หน้าร้อน อากาศแล้งอย่างนี้บางที่ก็รู้สึกห่อเหี่ยวเหมือนต้นไม้ยามนี้เลยนะคะ..แต่ในขณะเดียวกันไม้บางชนิดก็ชูช่อ ออกดอก ออกผลแข่งกับความแห้งแล้ง ทำให้เรามองเห็นความสมดุลของธรรมชาติ ว่าธรรมชาติมีการจัดการในระบบนิเวศน์ให้กับมนุษย์ได้ยอดเยี่ยมที่สุด 13-17 เมษายนนี้เป็นวันหยุดยาวของคนไทย เนื่องในวันสงกรานต์ ผู้คนกลับไปเยี่ยมบ้าน เยี่ยมครอบครัว ประกอบกับยังมีมะม่วงนอกฤดูยังมีหลงเหลืออยู่ ก็พอจะทำน้ำปลาหวานมะม่วงไว้ต้อนรับพี่น้องที่กลับมา..และไม่เสี่ยงต่อโรคท้องร่วงที่มากับอากาศร้อนด้วยค่ะ..ครูอ้อยเล็กนำมาฝากชาวบล็อกด้วยค่ะ...มีความสุขในวันสงกรานต์นะคะ..

เริ่มต้นด้วยการเคี่ยวน้ำปลาหวาน ซึ่งประกอบด้วย
1.น้ำปลาดี น้ำตาลปี๊บ กะปิดี ผสมเข้าด้วยกันขึ้นตั้งไฟเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆให้เหนียวลักษณะคล้ายๆตังเม
2.ซอยหัวหอม ปั่นพริกแห้ง และปั่นกุ้งแห้งเตรียมไว้

3.เคล็ดลับของน้ำปลาหวานให้ไม่เหนียวจนเกินไป คือการใส่หัวหอมซอยตอนน้ำปลาหวานที่กำลังอุ่นๆไม่ร้อน น้ำจากหัวหอมซอยก็จะไปผสมให้น้ำปลาหวานที่เหนี่ยวเป็นตังเม ค่อยคลายลงและเหนี่ยวข้นพอดีค่ะ...
4.จากนั้นใส่กุ้งปั่น ในกรณีที่กุ้งไม่แข็งให้ใส่ทั้งตัวได้ค่ะ..ตามด้วยพริกแห้งป่นค่ะ..

แหล่งที่มาของมะม่วง

มะม่วงหลงฤดูที่บ้านค่ะ

จากต้นมานอนแอ้งแม้งอยู่ในครัวแล้วจ้า

เราคู่กันนะ...

พร้อมรับประทานแล้วค่ะ...
สวัสดีค่ะ
ชอบมาก (กกกก)
กุ้งต้องเผาแบบนี้ค่ะ..ถึงจะแซ่บ...
สวัสดีค่ะพี่ครูอ้อยเล็ก..นี่แหละคุณครูทำได้สารพัดนะคะรสชาติคงอร่อยน่าดูล่ะ..นึกไม่ถึงว่าจะเป็นแม่บ้านจ๋า..อิ..อิ..แซวครูศิลป์..หุ..หุ..
สวัสดีค่ะพี่อ้อยเล็ก
โอ้โห...บันทึกนี้ถูกใจจริง ๆ ค่ะ
ชอบ ๆ เห็นแล้วอยากทาน ๆ ...
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
สวัสดี ครับ คุณครูอ้อยเล็ก
ตามกลิ่นน้ำปลาหวานมา นะครับ
คล้อยตาม...มาก มาก ครับ
มีความสุขในวันครอบครัว
ด้วยน้ำปลาหวานถ้วยนี้ นะครับ
พี่อ้อยเล็กจ๋า....
เปรี้ยวปาก น้ำยายไหย ย้อย อิอิ
ไปหาซื้อมาทานบ้างดีกว่าค่า...
ไม่อยากจะพูดซ้ำคุณแสงฯ ว่า
ตามกลิ่นน้ำปลาหวานมา..ฮา555555