เช้าวันนี้ก็เดินทางมุ่งหน้าไปปางอุ๋ง  สรุปขับตามรถคันอื่นไปเรื่อยๆ ประกอบกันดูป้ายบอกทางก็ไม่มีป้ายชี้บอกไปปงอุ๋งเลย มีแต่ไปบ้านรวมไทย  ก็เลยขับผ่านไป เตลิดไปเจอจุดชมวิวทะเลหมอก ก็เลยแวะถามคนอื่นๆ ปรากฏว่าเลยมาแล้ว บ้านรวมไทยนั่นล่ะ ปางอุ๋ง ก็ถ่ายรูปแล้วย้อนกลับลงมาตั้งต้นที่ถ้ำปลา

ถ้ำปลาเป็นทางแยกเข้าปางอุ๋ง เข้าบ้านรักษ์ไทย แล้วก็ภูโคลนได้เลย  ในถ้ำปลาไม่เสียค่าเข้า แล้วก็มีปลาพลวงตัวเบ้อเริ่ม จำนวนพอสมควร ถ้าเทียบกับที่น้ำตกพริ้ว ที่โน่นมีเยอะกว่ามากค่ะ แต่ธรรมชาติที่นี่สดชื่นดี แล้วมีเครื่องใช้โบราณอยากระหัดวิดน้ำ กระเดื่องตำข้าวให้เล่น

จากถ้าปลาที่นี่ก็ถึงปางอุ๋งซะที แต่ก็ไม่เจอหมอกแล้วเพราะถึงเที่ยงกว่าแล้ว โชคดีที่ไปจอดรถที่โรงเรียนด้านล่างที่จัดไว้ให้ แล้วขึ้นรถสองแถวไปสบายกว่ากันเยอะ ไม่ควรอย่างยิ่งที่นำรถขึ้นเองเพราะทางแคบมาก มีรถตกขอบทางด้วย งานนี้ลูกสาวเริ่มเมารถอาการเริ่มโทรมไม่สนใจสิ่งแวดล้อมแล้ว

แล้วก็ถ่ายภาพสวยๆมาฝาก เพราะปางอุ๋งก็ยังมีความงามตามแบบธรรมชาติที่ทุกคนที่ชอบแนวโฮมสเตย์  หรือนอนเต้นท์ ท่ามกลางอ่างเก็บน้ำที่มีแพให้นั่งเล่นครั้งละ 2คน แต่เสียเงินนะค่ะ  

ลงจากปางอุ๋งแวะเที่ยวที่บ้านรักษ์ไทยที่เพื่อนร่วมเดินทางที่ไปพบที่กรมทางหลวงแนะนำมาว่า อย่าพลาดเชียวสวยมาก ใจเราก็นึกว่าเป็นแบบพิพิธภัณฑ์..ที่ไหนได้มาถึงก็เจอเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหมู่บ้านของไทยยูนาน ที่สร้างบ้านและร้านค้าด้วยดิน และขายใบชาสารพัดชนิดเลย รสชาดกลมกล่อมดีค่ะ

ปิดท้าย trip นี้ที่ภูโคลน ที่เข้าไปแล้วไม่ผิดหวัง สนุกดี จ่ายค่าพอกหน้ากันคนละ 60 บาท/15 นาที เขาจะให้หมวกคลุมผมไปใส่ล้างหน้าด้วยโฟมที่จัดไว้ให้ โดยใช้น้ำแร่ที่เปิดผ่านก๊อกมาอย่างร้อน เสร็จก็ซับหน้าให้แห้ง นอนให้พนักงานทาโคลนให้กลิ่นเหมือนผงถ่าน ประมาณ 15 นาทีหน้าแห้งก็ล้างออก ระหว่างนั้นจะแช่เท้าในน้ำบ่อแร่ก็อีก 20 บาท  ทุกกิจกรรมแล้วแต่เลือกมีเยอะไปหมด แล้วมีผลิตภัณฑ์ให้ซื้อกลับบ้านด้วย งานนี้ก็ได้จ่าย แล้วก็เดินทางกลับบ้านเรา มาเรื่อยๆ แวะหลับตามปั้มบ้าง..มาถึงบ้านก็เช้าตี 5 พอดี สลบเหมือดกันทั้งวันเลย