จำไม่ได้ว่าในชีวิต พ่อผมเคยทำอย่างนี้มาแล้วหรือเปล่า ดังนั้นการได้กลับบ้านรอบนี้คือความประทับใจที่สู้ดดดดดดดดดดดดด ครับ

ความจริงตั้งใจไว้ตั้งแต่กลับบ้านเมื่อรอบที่แล้วๆ ครับว่า ปีใหม่จะไม่กลับ เพราะจะทุ่มพลังทั้งหมดเร่งให้งานเสร็จให้ได้ แต่แล้วพี่สาวโทรมาทราบว่าจะกลับวันไหน ฮา เลยเปลี่ยนใจทิ้งงานทั้งหมดแล้วก็จัดกระเป๋ากลับบ้านเลย เดิมจะกลับวันที่ 30 ครับ เพราะไม่อยากขับรถในช่วงเทศกาล กลัวจะเป็นคนไปเพิ่มสถิติให้กับจังหวัดเส้นทางกลับบ้าน แต่สุดท้ายก็มีประชุมด่วน เลยกลับ 31 ธันวาครับ แต่ก็เพิ่มความระมัดระวังมากครับ ความเร็วอยู่ที่ 90-110 กม.ต่อ ชม. (จริงๆ ไม่ได้ระวังอะไรมากครับ แค่ภรรยาเฝ้าเข็มไมล์ไว้ตลอดเวลา ฮิฮิ) ถึงบ้านก็ประหลาดใจมากครับ เพราะเติมน้ำมันเพียง 700 บาท ถึงบ้าน น้ำมันยังเหลือ ผิดจากรอบที่แล้วเติม 800 บาท ถึงบ้านน้ำมันแห้งสนิท ฮือ เพื่อให้แน่ใจขากลับมาปัตตานีวันนี้ เลยขับ 80 -100 กม.ต่อชม. ครับ เติมเจ็ดร้อยบาท ที่ อ.รัตภูมิ มาถึงบ้าน คิดว่าน่าจะใช้ไปเพียง 500 บาท ฮือ ประหยัดขับช้าๆ ประหยัดน้ำมันจริงๆ 

ไปถึงบ้านที่ละงู จ.สตูล ก็บ่ายๆ ครับ (เวลาแลกกับความปลอดภัยและความประหยัด) เย็นก็พาลูกพาหลานไปเล่นน้ำทะเลครับ ปรากฏมีที่ให้เล่นอยู่ที่เดียวคือหาดปากบารา เพราะน้ำลงครับ หาดอื่นจะเป็นโคลน ยกเ้ว้นที่นี่ที่โคลนน้อยหน่อย

เช้ามาอีกวันก็ไปทะเลอีกรอบครับ คราวนี้หาดบางศิลา เกือบๆ เที่ยงก็กลับมาบ้าน เย็นๆ น้องชายมาถึง ก็เลยออกไปอีกรอบหนึ่งครับ คราวนี้ไปหาดบ่อเจ็ดลูก ที่ปากน้ำรีสอร์ทครับ มุมนี้ผมชอบมาก (ในอดีต) เพราะแต่ก่อนมีเรือคายัพให้เช่าครับ ตอนนี้ไม่มีแล้ว จึงได้แต่ให้อิลฮามได้เล่นน้ำอีกรอบหนึ่ง ส่วนเตาฟิกและฟัจญรีนหลับอยู่ที่บ้านครับ ฝากป้าๆ เฝ้าดูแลให้ ฮิฮิ

(บรรยากาศดีๆ ที่ปากน้ำรีสอร์ทครับ)

วันเสาร์ เปลี่ยนใจจากเดิมตั้งใจว่าจะกลับปัตตานีแล้ว อยู่ต่ออีกวันแล้วกัน เลยโทรหาน้องชายให้คิดโปรแกรมเที่ยวให้หน่อย ไม่นานครับ น้องก็โทรบอกว่า เห็นพ่อบ่นอยากแช่น้ำแร่หลายครั้งแล้ว พาพ่อไปแช่น้ำแร่ เล่นน้ำตกและซื้อของชายแดนกันดีกว่า ฮือ ถูกใจพ่อจริงๆ ครับ เพราะแค่ชวนคำเดียว ตอบตกลงทันที (ปกติชวนไปเที่ยวไหนมักจะบ่นบ่ายเบียงไม่ไปๆ ก่อน รอบนี้ไม่เลยครับ โปรแกรมนี้เพื่อท่านจริงๆ)

(รอบนี้น้องชายเป็นพาอิลฮามเล่นน้ำครับ ส่วนผมขอตัวสังเกตการณ์ชายฝั่ง)

แต่กว่าจะได้แช่น้ำแร่ก็ต้องไปเดินช็อปกันก่อนครับที่เทสโก้โลตัส อ.ควนโดน เพราะต้องรอน้องชายที่ยังไม่ออกจากมาจากบ้านที่สตูล เดินพอทั่วห้างครับ น้องชายมาถึงก็ออกเดินทางไปบ่อน้ำร้อนทันที

หากพูดถึงบ่อน้ำร้อน ในฐานะคนสตูลโดยกำเนิดขอยอมรับครับว่า ไม่เคยรู้เลยว่าสตูลมีกับเขาด้วย ฮาฮา ผมจะนึกถึงสองที่ครับคือเบตงกับพัทลุง ออ กระบี่อีกหนึ่งที่ เดิมคิดว่าผมคนเดียวที่ไม่รู้ ฮา ที่ไหนได้ พ่อผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นวิธีการเดียวที่จะไปให้ถึงคือ ขับรถตามรถของน้องชายไปครับ 

ไปถึงก็พบกับความประหลาดใจครับ สถานที่จัดไว้อย่างดีเลยครับ เหมาะกับการไปใช้บริการจริงๆ ใช้บริการสักพักใหญ่ครับ อิลฮามก็ทวงสัญญาครับ จะไปเล่นน้ำตก และ "น้ำตบ" ของเตาฟิกครับ (คัดจมูกอยู่ครับ เลยพูด "ตก" ไม่ได้ ฮา) บังเอิญข้างๆ บ่อน้ำร้อย มีลำธารน้ำเย็นครับ พ่อก็พยายามจะพาสองคนนี้ไปเล่นครับ แต่ไม่ยอมครับเล่นได้นิดเีดียวก็บอกว่า ไม่ชอบน้ำตกนี้ (เพราะรู้ว่าไม่ใช่ของแท้) เราเลยต่อไปที่น้ำตกปาหนันครับ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ่อน้ำร้อน ไปถึงคนเยอะจริงๆ ครับ แต่ก็มีแอ่งให้เล่นน้ำอีกเยอะ

(เตาฟิกเป็นนายแบบให้ข้างบ่อน้ำร้อนครับ)

รอบนี้ผมต้องบอกว่า ผมประหลาดใจพ่อผมมากครับ ปกติท่านจะไม่ค่อยเที่ยวค่อยเล่นกับหลานๆ ขนาดนี้ครับ แต่รอบนี้เป็นคนพาเตาฟิกไปเล่นน้ำเองเลย จนผมอดไม่ไหวขอเล่นด้วยคนครับ ฮือ เพราะปกติอย่างมาก พ่อก็แค่ยืนดูอยู่ข้างบนครับ ไม่เคยลงเล่นน้ำแบบนี้ 

(เตาฟิกปากสั่น หายใจก็ไม่ค่อยจะออกครับ แต่ด้วยความสนุก ถึงไหนถึงกัน)

ช่วงอยู่น้ำตกก็เที่ยงนิดๆ ครับ เตรียมอาหารมาจากบ้านเล็กน้อยครับ ซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ปรากฏว่าพี่สาวเจอคนรู้จักครับ เลยเสริฟผัดหมี่มาให้ซะจานใหญ่เลย (ขอบคุณครับ) เล่นได้สักพักใหญ่ครับ ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาครับ เราเลยไปยังที่หมายต่อไปคือ ทะเลบัน

(ฟัจญรีนเพิ่งตื่นเมื่อคนอื่นเก็บของจะเคลื่อนขบวน ป้าสามเลยเอาไปล้างน้ำซะก่อน)

ถ้าถามผมไม่ค่อยอยากจะเข้าไปเท่าไรครับ เพราะคิดว่าไม่มีอะไร แต่น้องชายบอกว่าอยากพาหลานๆ ไปดูซากสัตว์ต่างๆ เลยยอมเสียค่าเข้าอุทยาน เข้าไปก็ปรากฏว่า ไม่มีอะไรให้ดูเลย เสียดายเงินจริงๆ ยังงงว่าเขาเก็บค่าผ่านทางทำไม ถ้าไปสวนสัตว์ ก็เออใช่ มันมีอะไรให้ดูเยอะแยะ แต่นี้มันอุทยาน ทำไมเก็บแถมยังเก็บแพงด้วย แล้วไม่มีอะไรให้ดูสักนิดเดียว

(มุมเดิมๆ กับซากอาคารชำรุดที่ทะเลบัน บวกกับค่าถูกหลอกให้เข้าชม)

เป้าหมายสุดท้ายคือ ชายแดนวังปราจัน ซึ่งวันนี้จะเป็นวันก่อนวันตลาดนัดครับ หากเป็นวันอาทิตย์ต้องจอดรถไว้ข้างล่างครับ แล้วเดินขึ้นเขาไปเกือบสอง กม. แต่วันนี้เอารถไปถึงด่านได้เลยครับ ซึ่งตลาดก็คึกคักแล้วครับ ที่แปลกใจคือ ปกติฝั่งไทยจะเป็นสินค้าของไทยสำหรับขายคนมาเลย์ครับ แต่รอบนี้สังเกตๆ ดู พบว่าเป็นสินค้ามาเลย์มาเลยฝั่งไทย ผมเลยบอกภรรยาว่า ไม่ต้องไปฝั่งโน้นแล้ว เพราะสินค้าเดียวกัน อาจจะราคาแพงกว่านิดหน่อย คงไม่เป็นไร ฮาฮา ออ. แต่ก็มีคนข้ามฝั่งไปเยอะครับ เพราะฝั่งโน้นน้ำมันถูกกว่าบ้านเราครึ่งหนึ่ง รุ่นน้องที่เจอกันที่นั่นถามผมว่า ทำไมไม่เอารถไปเติมน้ำมันละ มาถึงที่แล้ว ฮือ ก็ผมเพิ่งเติมเมื่อกี้เอง ยังเกือบๆ เต็มถังอีก ฮาฮา

(ภาพหลังจากทะเลบันไม่มีครับ เพราะแบตกล้องถ่ายรูปหมด ฮิฮิ)

ราตรีสวัสดิ์ครับ