ภารกิจที่ต้องจัดการอีกเรื่องหนึ่งคือ “การแสดงหลักฐานขอรับเงินบำนาญ”และสิทธิประโยชน์อันชอบธรรมได้แก่เงินบำเหน็จตกทอด และการแสดงหลักฐานว่าเป็นสมาชิก “กบข” ผู้ที่ไม่เป็นสมาชิก กบข.ก็ไม่ต้องแสดงหลักฐาน 

        หลักฐานที่ต้องเตรียมไปแสดงได้แก่สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาทะเบียนบ้าน  สำเนาหน้าสมุดคู่ฝากธนาคาร   สำเนา กพ.๗  คำสั่งการอนุมัติให้ลาออกจากราชการ  และคำสั่งการเลือนขั้นเงินเดือนครั้งสุดท้าย  อย่างละ ๗ ชุด  ยกเว้น กพ.๗  ใช้เพียง ๔ ชุด

        การไปติดต่อราชการ ฉันมักจะไปตอนเช้า ๆ อาจจะถึงก่อนเจ้าหน้าที่ก็ยิ่งดี  ตอนเช้า ๆ ไม่ต้องแก่งแย่งหรือรอคอย  อีกอย่างหนึ่งเจ้าหน้าที่อาจจะมีสบายใจให้กับการบริการ

        ฉันไปนั่งรอเจ้าหน้าที่  ไม่นานนักมีผู้มาติดต่อเรื่องเดียวกันอีกเรื่อย ๆ  ฉันรู้สึกเห็นใจมากที่สมุดประวัติกองอยู่บนพื้นมากมาย  เพราะเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการลงประวัติในโปรแกรมคอมพิวเตอร์   เจ้าหน้าที่พยายามที่จะให้บริการอย่างเต็มใจ  แต่การบริการต้องทำให้ได้ทีละคนเท่านั้น

         ฉันจึงนั่งรอก่อน  รอให้คนอื่น ๆ เรียบร้อยไปก่อน  แต่เจ้าหน้าที่มองมาที่ฉันเห็นนั่งรอนาน  ฉันได้แต่ยิ้มพร้อมกับบอกว่า “ไม่เป็นไรรอได้ค่ะ”  ผู้คนก็ทยอยกันมาเรื่อย ๆ และมุ่งตรงไปห้อมล้อมที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่  เมื่อมีจังหวะฉันจึงขออนุญาตหาเอง  เมื่อเจอของเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็หยิบออกมาวางไว้  และเจอของตัวเองเป็นลำดับสุดท้าย

        เจ้าหน้าที่แนะนำว่า “ต้องถ่ายคำสั่งการอนุมัติให้ลาออกจากราชการ  และคำสั่งการเลือนขั้นเงินเดือนครั้งสุดท้ายมาด้วย  เพื่อลงหน้าประวัติให้เป็นปัจจุบัน”  โดยมีผู้นำต้นฉบับไปที่ร้านเอกสารแล้ว  ฉันจึงติดตามไปที่ร้านเอกสาร  พบกับสุภาพสตรีท่านหนึ่งไม่ทราบว่าเออร์ลี่หรือบำนาญ  มีต้นฉบับอยู่ในมือ

       “อาจารย์ขา  เจ้าหน้าที่บอกว่าให้มาถ่ายเอกสารจากต้นฉบับจริง หากอาจารย์เสร็จแล้วขอถ่ายต่อนะคะ”  ฉันพูดกับสุภาพสตรีท่านนั้น  เพราะเห็นเอกสารต้นฉบับวางอยู่โดยไม่มีใครเอาไปทำอะไร

        “ไม่ได้หรอกน้อง  อย่าเอาเลย  อันนี้มันไม่ชัด และพี่ก็ยังถ่ายไม่เสร็จ”  ท่านบอกฉันอย่างนี้  สังเกตว่าท่านกำลังเย็บเอกสารอยู่ 

          เจ้าของร้านถ่ายเอกสารคงเห็นใจฉันจึงไปคว้าเอกสานต้นฉบับนั้นมาถ่ายให้ฉันรวดเดียว ๑ ชุดก่อน  แล้วคืนต้นฉบับไปกับเจ้าของเดิม

          ฉันพยายามอ่านและหาดูชื่อเพื่อน ๆ และถ่ายเอกสารให้กับเพื่อนที่เป็นครูในอำเภอนครไทยทุกคน  อย่างละ ๗ ชุด เพราะพวกเขากำลังเดินทางมา  เมื่อทุกคนมาถึงก็ไม่วุ่นวายหรือต้องรอคิวจากการถ่ายเอกสาร เพราะฉันเตรียมไว้รอแล้วนั่นเอง

         กลับเข้ามาที่ห้องทะเบียนประวัติอีกครั้ง  เห็นทุกคนรายล้อมอยู่ที่โต๊ะเจ้าหน้าที่คนเดิม  ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องลงรายละเอียดในหน้าประวัติให้เป็นปัจจุบัน  โดยต้องอาศัยสมาธิเป็นอย่างมาก  เพราะจะเขียนผิดไม่ได้   ส่วนคนที่มาทีหลัง  อยากตะโกนถามอะไรก็ถาม  และที่แย่ไปกว่านั้นคือการตะโกนถามกันด้วยเสียงอันทำลายสมาธิมาก ๆ   พอดีเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยเดินเข้ามา ฉันจึงบอกเพื่อนเพื่อมีเจตนาให้คนอื่นได้ยินว่า “เบา ๆ นะเธอเจ้าหน้าที่กำลังใช้สมาธิทำงาน 

          ขั้นสุดท้ายพวกเราต้องนำเอกสารไปส่งที่ห้องการเงิน  ฉันเรียงหน้าเอกสารไปตามลำดับคือสำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาทะเบียนบ้าน  สำเนาหน้าสมุดคู่ฝากธนาคาร   สำเนา กพ.๗  คำสั่งการอนุมัติให้ลาออกจากราชการ  และคำสั่งการเลือนขั้นเงินเดือนครั้งสุดท้าย  แล้วเย็บเป็น ๑ ชุด  และแถมให้เจ้าหน้าที่อีก ๑ ชุดเผื่อขาดเหลือหรือผิดพลาด

         แล้วแต่ละคนก็ตามมาส่งเป็นดังนี้  แต่ละอย่างเย็บมารวมกัน  ไม่มีการเรียงเอกสารให้ตามลำดับ  เพราะเอกสารเหล่านี้ต้องส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   ความจริงเจ้าหน้าที่ก็ทำได้  แต่หากเราทำเองเจ้าหน้าที่ก็จะสะดวกและถูกต้องมากกว่าเจ้าหน้าที่ทำ  เพราะเขาไม่รู้จักเราและอาจจำผิดพลาด ฉันจึงรับหน้าที่เป็นผู้บริการช่วยเรียงเอกสารให้แต่ละคน

        พวกเราแต่ละคนทำหน้าที่สอนคนมาแล้วมากกว่า ๓๐ ปี  และอายุก็ผ่านเลข ๕๐ กันทั้งนั้น และมีตำแหน่งปัจจุบันคือเป็น “ข้าราชการบำนาญ” ที่มีสามารถผ่านความชำนาญการมาแล้วมากมาย  อยากจะให้ทุกคนทำตัวเป็นแบบอย่างอันดีของผู้ที่อ่อนอาวุโส เป็นที่รักและศรัทธาต่อคนในสังคม หรือคนรุ่นหลัง  ที่สำคัญควรจะมีความภาคภูมิใจในวัยอาวุโส  และช่วยกันทำความดีเพื่อขอบคุณโลกที่ให้พวกเรามีโอกาสอยู่มาจนถึงวัยอาวุโส

       บันทึกฉบับนี้เขียนขึ้นเพราะอยากจะเขียน  เฉพาะประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น  ไม่มีอคติใด ๆ