ผู้ป่วยเบาหวานควรออกกำลังกายช่วงไหนดีที่สุด 

        บทความนี้เป็นประสบการณ์ตรงของฉันเอง ในการที่จะควบคุมเบาหวานไม่ให้มีโอกาสออกมาอาละวาดให้เจ้าตัวต้องเกิดความกังวลจนกลายเป็นความเครียดบั่นทอนทั้งกำลังกาย และกำลังใจตนเอง และยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวัน อีกอย่างเป็นคำถามจากผู้ที่กำลังป่วยด้วยเบาหวาน แถมโรคแทรกซ้อนเบาหวานอีกเช่น โรคความดันโลหิต โรคไต ปัญหาสายตาไม่ดี โรคหัวใจ ข้อยึดเอ็นยึด กล้ามเนื้อไม่ทำงาน แผลเรื้อรังถึงต้องตัดอวัยวะเช่นขา และโรคอื่นๆที่จะตามมาเมื่อปล่อยให้เบาหวานครอบครองอาณาจักรคือร่างกายของเรา 

ปัญหาการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย

ก็เป็นปัญหาพื้นๆเรื่องความไม่ขยันมาก่อนเป็นอันดับแรก

สะสมการกระทำเช่นนี้ไปนานๆ

เช่น รอก่อนพรุ่งนี้ค่อยออกก็ได้

วันเดียวหยุดไม่เป็นไรหรอก

บางรายบอกว่าฉันไม่มีเพื่อน

 บางรายพอได้ยินเพื่อนชวนไปออกกำลังกาย

ก็รีบทำหน้าเบ้และบอกว่า แก่ป่านนี้แล้ว..ใครจะมอง อิอิ ก็มองตัวเองซิคะ

         สังขารที่ร่วงโรยไปๆในแต่ละวันหากไม่ดูแลเอาใจใส่ ไม่นานก็ต้องเป็นภาระของคนใกล้ชิด ของสังคม บางรายพอพูดถึงปัญหาเรื่องการดูแลตนเองกลับบอกว่าฉันคิดเอาไว้แล้วว่าถ้าฉันเจ็บป่วยจนช่วยตัวเองไม่ได้ ฉันก็จะไปอยู่วัด ...เอ้าไปกันใหญ่.... เอาของไม่ดีเข้าวัดอีกเหมือนคนบางจำพวกใจบุญขนสุนัขพิการไปไว้วัด พระพุทธรูปชำรุดก็ไปพิงไว้ตามต้นโพธิ์ ต้นไม้ใหญ่ เด็กเล็กวิ่งเล่นในวัดเหนื่อยแล้วอยากพักผ่อนหลบแดดใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ หันไปเห็นของชำรุดเข้า ก็คิดจินตนาไปไกลว่าแม้แต่พระพุทธรูปยังศอกหัก ถ้าทางต้นไม่ต้นนี้จะมีภูตผีปีศาจมาสิ่งสถิตอยู่แน่คิดเช่นนั้นก็ส่งเสียงร้องลั่นผีหลอกๆๆๆ ที่จริงใจมันหลอกตัวเอง ความเป็นเด็กทำให้ขาดความคิดที่รอบคอบ ขาดเหตุผลเพื่อนๆได้ยินก็วิ่งหนีกลับบ้าน ไอ้ที่วิ่งหนีกลับบ้านพอพ่อแม่ถามก็รีบตอบว่าไอ้จุกมันโดนผีต้นโพธิ์หลอก..หอบยังไม่ทันหายเหนื่อยแม่ได้ยินก็ปรี่ไปหาเพื่อนบ้าน...ทีนี้เป็นเรื่องเลย ต้นไม้เขาอยู่ดีๆแท้ๆ บางคนหนักไปกว่านั้น ยกศาลพระภูมิเก่าๆไปฝากวัดอีกแล้วบอกว่าพระภูมิเจ้าที่เจ้าทางท่านจะได้ฟังธรรมใกล้ๆพระ ..แน๊ะเอาดีว่าใจบุญอีก...เออ..มนุษย์นี่เป็นอย่างนี้แหละ

      เรื่องนิสัยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำนี่ฉันเองก็เคยเป็นไม่ใช่ไม่เคย แต่การเพาะนิสัยไม่ดีบ่อยๆ บ่อยๆเข้าก็กลายเป็นความเคยชิน ขี้เกียจหนักเข้าหาเวลาออกกำลังกายไม่เจอ

      มาตอบคำถามว่าจะออกกำลังกายช่วงไหนดี มันก็ขึ้นอยู่กับว่าจะออกกำลังกายเพื่อจุดประสงค์อะไรหละ

      1.อยากลดความอ้วน เรื่องนี้นะ ขี้เกียจพูดเลย เพราะบอกคนอ้วนๆก็บอกว่าปากมันอยากนะครู ฉันอดไม่ได้เดี๋ยวหิวๆ ที่จริงไม่ได้บอกให้อดเลย อยากกินอะไรก็กินไปเถอะ แต่กินให้มันพอควรกับร่างกายตัวเองอ้วนนักก็ลดอาหารประเภทแป้ง และไขมัน ของทอด หักดิบได้ก็หักดิบ ทนไม่ไหวก็ใส่ปากเคี้ยวๆๆแต่อย่ากลืนเคี้ยวแล้วรีบเอาออกมา แล้วดื่มน้ำตาม กินเพื่ออะไรต้องตอบให้ได้ มื้อเย็นร่างกายไม่ต้องการหรอกนะอาหารหนักๆนะ มันขี้เกียจย่อย กระเพาะมันทำงานหนักบ่อยๆเข้ามันก็เกเร เลิกงานโดยไม่ขอค่าแรงขึ้น ก็จะเดือดร้อน ต้องเสียเงินรักษาบังคับให้มันทำงาน มันก็ต่อต้านแกล้งทำเป็นท้องอืด แน่น จุกเสียนี่ ก็ยังบังคับมันให้ย่อยด้วยการกินยาทั้งช่วยย่อย ช่วยขับแก๊สในกระเพาะ นี่การแพทย์เจริญมากเท่าไรคนยิ่งนิสัยเสียไม่ใช้ธรรมชาติที่มีอยู่บำบัด.... ก็ง่ายๆคือกินผักทุกมื้อ บ้านเราผักหาง่ายแล้วออกกำลังกาย ..เห็นไหมหนีไม่พ้นการออกกำลังกาย หลังรับประทานอาหารแล้วก็เดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์สัก 15-20 นาที

2.ออกกำลังกายช่วงไหนดี ถ้าอยากลดความอ้วนก็ออกตอนเช้าไง จะวิ่งเยาะๆสูดอากาศบริสุทธิ์ไปด้วยหรือจะทำโยคะในที่อากาศปลอดโปร่ง สัก45 นาที ฉันใช้การรำกระบอง และโยคะ รวมทั้งการออกกำลังกายแกว่งแขนเพราะร่างกายจะนำคาร์โบไฮเดรตที่กินเข้าไปเมื่อวานมาใช้เป็นพลังงาน จึงทำการสลายไขมัน และมาเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีกว่าเวลาอื่น เรียกว่าการออกกำลังกายตอนเช้าช่วยระบบการย่อยสลายไขมันและเผาผลาญแคลอรี่

      ผู้ป่วยเบาหวานควรรับประทานอาหารให้ได้สัดส่วนครบทั้ง 5 หมู่ และเรื่องนี้ฉันแนะนำให้ไปพบนักโภชนาการของโรงพยาบาลไม่ต้องเสียสตางค์ค่าที่ปรึกษาใดๆ เพียงแสดงเจตนาว่าอยากดูแลสุขภาพเบาหวานให้ดีจะควบคุมอาหารอย่างไร คุณหมอท่านก็จะแนะนำให้ไปพบนักโภชนาการนักสุขศึกษาทันทีค่ะ

      ผู้ป่วยเบาหวานบางรายบอกว่าเย็นๆนี่ไม่ว่างอยากพักผ่อนเพราะทำงานประจำมาเหนื่อยมากแล้ว ฉันก็แนะนำว่าช่วงเวลาเย็นถ้าเป็นไปได้ก็หาโอกาสเดินกลับบ้านสัก 30 นาที ดีกว่าไปยืนรอรถเสียเวลาฟรีๆ รดน้ำ ต้นไม้ให้ที่ทำงานบ้างก็ได้ ช่วยกวาดขยะ ในที่ทำงาน ไม่ต้องไปกลัวว่าใครเขาจะว่า บางคนติดตำแหน่งหน้าที่การงานบอกว่าทำไม่ได้หรอกอายตายเลย

   ..มันฆ่าเจ้าตัวมามากนักต่อนักแล้ว ไอ้ความกลัวเสียหน้าแบบนี้ มันจะเสียไงไม่เข้าใจ.... ก็ในเมื่อทุกคนเกิดมาไม่มีอะไรยังไม่เสียหน้าเลย มาตัวเปล่าๆทั้งนั้นมีใครเกิดมามีเสื้อผ้า ตำแหน่งมาบ้าง.. แล้วตายก็เอาไปไม่ได้ เสื้อผ้าสวยๆแพงๆที่เขาสวมให้ตอนตายก็เอาไปไม่ได้ แถมเขายังเผาเสียอีก..นี่มันเป็นอย่างนี้หากเราตัดอัตตาลงได้ ความสุขใจ สุขกายก็มีมาเอง อีกทั้งยังช่วยให้คนอื่นๆหันมาทำในสิ่งที่ควรทำ เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน....อย่างคนงาน พนักงานกวาดเขาก็ยิ่งมีความสุข เราก็ยิ่งสุขที่ทำให้เขาสุขมากยิ่งขึ้น ว่าไปแล้วขยะที่มีก็เราทิ้งเอง ห้องน้ำสำนักงานก็เราใช้เอง ก็ทำเองเก็บเอง คนใช้ต่อจากเราก็จะมีความรู้สึกว่าเขาเป็นคนแรกที่ได้ใช้ห้องน้ำนี้ ..นี่เป็นอย่างนี้เขาก็สุขใจ เราก็ได้กุศลไปด้วย

2.ผู้ป่วยบางรายมีอาการชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า ฉันเองก็เคยเป็น ก็ต้องหาสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร แก้กันที่เหตุ...นี่ทุกข์เกิดแล้ว ก็ใช้ธรรมะนั่นแหละมาพิจารณา หาเหตุ หาทางแก้ จะแก้อย่างไรให้มันถูกต้อง ก็อาศัยผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ชี้แนะ พอมีประสบการณ์เองต่อไปก็ให้รู้ทันรู้พิจารณาตัวเอง แล้วป้องปรามนะ ไม่ใช่รอก่อนรอให้มันเกิดแล้วค่อยเรียนรู้ ค่อยรักษาอย่างนั้นเรียกว่าประมาท ประมาทคือไม่รู้    

      การออกกำลังกายเพื่อฟิตร่างกายฟิตกล้ามเนื้อนั้นก็ทำในที่ทำงาน ทำที่บ้าน ทำขณะเดิน ได้หมด และทำในช่วงบ่ายของวันเพราะกล้ามเนื้อของคนเราจะพร้อมใช้งานได้ดีในช่วงหลังเที่ยงไปแล้ว สังเกตดูผู้ใช้แรงงาน กรรมกรแบกหามนะเขาจะทำงานได้ดีหลังเที่ยงไปแล้วกล้ามเนื้อตอนเช้ายังไม่ยืดหยุ่นเท่าช่วงบ่าย

      ทำไมต้องฟิตกล้ามเนื้อ เพราะผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่จะมีอายุกลางคนขึ้นไป(แต่ขณะนี้เด็กๆของเรากำลังจะมีภาวะน้ำตาลในร่างกายสูง สูงขึ้นเพราะปัญหาการรู้จักเลือกรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม)กระดูกเริ่มไม่แข็งแรง การดูแลกล้ามเนื้อให้ฟิตและแข็งแรงเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของกระดูก เช่นหัวเข่า เพื่อนของฉันต้องเสียเงิน 2 แสนกว่าบาทเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนหัวเข่าเพราะไม่เคยออกกำลังกายเลย หมอบอกว่าเขาเสื่อมเร็วกว่าอายุ

3.ช่วงเวลาที่ควรออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลาย และรับอากาศบริสุทธิ์นั้น ฉันใช้เวลาช่วงเช้า...ชิงทำก่อนตะวันจะทอแสงค่ะ เป็นช่วงเวลาที่ปลอดโปร่ง ทำสมาธิได้ดี หลังจากทำสมาธิไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง (ยกเว้นท่านอน เพราะอาจทำให้สมาธิของท่านลึกเกินไป..คร๊อกกกกฟี่...)แล้วก็ออกกำลังกายสัก 45 นาที

      รอดูนะคะ..เมื่อปฏิบัติได้ถูกต้องคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร จัดเวลาในการออกกำลังกาย บริหารจิตทำสมาธิ จะพบว่าโลกเบาหวานนี้น่าอยู่ขึ้นเยอะเลย ท่านอาจไม่ต้องกินยาควบคุมเบาหวานตลอดชีวิต เพราะการกินยานั้นจะทำให้เกิดผลค้างเคียงตามมาเป็นระยะๆไม่เว้นวาง

       “มาออกกำลังกายกันเถอะนะคะ”

ภาพการออกกำลังกายของข้าราชการครูสังกัดสพท.สมุทรสาคร,เชียงใหม่, ปัตตานี

และสพท.อื่นๆที่ร่วมกิจกรรมในโครงการปฏิบัติธรรม ณ สวนพนาวัฒน์ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ขอขอบคุณท่านผอ.สพท.ทุกท่านที่ร่วมปฏิบัติธรรมครั้งนี้

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านผอ.พิศุทธิ์ วีระจิตต์ ผอ.สพท.สมุทรสาคร

ขอบคุณค่ะ