ผู้เขียนกับบังฉิมพลี เป็นคนคอเดียวกัน ชอบดนตรี กวี วรรณกรรมและภาพยนต์เหมือนกัน

       เมื่อปี2520 ผู้เขียนไปทำแร่ดีบุกอยู่ที่บ้านน้ำเค็ม  อำเภอตะกั่วป่า  จังหวัดพังงา ในแพดูดแร่มีพี่น้องตระกูลเดียว  ทำงานแบบครอบครัว มีบัง ฉิมพลี แสนแสบ เป็นผู้จัดการ ผู้เขียนกับบังฉิมพลี เป็นคนคอเดียวกัน ชอบดนตรี กวี วรรณกรรม  และภาพยนต์ เหมือนๆกัน มีหนัง อ้ายหนุ่มหมัดเมา เข้าฉายที่ภูเก็ต เราสองคนเหมารถจากตะกั่วป่า เพื่อไปดูหนัง 

    และที่ภูเก็ต บังฉิมได้แนะนำให้รู้จักกับนักศึกษา วิทยาครูภูเก็ต ปีสี่ที่เป็นแฟนกัน  จนกระทั่งปีสี่เทอมสอง รักของนักดำแร่เริ่มแปรเปลี่ยน เมื่อสาวเจ้าไม่ตอบจดหมายไม่ติดต่อกลับ ทำให้บังฉิมเขียนกลอนถึงสาวบทหนึ่ง มาให้ผู้เขียนช่วยแก้ไข ขัดเกลา ผู้เขียนอ่านแล้วชื่นชอบจนต้องคัดลอกไว้และจำมาถึงทุกวันนี้ 33 ปี 

    ทุกครั้งที่พบมิตรใหม่ที่ชมชอบกวีผู้เขียนมักหยิบยกกลอนบทนี้ที่หนุ่มดำแร่รำพันถึงสาวมาคุยให้ฟัง เป็นแรงบันดาลใจของหนุ่ม ป. สี่  ที่กลั่นออกมาเป็นกวีรัก......ดังนี้ 

   ถึงน้องสาวคนดีที่คิดถึง         ไฉนจึงว่างเว้นเป็นไฉน 

ไปเคยเขียนสาราส่งมาไป         แล้วทำไมถึงหยุดงานการเขียนแล้ว 

พี่ยังนึกสงสัยในใจพี่                  แผ่วพาทีจากสานส์เคยผ่านแผ่ว 

แพร้วคารมคมเลิศเคยเพริศแพร้ว     คมร้อยแก้วสดใสในคำคม 

นี่ข่าวคราวหายไปเป็นไรนี่           ขมใจพี่คิดไปให้ขื่นขม 

ชมขอชมจากใจใช่แกล้งชม       ใครนิยมแม้นคบหาไม่ว่าว่าใคร 

จู่จู่มาแปรผันสัมพันธ์จู๋              ไหวมิรู้ข่าวคราวพาหวั่นไหว

ใจเคยคิดทุกวันเคยมั่นใจ          ปีผ่านไปวันเดือนเคลื่อนเป็นปี 

ฝนหน้าแล้งผ่านมาถึงหน้าฝน     ผันใจคนไมน้อยค่อยแปรผัน

ตันอุรายามคิดจิตตื่นตัน       จางสัมพันธ์มิทันยืดมาจืดจาง 

ท้ายที่สุดขออวยพรตอนสุดท้าย     ห่างโรคภัยป่วยไข้ให้ไกลห่าง

ทางชีวิตสดใสในเส้นทาง           ทีปสว่างด้วยแรงแสงประทีบ

หวังสิ่งใดขอให้สมอารมย์หวัง        จีบประดังแฟนเป็นร้อยมาคอยจีบ 

รีบตั้งหน้าตั้งตาศึกษารีบ             ใครจะจีบอย่านำพามิว่าใคร 

ให้จอมอหน้ามลส่งไปให้          ส่งทางไปรษณีย์ถึง"ฉิมพลี"เอย     

ขอคารวะในวันแห่งรักแด่"ฉิมพลี แสนแสบ