ถ้าไม่ได้เล่าเรื่องนี้คงรู้สึกไม่สบายใจ  เพราะเกี่ยวกับเด็ก เกี่ยวกับครู เกี่ยวกับครอบครัวและการจัดการศึกษา ทำให้สังคมต้องเป็นแบบนี้  เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาฉันได้ไปฟังพระสวดอภิธรรมงานศพของคุณพ่อท้วม จันทร์ทรง  ซึ่งเป็นพ่อของครูโรงเรียนเดียวกัน ที่อำเภอนครไทย   ทำให้ได้พบเพื่อนเก่าที่ไม่เจอกันตั้งนานหลายคน   เราได้ล้อมวงคุยกันสารทุกข์สุกดิบหนีไม่พ้นเรื่องนักเรียนของครูแต่ละคน 

         ครูกอไก่  เป็นครูที่มีฝีมือ มีชื่อเสียงในด้านการสอนและมีคุณธรรมในการดำรงชีวิตมาก และเป็นที่ยอมรับของวงการครูและหน่วยงาน  เธอได้เล่าเกี่ยวกับนักเรียนของเธอซึ่งทำให้พวกเรารู้สึกงงและไม่เคยพบมาก่อนในชีวิตความเป็นครู และไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับครูอย่างเธอ  

         วันหนึ่งของสัปดาห์ที่ผ่านมา  นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มหนึ่งได้ขึ้นมาเล่าให้เธอฟังว่า  "มีนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ด่าคุณครูว่า E นั้น E นี่....และติดตามด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด" เธอชั่งใจอยู่ครูหนึ่งนำเรื่องไปปรึกษาคุณเพื่อน  ซึ่งเป็นคนสนิทในโรงเรียน  เพราะเธอไม่นึกไม่ฝันและไม่เชื่อว่านักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ดังกล่าวจะมีพฤติกรรมเช่นนี้  ในสายตาของเธอเห็นว่านักเรียนกลุ่มนี้รักเธอมาก เพราะเธอได้ดูแลนักเรียนของเธอเป็นอย่างดี  ไม่เคยดุว่า ตำหนิติเตียนหรือลงโทษแม้แต่ครั้งเดียว  ครูเพื่อนจึงนำนักเรียนกลุ่มดังกล่าวขึ้นมาในชั้นเรียน

ครูเพื่อน :  ครูอยากจะทราบว่ามีนักเรียนของเรากลุ่มนี้ได้ด่าว่าคุณครูกอไก่ด้วยถ้อยคำหยาบคายใช่ไหม

นักเรียน :   เปล่าค่ะ ไม่มีใครด่าครูคนไหนเลยค่ะ

ครูเพื่อน :   ถึงพวกเธอจะปฏิเสธอย่างไรก็ตาม  แต่ครูไม่เชื่อเลย  อยากจะถามเธอว่า  เธอได้ด่าครูกอไก่จริงไหม

นักเรียน :   ทุกคนก้มหน้านิ่ง  แต่เด็กหญิงกุ๋งกิ๋ง  เป็นคนพูดแทนเพื่อน ๆ ว่า "หนูไม่ได้ด่าเพียงแต่แค่บ่นกันเท่านั้น  ที่ถูกครูกอไก่เรียกให้ขึ้นห้องเรียน"

ครูเพื่อน :  แต่ครูอยากทราบว่าเธอด่าครูคนไหนบ้าง ถ้าไม่บอกจะไปนำพยายานมาชี้ตัว แต่ในที่นี้มีนักเรียนที่ไม่ได้ด่าอยู่ ๔ คน

นักเรียน : (เด็กหญิงกุ๋งกิ๋งยอมเปิดเผย) ด่าครูทุกคนค่ะ ยกเว้นครู..ครู..ครู..และครู..และนักเรียน ๔ คนเขาเป็นเด็กดีค่ะ (พูดแบบประชดประชัน)

ครูเพื่อน :  หมายความว่าครูในโรงเรียนจำนวน  ๒๔ คน พวกเธอด่าไปทั้งหมด ๒๐ คน  รวมทั้งครูด้วยจริงหรือ แต่ข้อสำคัญเธอด่าครูกอไก่ว่าอย่างไร  ให้เธอคิดทบทวนในเวลา ๒ นาที

นักเรียน : ต่างนั่งก้มหน้านิ่งและร้องไห้เสียใจหรือเพราะเหตุใดไม่ทราบได้ หรือเพราะสำนึกในการกระทำของตนเอง เข้าไปหาครูกอไก่ "คุณครูขาพวกหนูมาขอโทษคุณครูค่ะ"

คุณครูกอไก่ :  ครูต่างหากที่ควรขอโทษพวกเธอ  ที่อบรมสั่งสอนให้พวกเธอเป็นคนดีไม่ได้ ครูไม่เคยนึกเลยว่าพวกเธอที่ดูหน้าตาน่ารัก แต่งกายสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ  ครูอดภาคภูมิใจไม่ได้  แต่ในวันนี้ครูไม่สามารถจะพูดอะไรได้  

       สาเหตุที่จริงนั้นครูกอไก่อธิบายว่า  วันนั้นต้องการให้นักเรียนมาเตรียมการเก็บแฟ้มสะสมงานของแต่ละคน  จะนำไปจัดนิทรรศการวันปิดภาคเรียน และอีกอย่างเวลานั้นเด็กกลุ่มนี้ขึ้นห้องเรียนช้ามาก  จึงต้องถูกตามให้มาขึ้นชั้นเรียน  โดยเฉพาะเด็กเด็กกุ๋งกิ๋ง พ่อแม่ยากจนมาก บ้านเป็นกระท่อม ครูกอไก่ให้ความช่วยเหลือเสมอมา นักเรียนอื่น ๆ ได้รับการดูแลจากครูกอไก่อย่างทั่วถึง

      เพียงแค่นักเรียนพูดลับหลังและใช้สรรพนามแทนครูบาอาจารย์ หรือบุคคลที่สามด้วยถ้อยคำหยาบคายเป็น E เป็น I และเป็นถึงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และเด็กกลุ่มนี้ถูกครูกอไก่ สั่งสอนมาเป็นเวลา ๖ ปี  และครู ๔ คนที่ไม่ถูกด่านั้นเป็นครูที่ย้ายมาใหม่ 

       สถานการณ์นี้เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร  ทำให้นึกถึงสำนวนสุภาษิตไทยมากมายเช่น  สำเนียงส่อภาษา  กิริยาส่อสกุล /สันดอนขุดได้แต่สันดานขุดยาก/ หากจะมองกันที่ต้นตอก็น่าจะเป็นพื้นฐานทางครอบครัว  ขอเป็นกำลังใจให้ครูกอไก่  มีความเข้มแข็งอยู่กับเด็กดี ๆ ซึ่งยังมีอีกมากในโรงเรียนและในสังคม  ถ้าท่านเจอเด็กแบบนี้ท่านจะทำอย่างไร  เด็กกลุ่มนี้แต่ละคนเรียนอยู่ในโรงเรียนคนละไม่ต่ำกว่า ๑๑-๑๒ ปี แต่คุณธรรมต่ำยิ่งกว่ายอดหญ้า ฟังแล้วเศร้าใจจัง