สุดท้ายที่พูดไปนะเรียกว่าให้กำลังใจรึเปล่านะ

เมื่อหลายวันก่อน มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมคนรู้จักซึ่งเข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ก่อนไปก็กังวล และคิดคำพูดเอาไว้มากมายว่าจะไปปลอบยังงัยดี คุยอย่างไรที่จะทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้น มีพลังและแรงใจต่อสู้กับโรคที่เป็นอยู่ เนื่องจากโดยปกติแล้ว เพื่อนๆ จะให้สมญาว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมากมาย (แต่เถียงทุกครั้งว่าแค่มองโลกตามความเป็นจริงเท่านั้น)

 

คิดไปคิดมา เตรียมคำพูดมาอย่างดี กะว่าเมื่อไปถึงก็จะพูดอย่างที่เตรียมไว้ สุดท้ายแล้วเมื่อไปเจอกันจริงๆ คำพูดที่เตรียมไว้ก็หายไปหมดเลย

 

สิ่งที่ได้พูดจริงๆ มีแค่

ขอให้สู้ ขอให้เข้มแข็ง หากวันนี้รู้สึกว่าตนเองเจ็บปวด ทุกข์ทรมานยิ่งกว่าใครแล้ว ให้มองคนที่รักเรา คนที่อยู่เคียงข้างเราจะพบว่าเค้าเจ็บกว่า เค้าทุกข์ทรมานกว่าเรามากโดยเฉพาะเวลาที่เค้ามองเห็นเราเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน และอ่อนแอ เพราะฉะนั้นเราต้องทำตัวให้เข้มแข็ง ดูแลตัวเองให้แข็งแรง เพราะไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่ดีขึ้น แต่คนข้างๆ เรา คนที่รักเราก็จะดีขึ้นด้วย 

และหากวันนี้รู้สึกว่าทำไมเรื่องร้ายๆ ต้องเกิดขึ้นกับเราทั้งๆ ที่เราก็ทำดีมาทั้งชีวิต ให้ลองมองกลับกันบ้าง เราเจออะไรดีๆ ในความทุกข์ ในเรื่องร้ายๆ เหล่านั้นบ้างไหม อย่างเช่น เราเห็นและรับรู้ได้ถึงความรักและกำลังใจที่มากมายของคนข้างๆ ใช่ไหม เรายังมีชีวิตย่อมดีกว่าหมดลมหายใจ เพราะเราย่อมมีโอกาสก้าวเดินไปข้างหน้าได้ในสักวันหนึ่ง ถ้าเราอดทน สู้ และเข้มแข็งมากพอ

 

เฮ้อ! รู้สึกว่าที่เตรียมไว้กับที่พูดไปนี่ มันจะไม่ตรงกันเลยค่ะ สุดท้ายสี่ก็ยัง งง งง อยู่ว่าที่พูดไปนั้นนะ เรียกว่าการปลอบใจได้รึเปล่า (ยัง งง ตัวเองอยู่เลย) ดูท่าทางว่า สี่นะยังอ่อนหัดอยู่นะเนี่ย แต่ก็พูดไปแล้วละค่ะ เลยไม่รู้จะเรียกคืนได้อย่างไร

แล้วถ้าเป็นคุณละค่ะ คุณจะให้กำลังใจหรือปลอบใจคนอื่นว่าอย่างไรบ้างนะ เผื่อสี่จะได้เอาไว้ใช้ในครั้งต่อไป จะได้ไม่ต้องไม่นั่ง งง ว่าตัวเองไปให้กำลังใจคนป่วยแล้วรึยัง

 

ฝากดอกไม้แห่งกำลังใจแทนแล้วกันนะค่ะ

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก Flickr.com