สิ่งสำคัญที่น้องหูปิดจะได้รับการพัฒนาอย่างมากคือ ได้รับการพัฒนาสมองซีกซ้าย เพื่อความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาการทางอารมณ์ สติ สมาธิ และการได้ทำงานเป็นทีม การตรงต่อเวลาและความรับผิดชอบ

 

 

 

 

 

     “โครงการค่ายการแสดงสำหรับนักเรียนพิการทางการได้ยิน” ของ นายคทาวุธ ศรีมนตรี หรือ “วุธ” นักศึกษาคณะดุริยางคศิลป์ สาขาดนตรีสากล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)หนึ่งในสมาชิกกลุ่มละครเอ๊าะเป๊าะ สามารถคว้ารางวัลโครงการที่มีผลการดำเนินงานดีเยี่ยมลำดับรองชนะเลิศอันดับ ๒ ระดับอุดมศึกษา ในโครงการ “กล้าใหม่…สร้างสรรค์ชุมชน” หรือ SCB Challenge Community Projects 2009 ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ปี ๒๕๕๒ ด้วยหวังว่า “ละคร” จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนหูปิดและคนหูปิด กับคนหูปิดและคนหูดี 

 

               

 

    “วุธ” คือสมาชิกคนสำคัญในการเพิ่มสีสัน แห่งการเชื่อมร้อยคนหูปิด-หูปิด คนหูดี-คนหูปิดเข้าด้วยกัน ผ่านเสียงดนตรี ในฐานะสมาชิกกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญด้านดนตรีที่สุด จึงคิดที่จะเสริมกิจกรรมการแสดงละครด้วยการสอนน้องหูปิด “ ตีกลอง"

 

               

 

     วุธ บอกเล่าถึงสาเหตุที่เลือกกลองเพราะกลองเป็นเครื่องดนตรีที่คุมจังหวะ ซึ่งจังหวะเป็นพื้นฐานขั้นต้นของการเรียนดนตรีทุกประเภท อีกทั้งกลองยังเป็นเครื่องดนตรีที่มีแรงสั่นสะเทือนที่สามารถสะท้อนกลับมายังผู้เล่นได้ค่อนข้างชัดเจนกว่าเครื่องดนตรีอื่นๆ

 

         

 

    วุธ ยึดหลัก ๓ ข้อในการสอนตีกลอง

               ๑.เล่นให้น้องดู

               ๒.สอนให้น้องเล่น 

               ๓.ปล่อยให้น้องเล่นเอง

 

    ระยะหลัง วุธ จึงไม่บังคับให้น้องต้องตีไปตามรูปแบบที่เขาตีให้ดู แต่จะให้อิสระทางความคิดสร้างสรรค์ให้น้องตีไปตามใจที่พวกเขาอยากจะเล่น และพัฒนาทักษะด้านดนตรีด้วยการให้น้องหูปิดที่เริ่มตีกลองเป็นพอสมควรแล้ว ไปสอนให้กับเพื่อนๆ หูปิดกันเอง เขาเชื่อว่าคนหูปิดด้วยกันจะมีเทคนิคในการสอนที่เข้าใจกันง่ายกว่า

 

                   

 

     ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น วุธ ไม่ได้หวังให้น้องหูปิดต้องตีกลองเก่งเท่ากับเขาหรือคนปกติทั่วไป แต่ต้องการเห็นการพัฒนาด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการได้เรียนดนตรี เขาบอกว่าเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ ทักษะด้านการดนตรีจริงๆ แล้วอาจเป็นพัฒนาการที่น้อยที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับน้องหูปิดก็ได้ แต่สิ่งสำคัญที่น้องหูปิดจะได้รับการพัฒนาอย่างมากคือ

 

..ได้รับการพัฒนาสมองซีกซ้าย เพื่อความคิดสร้างสรรค์

..พัฒนาการทางอารมณ์ สติ สมาธิ และการได้ทำงานเป็นทีม

..การตรงต่อเวลาและความรับผิดชอบ 

 

         นายกิตติกร สายโรจน์ หรือ “แมน” อายุ ๑๘ ปี นักเรียนโรงเรียนโสตศึกษา จ.ร้อยเอ็ดซึ่งได้รับการถ่ายทอดการตีกลองจากกลุ่มเอ๊าะเป๊าะ บอกเล่าผ่านภาษามือว่า การเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเอ๊าะเป๊าะทำให้ตนได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และรู้สึกสนุกมากกับการตีกลอง และไม่เพียงแต่การตีกลองเท่านั้น ตนยังได้เรียนรู้เรื่องการทำฉากละคร การแต่งหน้า และการแต่งตัวละคร 



   ปัจจุบัน “แมน” เป็นผู้นำเรื่องการตีกลอง เขาสามารถสอนเพื่อนๆ ในวงได้แล้ว แม้จะยังไม่เคยแสดงให้ใครดู แต่เท่าที่ฟังเสียงตีของน้องๆ หูปิดกลุ่มนี้พบว่าพวกเขาสามารถตีกลองหลายๆ ใบเข้ากันได้เป็นอย่างดี และไม่มั่วแน่นอน ...

 

     “ผมรู้สึกดีที่ได้ตีกลอง ตอนนี้พวกผมมีวงแล้ว หากชำนาญเมื่อไรก็อยากเล่นให้คนหูดีและหูปิดดู อยากนำชื่อเสียงมาให้โรงเรียน”

 

       เด็กดีที่จิตใจใครย่อมรัก

       ไม่ฉลาดนักจักเรียนรู้พออยู่ได้

        อยากจะเห็นชาติเจริญเดินไปไกล

        ประเทศไทยต้องอุดมด้วยคนดี

 

ที่มา :

 

http://www.scbfoundation.com/news_info_detail_th.php?cat_id=1&nid=590