ต่อเนื่องจากสองบันทึกที่แล้ว...

เส้นทางสัมผัสกลิ่นอายเชียงคาน...เมืองโบราณริมแม่น้ำโขง

ปั่นจักรยานยามเย็น...เลียบริมโขงเมืองเชียงคาน

        เช้าวันใหม่ทางเจ้าของบ้านเตรียมข้าวเหนียวไว้ให้สำหรับตักบาตรข้าวเหนียว มีร้านอยู่กลางซอย 19   เสียดายภาพอยู่อีกกล้องหนึ่ง  ข้าวเหนียวร้อนๆ รีบไปล้างมือแล้วมาตักบาตร  ที่ร้านมีเก้าอี้เตรียมไว้ให้นั่งตักบาตร เพราะคุณยายอายุมากแล้ว เห็นจากในรูป  สมัยก่อนจะนั่งคุกเข่าบนเสื่อกัน  มีเด็กหนุ่มนักท่องเที่ยวเพิ่งมาถึงตอนเช้ามืดแวะมาถามว่าจะซื้อข้าวเหนียวตรงไหน  คุณยายก็แบ่งให้ ดีใจกันใหญ่เลย มิตรภาพน่ารักๆแบบนี้เริ่มหาได้ยากขึ้นทุกวันแล้ว....

จากนั้นมาจิบกาแฟยามเช้าริมระเบียง ชมพระอาทิตย์ขึ้นริมโขง  อ.จงรักษ์ออกมาคุยด้วย นำกล้องส่องทางไกลมาให้   อยากรู้ว่าฝั่งลาวมีงานอะไรเปิดเพลงเสียงดังลั่น อาจารย์บอกว่าวัดฝั่งลาวเปิดแบบนี้ทุกวัน

บรรยากาศยามเช้าเนี่ยสดชื่นมากเลย   ขอเก็บภาพกับต้นมะพร้าวที่ขั้นกลางระเบียง  ส่วนต้นนั้นอยู่กลางห้องพักซึ่งอยู่ด้านล่าง มีห้องน้ำในตัว   แต่ผู้เขียนไม่ค่อยชอบเพราะดูอึดอัด

ปั่นจักรยานกลับมาที่ร้านจำเลยรัก ร้านเดิมเมื่อคืนนี้ มื้อเช้าของเราไข่กระทะ(ที่นี่เป็นปลาทูน่า) มีปลาท่องโก๋  ขนมปังทาเนย พร้อมชาของเวียดนาม(ลืมชื่อไปแล้วแย่จังเลย) หมดไป 120 บาท  อ้อ...อย่าลืมขอให้เจ้าของร้านถ่ายรูปให้ฝีมือดีทีเดียว

ขอแนะนำร้านเฮือน100 ปีนะคะ พอดีเมื่อคืนเพื่อนไปแอคชั่นถ่ายรูปกับตู้ไปรษณีย์แล้วถูกบาดที่ขา คุณป้าที่ร้านนี้น่ารักมากๆเลยค่ะ รีบไปหายามาทำแผล ติดปลาสเตอร์ให้ด้วย  ส่วนร้านอื่นๆก็มาทักทายอย่างดีเลย  รู้สึกเหมือนญาติๆกัน

ผ่านร้านสองผัวเมีย เสียดายที่ปิดร้านเคยเห็นในเน็ตสวยมากๆเลย   ปั่นๆไปหยุดดู

ขนมฝักบัว เคยเห็นตอนเด็กๆ  คุยทักทายแต่ไม่ได้ซื้ออิอิ... แถวนี้มีวัดอยู่ตลอดทาง แวะไปวัดหนึ่ง ยืนดูภาพฝาผนังเห็นมีรูปตุ๊กๆแทรกอยู่ด้วยเลยเก็บมาฝากค่ะ

 

แนะนำอีกร้านหนึ่งค่ะ รู้สึกจะต้องขี่รถผ่านซอย 4  แล้วขึ้นเนินผ่านข้ามสี่แยกไฟแดงไป ทำเอาหอบเลย...เหนื่อยหล่ะ  ร้าน  สุวรรณรามา   เป็นโรงหนังเก่าค่ะ คุยกับเจ้าของร้าน บอกว่าเป็นของบรรพบุรุษ  ตอนนี้ทำเป็นร้านเครื่องดื่มกับร้านอาหาร แต่ยังคงบรรยากาศโรงหนัง  ขอเข้าไปชมได้ค่ะ ข้างในเปลี่ยนเป็น

สนามแบตมินตัน

หน้าร้านมีชิงช้าให้ถ่ายรูปได้ ไก่ที่เห็นเป็นไก่จริงนะคะ

ก่อนกลับขอถ่ายรูปกับอ.จงรักษ์ พี่ติ๋ว และลูกชาย  สัญญาว่าจะกลับมาพักอีกนะคะ

       อยากบอกว่า...ขอให้เชียงคานอนุรักษ์ความเป็นเชียงคานไว้แบบนี้  ที่นี่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่เหมือนที่อื่น  เท่าที่คุยกับหลายๆท่านตามร้านต่างๆ ท่านอยากให้คงแบบนี้ไว้  แต่ผู้เขียนเริ่มเห็นการสร้างร้านใหม่ๆขึ้นมา  ไม่อยากให้ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก   นับวันยิ่งโลกเราเจริญมากเพียงใด  เราก็จะเริ่มโหยหาอดีตกันมากขึ้น       แล้วจะกลับมาเที่ยวใหม่นะคะ