การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากบล็อก ทำให้มีความคิด ความรู้และการแลกเปลี่ยนต่อยอดกันมากขึ้น  จากการที่ได้อ่านบันทึกมองอย่างคนรุ่นใหม่  ทำให้นึกและทบทวนความคิดและการปฏิบัติต่อชีวิตของตนเอง  แม้ว่าฉันจะไม่ใช่คนรุ่นใหม่ก็ตาม

          ถ้าหากถามว่า "ฉันมีความเชื่อเรื่องการอบรมสั่งสอน วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งที่บรรพบุรุษปฏิบัติสืบต่อกันมาหรือไม่" ขอตอบว่า "เชื่อแต่เลือกปฏิบัติและไม่ลบหลู่" จึงขอเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง 

          เรื่องชื่อของฉัน "พระบอกว่าชื่อของฉันเป็นกาลกิณี ยกเว้นตัว เท่านั้น  สมควรเปลี่ยนชื่อ  คุณแม่มีความเชื่ออยากจะเปลี่ยน  เพราะวัยเด็กเจ็บป่วยบ่อยสุขภาพไม่แข็งแรง แต่คุณพ่อบอกว่าไม่เปลี่ยนชื่อนี้ดีแล้วมีความหมายว่าทองเนื้อเก้า เพราะนำชื่อของพ่อและแม่มาผสมกัน นพ+วรรณ" เป็นความเชื่อของคุณพ่อท่านบอกสั้น ๆว่า "ขอให้ทำตัวดี ทำวันนี้ให้ดีก็ที่สุดแล้ว"

         เรื่องต่อมา "สีรถยนต์ มีรถมาแล้ว ๔ คัน ๔ สี คือสีเขียว  สีขาว สีแดง และปัจจุบันบรอนซ์ทอง"  แต่ละสีถูกโฉลกหรือไม่  ฉันไม่เคยคิด  เมื่อฉันขับรถชนสุนัข  เพื่อนบอกว่า "รถของเธอไม่ถูกโฉลกนะ" แต่ฉันก็ค้านในใจว่า "ไม่จริงหรอก  ฉันเหยียบเร็วต่างหาก ดีแล้วที่สุนัขตัวนั้นเตือนสติฉัน  ควรขอบใจสุนัขไม่ว่า" ภายหลังเมื่อฉันขับถึงบริเวณนั้นฉันก็จะลดความเร็วและมีสติมากขึ้น 

        รถคันปัจจุบัน..ฉันถามพนักงานขายว่า..."รถสีอะไรขายดี  เขาตอบว่าสีบรอนซ์เงิน บรอนซ์ทองและสีดำ" ฉันจึงสั่งจองว่า"ไม่รับสีดำหากเป็นบรอนซ์เงินบรอนซ์ทองสีใดมาก่อนจะรับสีนั้น

พนักงาน : ครูคิมครับรถมาแล้วครับ  มีสีบรอนซ์ทองมีคนเขาจองไว้แต่ไม่พร้อมเรื่องอื่น ๆ ครับ

ครูคิม :  ตกลงรับได้ค่ะ  จะมอบรถตอนไหนล่ะคะ 

พนักงาน :  ไม่รอดูฤกษ์งามยามดีหรือครับ

ครูคิม : ฤกษ์งามยามดีของฉันมีตลอดเวลาค่ะ ฉันขอไปรับเดี๋ยวนี้เลยได้ไหมคะ

พนักงาน : งั้นมารับได้เลยครับ ผมจะรอนะครับ 

         ขณะที่ไปรับรถ  เป็นเวลาที่บริษัทกำลังเปิด ฉันเห็นมีผู้คนกลุ่มหนึ่งมารับรถกัน ๕ คนและพระอีก ๑ รูป  เมื่อถึงเวลาสังเกตเห็นพระขึ้นไปเจิมรถและพรมน้ำมนต์ก่อน  แล้วพระก็กลับไปพร้อมกับคนขับรถอีกคน  เหลือคนอยู่ ๓ คน ดูท่าทางเป็นพ่อและแม่เจ้าของรถ 

           รอจนได้เวลา  ๙.๑๙ น. เจ้าของรถจึงไปเสียบกุญแจ  ก้าวเท้าเป็นจังหวะขึ้นไปนั่งรถและรอถึง ๙.๒๙ จึงออกรถ  และคนอื่น ๆ ขึ้นไปนั่ง  ตอนนั้นฉันรู้สึกว่า" เขามีความอบอุ่นมากที่มีผู้มาให้กำลังใจและชื่นชมรถคันใหม่

          ส่วนฉันนั่งรอพนักงานส่งมอบรถ  "ไม่เกิน ๒๐ นาที รถคันนั้นได้วิ่งกลับเข้ามายังบริษัท  เพราะวิ่งไปชนเสาไฟฟ้าตรงทางกลับรถหน้าบริษัท  แถบขวามือพังไปทั้งแถบ  แต่คนขับไม่เป็นอะไร"  ฉันนึกเห็นใจและสงสารในความรู้สึกของเขามาก  แต่ฉันได้รับบทเรียน "ความไม่ประมาทเข้ามาเต็มหัวใจ"

           ต่อมาพนักงานฯ โทรศัพท์มาถึงฉันว่า "จะเลือกเลขป้ายทะเบียนรถไหมว่าเลขใดถูกโฉลก ฉันตอบว่าไม่เลือก เลขทีแค่ 0-9 ดีทุกตัวสำหรับฉัน"  ได้ทะเบียนมาวันแรก  ฉันไม่เคยสังเกตความดีงามเพียงแต่เข้าใจว่ารถพร้อมและมีป้ายทะเบียนสมบูรณ์แล้ว  แต่เพื่อน ๆ นำป้ายไปซื้อล็อตเตอรี่ถูกกันทุกคน สาเหตที่ฉันไม่ถูกไม่ใช่ฉันโชคไม่มีเพราะ "ฉันไม่ซื้อ

         ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องซื้อบ้าน "ฉันตกลงกับเจ้าของโครงการว่าจะเข้าอยู่บ้านวันนั้นวันนี้  เจ้าของโครงการก็ถามเหมือนกันว่าไม่ดูฤกษ์งามยามดีเลยหรือ ฉันตอบว่าฉันพร้อมถือว่าดีที่สุดแล้ว"

         แม้แต่ย้ายโรงเรียน"คุณครูรุ่นพี่บอกว่า จะต้องนำฉันไปส่งที่โรงเรียนใหม่วันนั้นวันนี้เพราะเป็นวันดี ฉันไม่เห็นด้วยแต่ไม่ขัด  เพราะเป็นความปรารถนาดีของคนอยู่มาก่อน"

         การเชื่อของคนไม่เหมือนกัน ต่างกันที่ความคิดและการดำรงอยู่ของแต่ละคน ฉันไม่เคยเชื่อเรื่องโชค วาสนา หรือฟ้าลิขิต เพราะชีวิตเป็นของฉัน ฉันลิขิตชีวิตฉันได้เพราะการกระทำ เมื่อฉันทำไม่ดีฉันก็ทุกข์และไม่สบายใจ แต่..ฉันเชื่อเรื่องที่พ่อแม่สั่งสอนอบรมเสมอ หากฉันทำดีก็เพื่อดี  สิ่งตอบแทนจะกลับมาเป็นอย่างไรก็ "เพียงลมหายใจ"