ดวงตาของท่านดูเหมือนจะจ้องมองเราได้ทุกที่

เช้าตรู่วันนี้ (14 เมษายน 2553) ตั้งใจไปกราบหลวงพ่อพระพุทธชินราช หรือหลวงพ่อใหญ่ ที่ผู้คนเมืองพิษ'โลก นิยมใช้เรียก  ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  วันนี้ไปถึงเช้าหน่อย ประมาณ 6.09 น. ยังไม่ค่อยมีประชาชนมาครับ  หลังจากกราบและขอพรสำหรับครอบครัว และขอน้ำมนต์ในโอ่งน้ำข้างองค์หลวงพ่อใหญ่ (หากใช้มุมมองจากองค์หลวงพ่อใหญ่ จะอยู่ขวามือ ) ที่คณะสงฆ์ปลุกเสกไว้ ใส่ขวดน้ำดื่มขนาด 1 ลิตร เพื่อนำไปแบ่งปันให้ผู้คนที่รู้จักและใช้เป็นสิริมงคลกับครอบครัวแล้ว จึงไม่ลืมที่จะบันทึกภาพขององค์หลวงพ่อใหญ่  และนำมาฝากทุกท่านครับ

หลายท่านที่เคยไปนมัสการ กราบขอพรมาแล้ว คงจะนึกถึงเมตตา บารมี ที่ไม่ว่าเราจะนั่ง ณ ตำแหน่งใด ในวิหารแห่งนี้  ดวงตาของท่านดูเหมือนจะจ้องมองเราได้ทุกที่ สารพันคำขอ สารพันพรที่ผู้คนตั้งจิตอธิษฐาน  หากเปรียบเทียบในเชิงวิทยาศาสตร์ องค์หลวงพ่อใหญ่ต้องเป็น server ที่มีขนาดใหญ่มาก ๆ พร้อมที่จะรับข้อมูลจากผู้คนจำนวนมากในเวลาเดียวได้พร้อมกัน  โดยเครื่องไม่ error  ตรงนี้หากใครมีศรัทธา มีบุญบารมีพอ  คงจะสมหวังกับพรที่ขอได้ทันทีครับ

หลังจากนั้นเดินทางไปบริเวณสนามบินพิษณุโลก  เพื่อถ่ายภาพต้นไม้เหลืองปรีดียาธร ที่สำนักทางหลวงที่ 4 ปลูกไว้ใกล้ ๆ ทางขึ้นสะพานข้ามไปสนามบิน ความสวยสด เหลืองใสของไม้พันธุ์นี้  ดูจะเป็นคู่แข่งกับต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นลมแล้ง นะครับ  ยิ่งเมื่อถูกปลูกในปริมาณจำนวนหลาย ๆ ต้น  เป็นกลุ่ม ๆ แล้ว  หากทั้งต้นพากันผลิดอก  คงจะยิ่งสวยเป็นทวีคูณ 

และเมื่อถึงบริเวณสนามบินพิษณุโลก  มองไปที่สนามหญ้า  อาจเพราะเป็นเวลาเช้าตรู่ จึงเห็นดอกหญ้าถูกแสงแดดยามเช้าตกกระทบ  ในมุมที่สวยงามมากครับ

และนี่คือ สนามบินพิษณุโลก ในวันที่ 14 เมษายน 2553  ครับ