งกายสวยงาม ทุกมุมเมืองประดับประดาด้วยดอกไม้และธงแดง

          ถนนทุกสายที่รถเราแล่นผ่านทุกคนต่างโบกไม้โบกมือทักทายด้วยไมตรี

  

                 แม้เป็นคนไทย ที่ได้มาสัมผัสเกาหลีเหนือ  แม้เพียงเศษเสี้ยว แต่ที่สิ่งที่ดิฉันได้สัมผัสนั้น มันสามารถปลุกเร้าจิตวิญญาณความรักชาติได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว.

(บันทึกที่กรุงเปียงยางเมื่อวันที่ 10ตุลาคม 2553)

                   ด้วยจิตคารวะ.

                       มาตายี.