วันนี้ ( 18 มี.ค.) ไปทำงานนอกบ้าน กลับมาเห็นหนังสือเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงาน เป็นหนังสือของท่าน ว.วชิรเมธี แค่หยิบมาอ่านคำนำเล่น ๆ แค่หน้าเดียวก็รุ้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มหนึ่งของท่าน ว.
เราทุกคนในฐานะที่เป็นมนุษยชาติ ล้วนแล้วแต่เกิดมาเล่นกีฬาด้วยกันทั้งนั้น เราทุกคนคือนักกีฬาของโลก กีฬาที่เราเล่นชื่อ "กีฬาชีวิต" ผู้ที่จะเล่นกีฬานี้จนได้รับชัยชนะ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ "กฏ กติกา มารยาท" ของกีฬาชนิดนี้เป็นอย่างดี ถ้าขืนเล่นกีฬาชีวิต โดยไม่รู้จักกฏ กติกา มารยาท ก็มีแต่จะปราชัยสถานเดียว
กีฬาชีวิต มีกฏ กติกา มารยาท อยู่ห้าข้อด้วยกัน
1. เราทุกคนมีความแก่เป็นธรรมดา
ไม่มีใครล่วงพ้นความแก่ไปได้
2. เราทุกคนมีความเจ็บเป็นธรรมดา
ไม่มีใครล่วงพ้นความเจ็บไปได้
3. เราทุกคนมีความตายเป็นธรรมดา
ไม่มีใครล่วงพ้นความตายไปได้
4. เราทุกคนมีความพลัดพรากเป็นธรรมดา
ไม่มีใครล่วงพ้นความพลัดพรากไปได้
5. เราทุกคนมีกรรมเป็นของตน เราทำกรรมใดไว้
ดีหรือชั่วก็ตามจะต้องเป็นทายาทผู้รับผลของกรรมนั้น
ใครก็ตามที่รู้เท่าทันกติกาชีวิตเหล่านี้ ก็สามารถเล่นกีฬาชีวิต
อย่างคนที่เป็นมืออาชีพ ยิ่งเล่นยิ่งชำนาญ ยิ่งเล่นยิ่งมีพัฒนาการ
ก้าวล้ำนำหน้าคนอื่นไปไกล จนกลายเป็นมือหนึ่งของวงการ
กำลังอ่านหนังสือของ ผอ.อยู่ค่ะ
อยากเก่งแบบ ผอ.จังเลยค่ะ
อ่านแล้วได้ข้อคิดเยอะจัง ^-^^ ดีค่ะ ..
ขอบคุณครับที่อ่าน อย่างนี้ผู้ให้เขาจะดีใจ ผมคิดว่าผมไม่ใช่คนเก่งอะไร หากผมได้มีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ ก็เท่านั้นเอง ผมขออนุญาตนำเรื่องที่ครูอ้อยเสนอไว้ เรื่อง การวิจัยอย่างง่าย ไปอ้างอิงในตำราเล่มหนึ่งที่ผมกำลังเขียนอยู่นะครับ และให้เครดิตครูอ้อยไว้เรียบร้อย หวังว่าคงอนุญาตนะครับ ต้องขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อน
สวัสดีค่ะ
ในความหมายของผม ผมคิดว่าความแตกต่างของคนนอกจากความคิดแล้ว ผมคิดว่ามุมมองที่เรามองทุกสิ่งทุกอย่างก็แตกต่างนะครับ โดยเฉพาะการมองโลกและมองความจริงในสังคม ผมคิดว่ามุมมองของท่าน ว. ท่านมองอะไรอย่างนักปราชญ์นะครับ ขอบพระคุณ คุณbaby ที่กรุณาเข้ามาแลกเปลี่ยนกันนะครับ
ขอบคุณครูคิมที่อ่านหนังสือ บนเส้นทางของการค้นหาตัวเอง : คำบอกเล่าจากผู้บริหารบ้านนอกคอกนา จนจบด้วยระยะเวลาอันสั้น คิดว่าคงอ่านแบบบรรจงนะครับ ผมยืนยันว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่เขียนเรื่องราวของตัวผมได้ดีเท่าตัวของผม ขอบพระคุณครับ