เห็นไหมคะ ว่าเรื่องบางเรื่องที่ใจเราปรารถนา แค่ได้ลงมือทำเพียงเศษเสี้ยว เราก็เป็นสุข... หัวใจเบิกบานแล้ว

        การได้กลับมาทำในสิ่งที่ชอบและเคยทำมาตลอด  ทำให้มีความรู้สึกดีๆ  รู้สึกเป็นสุขและปลดปล่อยตัวเอง  ด้วยการกลับมาเดินขึ้นดอยในเช้าตรู่ของวันหยุด หลังจากที่ห่างหายไปเป็นปีๆ  เพราะมีภารกิจบางอย่างที่ไม่สามารถมาเดินได้

 

        ผู้เขียนตั้งใจและสัญญากับตัวเองว่า  จะต้องทำตัวให้ว่าง  เพื่อจะได้มาเดินออกกำลังกายในวันหยุด   โดยเริ่มเดินครั้งแรกในวันเสาร์ - อาทิตย์ ที่ 10,11 กรกฏาคม ที่ผ่านมา  ในครั้งแรกมีหลานและเจ้าตัวเล็กมาเป็นเพื่อน  พวกเราเดินจากพระธาตุดอยสุเทพ  ถึงพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์  ระยะทางประมาณ 4 กม.

 

เจ้าตัวเล็ก...เพื่อนร่วมทาง

 

        ครั้งที่ 2 เมื่อ 17 , 18 กรกฏาคม ที่ผ่านมา  คราวนี้เดินคนเดียว  เพราะหลานติดภารกิจไปกทม. เพื่อให้รู้สึกมีเพื่อนร่วมทางบ้าง  จึงเริ่มเดินจาก จุดชมวิว ถึงพระธาตุดอยสุเทพ  ระยะทางประมาณ 5 กม.

 

เพื่อนร่วมทาง..คนขี่จักรยาน

         ขณะเดินรู้สึกว่าร่างกายเหนื่อยล้า   แต่ใจกลับเบาสบาย  ปลอดโปร่ง  มีอิสรภาพ  ไร้ความกังวลใดๆ  เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย  หัวใจพองโต  เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเอง  ผู้เขียนคิดว่าสาเหตุหลัก  คือ การที่สามารถชนะใจตัวเองได้  บริหารจัดการตัวเองจนได้มาทำในสิ่งที่ชอบ  

 

เดินไป  นับต้นไม้ที่เขานำมาปลูกไว้ข้างทาง

 

         ทำให้นึกถึงบทความหนึ่งที่ท่าน ว.วชิรเมธี  ได้เขียนไว้ว่า “ ถ้าเราอยากมีชีวิตที่บริหารจัดการได้  เราต้องพยายามลดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิตเสียบ้าง  ลองนึกถามตัวเองว่า  อะไรที่เป็นสิ่งที่จำเป็นจริงๆ  อะไรที่ไม่จำเป็นให้ตัดออก  เมื่อเราสามารถบริหารชีวิตได้  เราก็จะมีเวลาเหลือในชีวิตมากขึ้น  จิตใจก็ปลอดโปร่งมากขึ้น”

 

 

 

        ผู้เขียนรู้สึกเห็นด้วยอย่างมาก  เพราะที่ผ่านมาเรามักคิดว่า  เรื่องนั้นก็สำคัญ  เรื่องนี้ก็สำคัญ  ตัดออกไม่ได้  จึงทำให้ชีวิตมีแต่ความวุ่นวาย  ความกังวลตลอดเวลา  และมักเป็นข้ออ้างที่ดี ว่าไม่มีเวลา   แต่อยู่มาวันหนึ่งพอเราจัดการกับชีวิตตัวเองได้บ้าง  เราก็เลยรู้สึกปลอดโปร่ง เบิกบานขึ้นมา  จนเกิดความรู้สึกว่าแปลกไป

 

 

          จะเห็นว่าในการได้มาเดินแบบนี้แต่ละครั้ง  นอกจาก  จะเป็นการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว  ยังเป็นการเสริม  เติมแรงให้หัวใจเข้มแข็ง  ด้วยการทำให้หัวใจหลุดพ้นออกมาจากวังวนเดิมๆที่เราต้องทำในแต่ละวันๆที่ผ่านมา    เมื่อชาร์ทไฟหัวใจเต็มแล้ว  เราก็พร้อมที่จะกลับไปลุยกับวิถีชีวิตบางเรื่อง  บางตอนที่เราไม่สามารถจัดการได้อีก

 

 

          เห็นไหมคะ  ว่าเรื่องบางเรื่องที่ใจเราปรารถนา  แค่ได้ลงมือทำเพียงเศษเสี้ยว  เราก็เป็นสุข...  หัวใจเบิกบานแล้ว  ท่านผู้อ่านท่านใด  ที่มีความคิดว่าจะทำนั่น ทำนี่  และอ้างว่าไม่มีเวลา  ลองกลับไปทบทวนตัวเองดูว่า   เราจะกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตอะไรออกไปได้บ้าง  เพื่อที่เราจะได้มีเวลาในชีวิตเหลือเพิ่มขึ้น  และได้ทำในสิ่งที่ใฝ่ฝันบ้าง 

      อย่าลืมนะคะว่าเรามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้ไม่นาน

ไปเดินด้วยกันไหมคะ??