หลังจากที่ได้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร “การสร้างกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในทีมงานด้วยศาสตร์ Enneagram (นพลักษณ์)” ในฐานะวิทยากร กระบวนกร และนักเรียนรู้ เป็นเวลา ๑ วันเต็ม กับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๓ ณ พนาศรมรีสอร์ท จังหวัดนนทบุรี ผู้เขียนก็เริ่มลงมือถอดบทเรียนประสบการณ์ของตนเองมาเป็นบันทึกนี้ทันที เพื่อเป็นการเก็บความประทับใจและความสุขใจที่ได้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคณะ ICT มหิดล มาเป็นบันทึกแห่งความทรงจำร่วมกัน
ในสายตาคนนอกอย่างผู้เขียน ย่อมรู้สึกมองเห็นตามความเป็นจริงและเป็นกลางอย่างปราศจากอคติใด ๆ จึงขอบอกเล่าความในใจได้อย่างเปิดเผยว่าเวลาที่เห็นท่านอาจารย์ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทุกท่านได้มาร่วมกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยปราศจากการถือยศฐาบรรดาศักดิ์หรือตำแหน่งใด ๆ นั้น เป็นความงดงามที่น่าชื่นชมยกย่องยิ่งนักในบทบาทหน้าที่ ณ ที่หนึ่งเราย่อมสวมหมวกหนึ่ง เมื่อออกจาก ณ ที่แห่งนั้นแล้ว เราย่อมเป็นตัวตนของเราเอง และโดยเฉพาะ …หากได้ค้นพบศักยภาพหลากหลายที่หลบเร้นของตนแล้ว ยิ่งจะก่อให้เกิดพลังอย่างมหาศาลในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อทีมงานและองค์กรที่เป็นบ้านหลังที่สองของเรา
สิ่งที่พบเห็น…
-
ภาวะผู้นำของคณบดีที่เอาใจใส่ในการบริหารจัดการทีมให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง
-
รอยยิ้มของลักษณ์บางลักษณ์ที่ยิ้มยากทำให้ผู้เขียนประทับใจ
-
ความใส่ใจในการค้นหาลักษณ์ด้วยการสอบถามหลังไมค์ทำให้ผู้เขียนชื่นชม
-
ความกล้าหาญในการเล่าเรื่องราว แสดงตัวตนอย่างเป็นธรรมชาติเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
-
การทำงานเป็นทีมแม้เป็น workshop ในงานอบรมสัมมนาที่ไม่ใช่งานในหน้าที่ แต่ทุกท่านก็มีน้ำหนึ่งใจเดียว มุ่งมั่นทำให้สำเร็จได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
-
การชื่นชมผลงานที่นำเสนอในระหว่างเพื่อนต่างศูนย์กันเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาสิ่งดี ๆ ของผู้อื่นที่แตกต่างจากเรา นำไปสู่การยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นและให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อทำในสิ่งที่ก้าวข้ามพ้นจากสิ่งยึดติดและฝึกฝนใช้ศักยภาพด้านอื่นที่เราไม่คุ้นเคย
ผู้เขียนเริ่มต้นเปิดประเด็นด้วยภาพถ่ายพนาศรมรีสอร์ท เพื่อดึงให้ทุกท่านมาอยู่ ณ ปัจจุบันในที่แห่งนี้ การอยู่กับปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญมาก ทำให้เรามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริง ที่สำคัญที่สุดเป็นการใช้ใจเพื่อเปิดใจเข้าหากันฉันท์กัลยาณมิตร

การอบรมครั้งนี้เป็นเพียงการจุดประกายเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับการสร้างทีมงานแบบใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยศาสตร์ Enneagram เพื่อเปิดใจเข้าถึงความเป็นตัวตนของกันและกัน ต่อจากนีไปคือสถานการณ์จริงที่ทุกท่านจะต้องร่วมกันสร้างทีมด้วยตนเอง
ช่วงคณบดีกล่าวเปิด ขอ action ก่อนทำหน้าที่วิทยากร & กระบวนกร
เล่าสู่กันฟัง พลังแห่งความสมดุล
ช่วงพักผ่อนกายใจ
การเรียนรู้ศาสตร์ Enneagram เพื่อเข้าถึงตัวตนและคนอื่นนั้น มีจรรยาบรรณที่สำคัญคือการห้ามตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์ลักษณ์ของผู้อื่น หากไม่ใช่เพื่อการศึกษาร่วมกันฉันท์กัลยาณมิตร หรือหากไม่ใช่มาจากการได้รับอนุญาตจากเจ้าของลักษณ์
วิธีการศึกษา Enneagram ที่ได้ผลคือการสังเกตตัวเองเป็นงานหลัก การสังเกตผู้อื่นก็เพื่อการปรับตัวเข้าหากัน มิใช่ตัดสินกัน ทั้งนี้ การสังเกตควรเป็นไปด้วยใจที่เป็นกลาง เมื่อเราสังเกตและมองเห็นการทำงานของสมองและใจ รวมถึงการใช้พลังกายของเราแล้ว ก็จะช่วยให้เรามองผู้อื่นด้วยหลักเดียวกันนี้อย่างเป็นกลางเช่นกัน การบ้านที่ฝากไว้จะช่วยให้ทุกท่านมองเห็นกลไกการทำงานภายในของตนเอง …๒๔ ชั่วโมง ท่านมักใช้ศูนย์ใดทำงานมากที่สุด…ส่วนการค้นหาลักษณ์ด้วยตนเองนั้น ขอให้ท่านหมั่นสังเกตว่าอะไรที่ท่านยึดติดแล้วทำให้เกิดทุกข์มากที่สุด…
พูดคุยหลังไมค์เปิดใจเบื้องลึกของลักษณ์
ช่วง Workshop ดูลีลาแต่ละท่าน



ช่วงนำเสนอผลงาน

ช่วงเติมใจให้กัน





แลกเปลี่ยนเรื่องเล่า เรากับเขาต่างกันอย่างไร



ถ่ายหลายเทคกว่าจะจบลงได้แบบสมบูรณ์
ไปในแต่ละที่ แต่ละบริบทล้วนแตกต่างกัน
แต่ความงดงามของลักษณ์นั้นยังคงมีอยู่เสมอ
บรรยากาศเป็นใจ ทำให้เรียนรู้อย่างเข้าถึงธรรมชาติ
สวัสดี ครับ คุณ sila
เข้ามาขอบคุณ คุณ sila ครับ
เริ่มเข้าใจลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น ขอบคุณ ที่ช่วยชี้นำ ครับ
วันนี้ มาจองคิว..เป้นคนต้น ๆ ของบันทึกบ้าง
พรุ่งนี้ จะหาเวลามาเยี่ยมอีก ครั้ง ครับ
มาถึงถิ่นที่เคยเรียน...แล้ว นะครับ นับถือ จริง ๆ
ด้วยความระลึกถึง ครับ
คุณศิลา(ณี)ครับ
ขอบคุณครับ
ครั้งนี้ผมร่วมไปด้วยไม่ได้จริงๆต้องเเวะขออภัยด้วยนะ...
ช่วงนี้กำลังปลุกปล้ำหนังสือเล่มใหม่ จะปิดต้นฉบับเร็วๆนี้ครับ ไว้รออ่าน รอชม
-------------------------------------------
วันที่ ๖ - ๗ กพ. นี้ไปลุยกันต่อที่ อุดรธานีครับ
สวัสดีค่ะ
มาให้กำลังใจคนทำงานค่ะ (แม้ว่าจะเป็นคนละสายงานกัน)
แล้วก้อมาบอกว่าไปเที่ยวมาแล้วนะคะ
ตลาดน้ำอ่ะค่ะ
เจอผู้ชายในฝัน
เลยเอารูปผู้ชายในฝันมาฝากค่ะ
ขอบคุณค่ะ
จะชมก็จะหาว่าอยู่ "ชมรมชมกันเอง" ^___^ แหม อย่างไรก็ต้องชมด้วยใจจริงค่ะว่าคุณศิลาเป็นคนมีทั้งความสามารถ ทั้งความตั้งใจ ละเอียดละออ พี่ว่าคนที่จะใช้นพลักษณ์ให้เกิดประโยชน์ได้ต้องเป็นคนมีสติ รู้ตน การไปเป็นวิทยากรช่วยให้คนทำงานได้หยุดจากความเคยชิน ส่งจิตออกข้างนอก ใช้สติมองกลับเข้ามาในตนเองตามศาสตร์นี้ ก็จะทำให้ค้นพบศักยภาพหลายอย่างและรู้ว่าจะต้องเอาอะไรมาเติมเต็ม เป็นการสร้างกุศลนะคะ
กลับจากอุดรต้องได้เจอกันค่ะ จะได้คุยทั้งงานและพักผ่อนเบิกบานด้วยกันนะคะ
มาชื่นชมและให้กำลังใจ
พี่ห่างหายไปนานแต่ก็คิดถึงน้อง Sila เสมอนะคะ
เข้ามาเยี่ยมและชื่นชมค่ะ
น่าสนใจมากค่ะ แต่คงต้องอ่านบล็อกที่เคยเขียนเพราะยังไม่ค่อยเข้าใจในขบวนการค่ะ
สวัสดีครับ แวะมาเยี่ยมสบายดีนะครับ
ตำรวจเป็นมิตร ใกล้ชิดประชาชน
สวัสดีคะ
น้องศิลาคะ แม่ต้อยและทีมงานยังระลึกถึงบรรยากาศ ที่สนุกสนานและมีคุณค่าอยู่เสมอ นะคะ
คิดถึงน้องศิลาด้วยเช่นกันคะ
http://gotoknow.org/blog/pandin/278902
http://gotoknow.org/blog/pandin/277606
ผมก็พยายามค้นหาแนวคิดแนวทางของการสร้างทีม โดยยึดหลักการเชื่อมโยงให้แต่ละคนเริ่มต้นจาการเข้าใจตัวเอง เข้าใจเพื่อน เปิดรับเพื่อน แล้วก้าวไปสู่งานและองค์กร ตอนนี้ก็กำลังเขียนหนังสือ รู้จักฉัน รู้จักเธอ ซึ่งเป็นผลผลิตของการสร้างกระบวนการเรียนรู้ เพื่อความเป็นทีม ตามแนวคิด ...สอนงาน สร้างทีม...
ในโลกแห่งการงาน
เธอฉัน สุขสำราญกันแค่ไหน
ในโลกแห่งหัวใจ
มีความหมายใดในระหว่างเรา
รู้จักฉันรู้จักเธอ
เปิดใจเพื่อพบเจอบ้างหรือเปล่า
หรือหลงลืมซึ่งเรื่องราว
หนักและเบาผ่านเลยเหมือนเคยมา
ในโลกแห่งการงาน และชีวิต
น้อยนิด แต่ใช่จะไร้ค่า
เมื่อเธอพูด ฉันก็ฟังด้วยศรัทธา
เปิดประตูดวงตาสู่ประตูใจ
เมื่อฉันพูด เธอก็ฟังอย่างเป็นมิตร
เรื่องน้อยนิด จึงดูเป็นยิ่งใหญ่
โลกสองโลกจึงนิยามความเป็นไป
ว่าเราต่างก็ใช้ใจนิยาม
(หรือเราต่างก็ใช้ “ใจเดียวกัน”)
รู้จักฉันรู้จักเธอ
เปิดใจเพื่อพบเจอความใฝ่ฝัน
นับหนึ่งใหม่สานสายใจให้ผูกพัน
โลกของเธอและฉัน เป็นหนึ่งเดียว
สวัสดีค่ะคุณศิลา
แวะเวียนมาทักทาย ด้วยความระลึกถึงยิ่งค่ะ
ศิษย์เก่ามหิดล มายิ้มและยกมือสนับสนุนค่ะ อาจารย์และบุคลากรของมหิดลส่วนใหญ่เป็นผู้มีความติดดิน เป็นกันเอง มีความเป็นมนุษย์ที่น่ารักและเข้าใจผู้อื่นค่ะ
แม้ จากสถาบันนี้มานาน แต่ก็ยังรักและซาบซึ้งทุกครั้งที่ได้ระลึกถึงค่ะ
เห็นคุณศิลาทำงานแล้ว มีความสุขไปด้วยค่ะ คนที่ได้ทำงานที่ตนรักและเห็นคุณค่าในงาน ย่อมมีความสุขและมีพลังค่ะ
รักษาสุขภาพเสมอ ๆ นะคะ
คิดถึงค่ะ
(^___^)
นาน ๆ ทีได้สนทนาแลกเปลี่ยนกับพี่นุช
เหมือนหยุดโลกไว้เลยทีเดียวค่ะ รู้สึกว่าได้ทบทวนการทำงานที่ผ่านมาและได้ต่อยอดความคิดมากมาย ที่เห็นชัด ๆ ก็คือการอยู่กับปัจจุบันนั้นมีข้อแตกต่างอย่างไรกับการมีสมาธิจดจ่อในงาน...ทุกอย่างคือสิ่งดี ๆ ที่เราได้เรียนรู้ร่วมกัน นับว่าเป็นบุญของศิลาแท้ ๆ ค่ะ