ปี๋เก่าก็ล่วงไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วก็มาเติง

"ปี๋เก่าก็ล่วงไปแล้ว ปี๋ใหม่แก้วก็มาฮอดมาเติง ประเพณีปี๋ใหม่เมืองเฮา ทั้งหนุ่มเฒ่าเฮาล้วนร่ำเปิง ต่างก็แห่ฟ้อนรำตามเจิง สำราญรื่นเริงรวมกันเล่นน้ำ"

     นี้เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง"แอ่วปีใหม่" ฉันเชื่อว่าทุกคนเมื่อได้ยินเพลงนี้ตามสถานีวิทยุหรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ เป็นอันทราบโดยทั่วกันว่าเทศกาลสงกรานต์ได้มาถึงแล้วรวมทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรต่างๆ พนักงาน ต่างพากันแต่งชุดพื้นเมือง อู้กำเมือง ตลอดเดือนเมษายนเพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของล้านนาสืบไป

     สำหรับป๋าเวนีปี๋ใหม่เมือง ปี 2553 วันที่ 13 - 17 เมษายน เป็นการดำเนินกิจกรรมที่ฉันปฏิบัติเป็นประจำทุกปีของเทศกาลป๋าเวนีปี๋ใหม่เมืองเฮา

วันแรก วันที่ 13 เมษายน วันสังขารล่อง

      วันสังขารล่อง ตั้งแต่เช้ามืดจะ ได้ยินเสียงประทัดกันสนั่นหวั่นไหว มีความเชื่อว่าเป็นการไล่สังขารให้ออกไปจากชีวิต เอาสิ่งที่ไม่ดีออกไปไหลไปตามสังขาร และในวันนี้อีกเช่นกันช่วงเช้าในวันที่ 13 เมษายน ของทุกๆปี ทางเทศบาลตำบลบ้านธิมีกาจัดงาน"กิ๋นหวาน ตานม่วน" เป็นประจำทุกปี มีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่จากตัวแทนของแต่ละหมู่บ้านและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือตามลำดับ เมื่อกลับมาถึงบ้านจะเป็นการดำหัวตนเอง คือ การสระผม เมื่อสระผมต้องเงยหน้าไปตามทิศที่กำหนดไว้ในแต่ละปีด้วย เป็นการชำระล้างสิ่งที่ไม่ดีออกไป พอถึงช่วงบ่าย มีการจัดขบวนแห่ไม้ค้ำสะหรีของแต่ละหมู่บ้านรวมทั้งการถวายผ้าป่าสามัคคีให้แก่โรงเรียนวัดบ้านธิเพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการพัฒนาโรงเรียนต่อไป 

 

วันที่สอง วันที่ 14 เมษายน วันเนา วันเนาว์ วันเน่า

        วันเนาว์ วันนี้ตามความเชื่อแล้วห้ามกระทำสิ่งที่ไม่เป็นมงคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการด่าทอและทะเลาะวิวาท หากผู้ใดที่ด่าทอกันในวันนี้ผู้นั้นจะปากเน่า วันนี้เป็นวันเตรียมหรือวันดา เตรียวสิ่งของต่างๆ ที่จะใช้ทำบุญในวันพญาวัน มีการเตรียมขนมเทียนหรือบางบ้านอาจทำข้าวต้มมัด ห่อนึ่ง สวยใส่ดอก ขันข้าว ขมิ้นส้มป่อย ฯลฯ รวมถึงการเด็ดดอกไม้ตามความเชื่อให้เด็ดหรือตัดไม้ในวันนี้เพราะว่ามอดหรือปลวกจะไม่มากินไม้ พอถึงวันพญาวันห้ามมีการเด็ดหรือตัดสิ่งใดทั้งสิ้น

 

วันที่สาม วันที่ 15 เมษายน วันพญาวัน

     วันพญาวันเป็นวันเถลิงศกเริ่มต้นจุลศักราชใหม่ วันนี้เป็นวันที่มีการทำบุญทางศาสนาตั้งแต่เวลาเช้าตรู่จะนำทานขันข้าว ("ตานขันข้าว")ไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษหรือญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นจะนำตุงไปปักบนเจดีย์ทรายเชื่อว่าการตานตุงสามารถช่วยให้ผู้ที่บาปหนักสามารถพ้นจากขุมนรกได้ จากนั้นมีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเมื่อเสร็จพิธีจะมีการนำไม้ค้ำสะหรีไปค้ำตามต้นไม้ต่างๆบริเวณวัดหรือต้นโพธิ์หน้าวัดเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ในการช่วยค้ำจุนพระศาสนาให้ยืดยาวต่อไป

 

วันที่สี่ วันที่ 16 เมษายน วันปากปี

     ช่วงเช้า ทุกคนในหมู่บ้านจะไปวัดเพื่อประกอบพิธีบูชาลดเคราะห์โดยจะนำเสื้อผ้าของสมาชิกในครอบครัวทุกคนพับลงสลุงหรือตะกร้า และมีกระทงใบตองบรรจุข้าว อาหาร กล้วย ดอกไม้ วางอยู่บนเสื้อผ้า นำไปวางรวมกันต่อหน้าพระประธานในโบสถ์จากนั้นมีการประกอบพิธีทางศาสนาเมื่อเสร็จพิธีพระจะทำการคว่ำสลุงหรือตะกร้าลงจากนั้นทยอยกันเข้าไปเก็นสลุงของแต่ละบ้านลงมานำเสื้อผ้ามาสะบัดทีละตัวจนครบจำนวนสมาชิกในครอบครัว เพื่อเป็นการปัดสิ่งไม่ดีออกจากชีวิต ปีใหม่เริ่มแต่สิ่งดีๆ ใหม่ๆ เมื่อกลับจากวัดจะเตรียมของดำหัวเพื่อไปดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน

     ช่วงบ่าย ชาวบ้านจะมารวมตัวกันบริเวณใจกลางหมู้บ้านเพื่อประกอบพิธีสืบชะตาหมู่บ้านเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตแก่ตนและหมู่บ้าน

หมายเหตุ: วันนี้ทุกบ้านจะทำอาหารเหมือนกันทุกบ้าน คือ แกงขนุน เพราะเชื่อว่ากินแกงขนุนแล้วชีวิตจะพบเจอแต่ความเจริญ ไปที่แห่งใดจะมีผู้เกื้อหนุนจุนเจือ

 

วันที่ห้า วันที่ 17 เมษายน วันปากเดือน

     วันนี้เป็นวันที่ทุกคนในหมู้บ้านไม่ว่าจะเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้ใหญ่ หนุ่มสาว ต่างมาช่วยกันเตรียมของเพื่อไปเข้าร่วมพิธีดำหัวหลวงปู่หล้า วัดป่าตึงงาม จ.เชียงใหม่ เป็นประจำทุกปีเพื่อที่จะนำเงินจำนวน 10,000 บาม ถวายแก่วัด โดยทางกรรมการมีข้อแม้ว่าจำนวนผู้เข้าร่วมขบวนต้องมี 120 คนขึ้นไป องค์ประกอบของขบวนต้องมีเครื่องดำหัว คือ หมากสุ่ม หมากเป็ง ครัวตาน ตุง ฯลฯแต่ปีนี้ฉันไม่ได้ไปร่วมขบวนด้วยเนื่องจากติดเรียน

 

"กำเมืองเป็นภาษาที่ติดตัวเฮามาตั้งแต่เกิด จ่วยกั๋นอู้กำเมือง"

"กำเมืองถ้าคนเมืองบ่อู้แล้วไผจะอู้"