"......ปัญญาญาณที่ชาวบ้านและประชาชนทั่วไปได้มาจากการดำเนินชีวิต เพื่อเข้าถึงการคลายอัตตาและความเป็นตัวกู-ของกูอย่างลึกซึ้งได้นั้น เป็นอีกหนทางหนึ่งที่สร้างพลเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นสิ่งที่เรียนรู้ทางสังคมได้จริงๆ..."

การให้และการเรียนรู้จากการให้นั้น เป็นโอกาสให้การเรียนรู้ทางสังคมและการให้การศึกษาอบรมแก่พลเมืองของสังคมไทยได้อีกโอกาสหนึ่ง เนื่องจากโดยทั่วไปนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ ถูกพลังสังคมแบบราชการหล่อหลอมให้เกิดความสำนึกว่าตนเองเป็นไพร่และราษฏร ที่ต้องเป็นผู้รอรับสิ่งต่างๆจากเจ้านาย อีกทั้งไม่ตระหนักถึงหน้าที่ต่อส่วนรวม ทำให้พลเมืองอ่อนแอ เป็นผู้ที่รอคอยเอาเข้าตัวอย่างเดียวและปล่อยให้สังคมส่วนรวมเป็นไปตามยถากรรม เมื่อเกิดความจำเป็น ทุกข์ร้อน และต้องการสิ่งใด ก็จัดความสัมพันธ์ต่อสิ่งนั้นด้วยการอ้อนวอน บนบาน บูชา ไม่มุ่งบรรลุผลด้วยการน้อมสู่การทำเหตุปัจจัยทางการปฏิบัติที่เหมาะสม ไม่เป็นการปฏิบัติชีวิตการเรียนรู้ที่ดี

ต่อมาก็ถูกสังคมตลาดกล่อมเกลาให้เป็นผู้บริโภค อยากได้สิ่งดีและสังคมดี ก็รู้จักแต่เพียงการดิ้นรนหาเงินไปซื้อเอา กลายเป็นสังคมเอาแต่บริโภค บ้าแข่งขันช่วงชิง ทุนนิยม และวัตถุนิยม ขาดความพอดีระหว่างความเป็นวัตถุกับจิตใจ รวมทั้งขาดการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้และการอยู่ร่วมกันอย่างเอื้ออาทรและแบ่งปัน ลักษณะอย่างนี้ จะทำให้สังคมไม่แข็งแรงพอที่จะพัฒนาตนเองให้ทันกับความจำเป็นของสังคมที่ทุกอย่างขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีความซับซ้อน ต้องมีการเรียนรู้ที่ผสมผสานเหมือนเป็นมิติหนึ่งของการดำเนินชีวิตอยู่เสมอ ดังปัจจุบัน 

การให้ทานและการเรียนรู้ที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านและชุมชนต่างๆได้มีโอกาสพัฒนาตนเองให้เป็นพลเมืองที่มีสำนึกของการเป็นผู้ให้ จากกิจกรรมการให้ทานและการทำบุญ จึงเป็นการเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงปฏิรูป แม้จะเป็นการทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็สามารถกระทบต่อการปรับวิธีคิดอย่างลึกซึ้ง แต่ต้องใช้โอกาสอย่างนี้เป็นและต้องพัฒนาคนที่เห็นความสำคัญให้เป็นเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ทำเรื่องย่างนี้ได้อย่างแยบคาย กลมกลืนไปกับวิถีชีวิตและวิถีวัฒนธรรมของสังคม

  การให้ที่กลับทำลายและการรับที่กลับสูญเสีย...  

การให้และวิธีการให้นั้น นอกจากมีความสำคัญในแง่ที่เป็นโอกาสทำให้เป็นเวทีเรียนรู้พัฒนาพลเมืองและสร้างความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีอยู่ตลอดเวลาให้กับชาวบ้านแล้ว ในอีกแง่หนึ่งที่สำคัญมากเช่นเดียวกันก็คือการไม่ทำให้สิ่งที่เป็นทานและการให้ ต้องกลายเป็นการบั่นทอนชาวบ้านและชุมชนเสียเองอย่างไม่รู้ตัว แต่เรื่องอย่างนี้เราต้องกำหนดรู้ด้วยปัญญา กอปรด้วยการมีความสำนึกและการตระหนักรู้ครับ  หากขาดการเจริญสติและขาดการใช้ตัวปัญญามาเข้าใจก็จะไม่เห็น อีกทั้งกลับคิดว่าเป็นการทำดีเพียงพอแล้ว

การให้และการทำทานโดยมากนั้น ผู้ให้มักเกิดตัวตนของการเป็นผู้เหนือกว่า เกิดความเป็นตัวกูของกูว่าเมื่อตนเองจะต้องให้สิ่งต่างๆแก่ผู้อื่นแล้ว ตนเองอยู่ในฐานะให้สิ่งดีสงเคราะห์แก่ผู้อื่น ลักษณะการให้อย่างนี้ ผู้ให้จะยิ่งเกิดตัวตน อหังการ์ ลำพองตน เป็นจ้าวใหญ่นายโต 

ในส่วนของผู้รับก็รู้สึกอยากได้เปล่าในสิ่งที่มีผู้อื่นนำมาให้ จึงต้องทำตนเพื่อจูงใจและโน้มน้าวให้ผู้อื่นอยากให้สิ่งที่ตนเองต้องการได้มากๆ กลายเป็นผู้ละโมภทางวัตถุ ไม่สามารถเข้าถึงประโยชน์และคุณค่าของอุปโภคและบริโภคปัจจัยให้ลึกซึ้งดังที่ควรจะเป็น กลายเป็นชาวบ้านและชุมชนที่สูญเสียภาวะผู้นำ อ่อนแอต่อการพึ่งตนเอง เป็นผู้รับที่ขาดการใช้สติและปัญญา

จึงกลายเป็นการให้ที่ทำลายและการได้ที่สูญเสีย ทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ

  การให้และการสูญเสียที่กลับเป็นการได้  .

เมื่อสองสามเดือนก่อน พ่อของเพื่อนร่วมงานผมป่วยเป็นมะเร็ง เป็นการป่วยหนักครั้งเดียวในชีวิตแล้วก็ถึงแก่กรรมโดยเข้าโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ได้กลับไปบ้านอีกเลย ครอบครัวของเพื่อนร่วมงานนี้เป็นคนต่างจังหวัด เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ทำงานรับจ้าง แต่เป็นผู้มีสัมมาปฏิบัติ ดูแลลูกๆให้ได้ศึกษาอย่างสูงและทำการทำงานดีทุกคน ผมรักใคร่นับถือและทั้งสองท่านก็นับความคุ้นเคยกับผมเสมือนเป็นญาติ ตอนที่ท่านป่วยเลยมีโอกาสเยี่ยมเยือนและเอาใจใส่ดูแลกัน

ทว่า ความรุนแรงของโรคมะเร็งนั้นดำเนินไปเร็วมาก หลังจากแกเข้าโรงพยาบาลไม่กี่วันก็ถึงขั้นโคม่า แต่ก็คิดว่าจะอยู่ดูแลกันได้สักระยะหนึ่ง ทว่า วันหนึ่งแกก็อยากออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้าน ผมได้ทราบก็นึกสังหรณ์ใจอย่างไรชอบกล จู่ๆเลยตัดสินใจไปเยี่ยมทั้งที่ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมในอีกสองสามวันถัดไป

ปรากฏว่าพอผมไปถึงโรงพยาบาล หมอและญาติๆก็ตัดสินใจระงับการเดินทางกลับบ้านเสียแล้ว และพยาบาลที่เฝ้าใข้ก็บอกผมว่าท่านอาจจะทนไม่ไหวแล้ว ตอนนั้น ชีพจรและสัญญาณชีพทั้งหลายตกหมดแล้ว ภรรยาและลูกหลานทุกคนก็ทำใจ

ผมไปถึง เมื่อเห็นอาการแล้วก็บอกให้ทุกคนอยู่ในอาการสงบ หากสัมผัสก็ขอให้สัมผัสเบาๆและให้สัมผัสที่เท้าเพื่อไม่ให้จิตดวงสุดท้ายต้องกวัดแกว่งและเสียกำลังในการนำตนเองให้ผ่านพ้นสิ่งที่แกกำลังต้องเผชิญอยู่แต่โดยลำพัง 

จากนั้น ก็ให้ลูกๆเอาเครื่องเล่น MP3 มาเปิดเสียงพระสวดทำวัตรโดยวางลำโพงขนาดเล็กไว้ข้างหูทั้งสองข้าง เพราะบ้านที่บ้านนอกของแกและลูกเมียนั้นอยู่ข้างวัด สติและสำนึกสุดท้ายยังอยากได้กลับบ้านอยู่  จึงต้องนึกถึงบรรยากาศความเป็นบ้านที่แกคุ้นเคยที่สุด อีกทั้งแกก็มีประสบการณ์ที่ดีในชีวิตที่ได้บวชลูกชายหลายคน ประสบการณ์ชีวิตและความทรงจำฝังแน่นอย่างนี้เท่านั้น ที่จะสามารถเป็นเพื่อนการเดินทางในชีวิตยามนี้ให้แกได้

ผู้คนและทุกสิ่งอย่างในชีวิตที่เป็นเรื่องภายนอก ไม่มีความหมายอย่างใดทั้งสิ้น นอกจากก็ต้องสามารถแปรวิกฤติและการสูญเสียอันยิ่งใหญ่นี้ ให้เป็นการสร้างสติปัญญาและได้ความถ่องแท้ในชีวิตมากขึ้นแก่ตน

ไม่น่าเชื่อว่า สักพักหนึ่ง สัญญาณชีพของแกก็กระเตื้องขึ้นสูง อีกทั้งไม่กระชากกวัดแกว่ง ผมใช้สองมือสัมผัสสองเท้าแกเบาๆ ทุกอย่างก็เริ่มแผ่วและลดลง กระทั่งสิ้นลมหายใจและคลื่นต่างๆก็ราบเรียบ ทางโรงพยาบาลขอให้รอในสภาพนั้นอีกสองชั่วโมงก่อนที่จะปลดเครื่องช่วยพยุงชีวิตทุกอย่างออก

ภรรยาแกร้องไห้และบอกว่า “….ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่สงสารเหลือเกิน....”  แล้วแกก็บอกว่า “…..ชีวิตยามทรุดโทรมร่วงโรยกระทั่งต้องพรากจากกันไปนั้น ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องเสียใจ เพราะมันก็เหมือนกับต้นไม้ที่กิ่งไหนหมดอายุของมัน มันก็จะค่อยๆแห้งและร่วงโรยไป  แต่ที่ร้องไห้นั้นเพราะสงสาร…..”  นี่เป็นคำพูดของหญิงชราบ้านนอก อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้แล้ว นะครับ ทว่าแกเคยทำบุญทำทาน แล้วก็คงได้อบรมกล่อมเกลาตนเองผ่านประสบการณ์ชีวิต

คนที่หยั่งความเป็นจริงของชีวิต จัดวางท่าทีต่อความพลัดพรากและความสูญเสียคู่ชีวิตที่ทุกข์ยากมาด้วยกันด้วยสติ  อีกทั้งในสถานการณ์ที่กำลังพลัดพรากสูญเสีย  ก็กลับเรียนรู้การละวางความเป็นของกูกับตัวกูให้ออกจากทุกข์  ทำความสูญเสียให้กลายเป็นการได้ความลึกซึ้งแก่ตน  วิถีแห่งสติและกอปรด้วยปัญญาอย่างนี้ ความสูญเสียก็กลับเป็นการได้ความลึกซึ้งต่อชีวิต

  ทุนเดิมของสังคมเพื่อต่อยอดนั้นมีอยู่  .

จากตัวอย่างที่เล่ามานี้ การให้บทสรุปของชีวิตและอุปมาอุปมัยออกมาอย่างแม่ของเพื่อนร่วมงานผมที่แสดงต่อสามีของท่านนั้น สะท้อนปัญญาการเข้าถึงธรรมของชาวบ้าน ซึ่งเป็นทุนศักยภาพการเรียนรู้จากวิถีชีวิต ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับทำกิจกรรมชุมชนต่างๆให้มีความหมายต่อการพัฒนาสุขภาวะทั้งของปัจเจกและชุมชนได้อยู่เสมอ

ภาษาธรรมและการแจกแจงในระดับที่เห็นความเป็นสิ่งเดียวกันและความเป็นธรรมดาของชีวิตอย่างนี้มีอยู่ในหลักพุทธธรรมและเป็นธรรมะในขั้นสูงมาก คนสมัยใหม่และความรู้แบบสมัยใหม่ก็ยังเข้าถึงได้ไม่ลึกซึ้งขนาดนี้เลย ดังนั้น การให้ทานและกิจกรรมการให้ หากมีองค์ประกอบทางปัญญา วิธิการที่เป็นกุศโลบาย และการเรียนรู้ที่แยบคาย ก็จะกลายเป็นโอกาสพัฒนาการเรียนรู้ให้ชาวบ้านได้ทั้งต่อเนื่องและลึกซึ้ง

จากตัวอย่างเล็กๆน้อยๆนี้ จะเห็นว่า ปัญญาญาณที่ชาวบ้านและประชาชนทั่วไปได้มาจากการดำเนินชีวิต เพื่อเข้าถึงการคลายอัตตาและความเป็นตัวกู-ของกูอย่างลึกซึ้งได้นั้น เป็นอีกหนทางหนึ่งที่สร้างพลเมืองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นสิ่งที่เรียนรู้ทางสังคมได้จริงๆ  อีกทั้งมีเป็นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมอยู่มากมายในสังคมไทยครับ

ดังนั้น การทำให้ทานและวิธีการให้ เป็นโอกาสการเรียนรู้ของชาวบ้านไปด้วย จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านและชุมชนต่างๆมีพื้นฐานอยู่ในวิถีชีวิตอยู่แล้ว อีกทั้งมิใช่จำเพาะผู้ศรัทธาในพุทธศาสนาเท่านั้น ในทุกศาสนา ก็มีเรื่องการให้ทานและการพัฒนาตนให้ขึ้นสูงทั้งนั้น  ซึ่งเชื่อว่าเป็นโอกาสพัฒนาการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งของชาวบ้านเพื่อพัฒนาตนเองให้ทันกับความจำเป็นและสามารถสร้างสุขภาวะในการอยู่ร่วมกันของชุมชนได้อย่างมากมาย.