การเยียวยาที่สำคัญของสังคม

  เคยสนทนากับเพื่อนสนิท ที่เขามีหน้าที่ตำแหน่งในหน่วยงาน เทียบได้ว่าเป็นพ่อบ้าน ต้องปกครองคนมากมาย หลายระดับ ทั้งความรู้มาก ความรู้น้อย ไปจนถึงอายุมาก ไปหาอายุน้อย บางแผนกมีหญิงมากกว่าชาย และชายมากกว่าหญิง ก็ตามแต่ เหล่านี้ จึงเป็นสังคมที่ดูยุ่งเหยิง ผู้เขียนไปเยี่ยมเยียนคราวใด ก็มักจะเห็นเขา กำลังเป็นเหมือนศาล ที่มีคนเข้า-ออกฟ้อง ร้องเรียนกันตลอดเวลา

  บางครั้งเห็นกับตาว่า เขาทะเลาะกันหน้ามืดตามัวอยู่ตรงหน้า แต่เพื่อนของผู้เขียน ก็มีอารมณ์ที่นิ่งมาก ฟังเรื่องราวทางโน้นที ทางนี้ที พยักหน้ารับรู้ ใส่ใจ แต่ไม่มีคำใด ที่เมื่อเอ่ยออกมาแล้ว ฝ่ายไหนจะเจ็บ ไม่นานทั้งสองฝ่ายก็ค่อยอ่อนลง เริ่มระงับอารมณ์ เย็นลง เรื่องราวไปถึงไหนแล้วก็เปล่าเลย ยังค้างคาใจอยู่อย่างนั้น แต่คำพูดจาเริ่มเปลี่ยนไป เพราะคนกลาง เป็นคนกลางจริงๆ เพื่อนเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ก็เรื่องของเขา เขานั่นแหละรู้ตัวดีกว่าใครๆ สังเกตให้ดี ถ้าเป็นเรื่องที่ต่อว่าอย่างผิดเพี้ยนไป อีกฝ่ายจะโต้สวนทันควัน อารมณ์ขึ้นว่างั้นเถอะ แต่ถ้าพูดถูกใจดำและผิดจริง ฝ่ายที่ผิดจะอ้อมแอ้ม ถึงเถียงก็เสียงไม่แข็งเท่าใด เมื่อเขาขุดคุ้ยสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างมาทำให้ขุ่นข้องหมองใจกันจนหมดสิ้นแล้ว ก็จะหมดเรื่องที่จะฟ้อง และเริ่มยุติกัน

  หลังจากนั้น แต่ละฝ่ายก็ยังวนเวียนมาหาพ่อบ้านของหน่วยงานอีก แต่แปลก บางครั้งมาเพื่อจะสารภาพผิดมากกว่ามาฟ้องกัน คราวนี้ เพื่อนของผู้เขียนก็จะสนทนาด้วยดี ที่สำคัญ จะไม่มีการว่าร้ายหรือเติมไฟใดๆ แต่จะพูดให้เห็นถึงสิ่งหนึ่ง ที่เขาทั้งสองต่างมีความสำคัญต่อกัน อาจเป็นในอดีตหรือปัจจุบัน ตลอดไปถึงอนาคตที่มองเห็นๆกันอยู่

 ไม่ช้านาน ทั้งสองฝ่ายก็เงียบหายไป อาจดีเลิศถึงขั้นขอโทษขอโพยกัน หรืออย่างน้อย ก็ทำงานต่อไปได้ อย่างที่ไม่มีใครเสียศักดิ์ศรีเลย แต่กลับได้รับความภาคภูมิใจลึกๆ ที่เพื่อนของผู้เขียน ได้แจกแจงคุณค่าของเขาเอง ให้ได้ชื่นใจมีกำลังใจที่จะทำสิ่งที่เป็นเกียรติยศแห่งตนต่อไป

  การสมานฉันท์ เป็นการเยียวยาที่สำคัญของสังคม ไม่ว่าจะสังคมเล็ก หรือใหญ่ และต้องนำการสมานฉันท์มาใช้เสมอ แต่ที่สำคัญเหนืออื่นใด ผู้สมานฉันท์นั้น คือบุคคลสำคัญ ทำตัวเหมือนเป็นเครื่องโทรศัพท์ รับฟัง รับการตอบโต้ รับรู้เรื่องราว และอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายได้ดีเพียงใด  และย่อมเข้าใจหน้าที่ของตนดีว่า เป็นเพียงสะพานแห่งมิตรภาพ

  การคืนดีหรืออดโทษแก่กัน เป็นเรื่องของคนทั้งสอง หาได้เกี่ยวกับ โทรศัพท์เครื่องนั้นไม่ ขอให้กำลังใจผู้ดำเนินการแห่งความสมานฉันท์ เพราะนั่นคือคุณวิเศษสูงสุดแล้ว ที่คนคนหนึ่งจะมีคุณสมบัติของหัวใจ ที่เปี่ยมล้นไปด้วย จิตวิญญาณแห่งการปรองดองเช่นที่กล่าวมานี้

  แล้ววันหนึ่ง ผลแห่งการง้องอน การคืนดี การให้อภัย ก็จะมีฤทธิ์เดช กลั่นน้ำตาแห่งความปิติใจ ปลาบปลื้ม ของผู้ขัดแย้งกัน ที่ต่างก็ชนะใจตนเองได้ ด้วยตัวของตัวเอง

   ผู้เขียนเคยแอบนึกว่า เวลาเพื่อนไม่ใส่ใจความขัดแย้งเหล่านั้น มองเหมือนคนใจดำ

  แต่ครั้งหนึ่ง เพื่อนก็บอกผู้เขียนว่า "บางที เราก็ต้องปล่อยให้พวกเขาไปค้นหาร่องฟันเฟืองที่เข้ากันได้  และเมื่อนั้นความขัดแย้ง ปีนเกลียว ก็จะหายไปเอง เราหาของเขาไม่เจอหรอก"