อีกมุมมอง.... ของน้ำท่วม

น้ำท่วม 

(ภาพประกอบจาก Internet)

      เคยมีคำกล่าวว่า "คนที่กำลังใจดีนั้น ต้องมั่นใจ ยิ้มได้เมื่อภัยมา" แต่ในเวลานี้ ท่านผู้ที่ประสบอุทกภัย คงยากที่ยิ้มออก เพราะความรุนแรงมากเกินกว่าที่หลายๆ คนคิดครับ น้ำหลั่งจากฟ้า มามาก มาเร็ว ผิดกับเมื่อห้าหกเดือนก่อนหน้านี้ ที่น้ำแทบจะไม่มีใช้ เขื่อนแต่ละแห่งปริมาณน้อยมากกว่าในรอบหลายสิบปี จนทางการต้องให้ชาวนาเลื่อนการปลูกข้าวออกไป แต่ไฉนผ่านมาไม่กี่เดือน กลับกลายเป็นแต่ละเขื่อนมีปริมาณน้ำมากเกินความจุของเขื่อนอย่างมาก ในรอบหลายสิบปีอีกเหมือนกัน ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าถ้าน้ำแล้งมาก หน้าฝนก็จะมามาก เพราะโลกนี้มีสมดุล หายไปเท่าไหร่ ก็จะกลับมาเท่านั้น ที่สำคัญต้นไม้ที่จะอุ้มน้ำ ช่วยลดความแรงในการไหลหลากของน้ำลดลง จากการตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้งคนเราปลูกบ้านสร้างเมือง ไปกีดขวางทางเดินของน้ำอีก พอฝนฟ้าเล่นตลกหน่อยแกล้งให้เราขาดน้ำไม่เท่าไหร่ จากนั้นก็ปล่อยน้ำมาทะลักทลาย ก็เลยกลายเป็นตลกเศร้า หัวเราะไม่ออก น้ำมาแทนที่จะดีใจ กลับทำให้ข้าวของ ไร่นาเสียหาย ความหวังที่จะได้ข้าวมาขาย มากิน ต้องสูญสิ้นเพราะน้ำท่วม จากทุ่งนากลายเป็นทุ่งน้ำ  ถนนกลายเป็นลำคลอง ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ยังความเสียหายไปทั่วหน้าทั้ง บ้าน วัดวาอาราม ไม่เว้นโรงพยาบาล ร้านค้า ทำเอาหลายคนน้ำตาตก  ดูข่าวบางคนบอกครกที่ขายส้มตำ ก็หายไปกับน้ำ หมดเครื่องมือทำมาหากิน

      อย่างไรก็ตามครับ เหรียญยังมีสองด้าน วิกฤติก็ทำให้มองเห็นโอกาส น้ำท่วมครั้งนี้ ทำให้เราเห็นน้ำใจของพี่น้องไทย ที่หลั่งไหลให้ความช่วยเหลือ อย่างที่เราไม่ค่อยเห็นบรรยากาศอย่างนี้ในประเทศอื่นๆ แน่นอนว่าน้ำท่วมครั้งนี้ก่อความเสียหายมากมาย แต่ก็ทำให้คนไทยรักกันมากขึ้น ทำให้เราเห็นบรรยากาศ ของความรักสามัคคีกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะรู้สึกว่าจะห่างหายจากเมืองไทยไปนานพอควร ได้เห็นการนำเสนอของสื่อ ที่เป็นตัวกลางประสานงาน รับเรื่องราวความลำบากของพี่น้องผู้ประสบภัย รวมทั้งช่วยประกาศแจ้งเตือนสภาวะฟ้าฝน รายงานสภาพของเหตุการณ์แต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด      

      แน่นอนว่า หลายท่านไม่อาจย้ายที่อยู่หนีน้ำท่วมไปที่ไหนได้ แต่จากประสบการณ์ครั้งนี้ นอกจากจะให้เรารู้จักเตรียมใจแล้ว คงทำให้เรารู้จักเตรียมตัวในการรับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งต่อไป ไม่ว่าในระดับครัวเรือน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ ต่อไปน้ำท่วมเมื่อไหร่คงแก้ไขได้ดีและเร็วขึ้น บางทีอาจถึงขั้นเป็นไทยโมเดลเรื่อง การรับมือน้ำท่วมก็ได้ใครจะรู้ แต่ที่แน่ๆ ทุกคนคงต้องกลับมารักธรรมชาติกันมากขึ้นครับ โดยเฉพาะต้นไม้ ที่ทุกคนต้องช่วยกันปลูก ช่วยกันรักษา เพราะนอกจากจะลดความรุนแรง รวดเร็วของสายน้ำหลากแล้ว ยังช่วยลดโลกร้อน ป้องกันภัยแล้งได้อีก แต่ถ้าเรายังไม่ค่อยเห็นความสำคัญ น้ำท่วมรุนแรงอาจเป็นสิ่งธรรมดา ที่จะเกิดทุกปี แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ 

        น้ำท่วมคราใด   เสียหายครานั้น เรามาช่วยกัน แบ่งปันน้ำใจ 

              จะต่างความคิด จะเป็นฝ่ายไหน  ต่างเป็นคนไทย   ร่วมใจเดียวกัน

                        ขอให้สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ จงคลี่คลายไปโดยเร็วครับ