สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์
- เป็นแนวการทำงานและความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจครับ
- นอกจากเป็นเรื่องเผชิญความตายอย่างสงบแล้ว อาจจะมีความหมายมากกว่านั้นครับ อย่างที่เคยเป็นพี่เลี้ยงกลุ่มบัณฑิตอาสาสมัคร (ซึ่งอาจารย์ณัฐพัชร์เป็นหนึ่งในกลุ่มบุกเบิกนั้น) ไปอาสาช่วยดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและช่วยกันพัฒนาระบบการทำงานดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายในยุคแรกๆที่ยังไม่มีอะไรเลย ให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ของท่านพระครูประชานาถ หรือท่านพระอลงกต ผมได้บทเรียนอย่างหนึ่งว่า เราต้องสามารถเป็นเพื่อนเพื่อการตั้งหลักชีวิตและเจริญสติให้กับผู้ป่วยจนเขาสามารถค้นพบความหมายและโอกาสอย่างใหม่ของตนเอง ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่เลยทีเดียว เหมือนกับเป็นการ Recover และ Re-Program เลยจริงๆครับ มากกว่าการปรับตัวเพื่อเผชิญความตายอย่างสงบ ทว่า ต้องกลับมามีชีวิตและดำเนินชีวิตของตนเองให้มีความหมายที่สุด อีกด้วย
- ครั้งนั้น พวกเราไปอยู่และทำงานกับผู้ป่วยระยะสุดท้ายและกับพระ กระทั่งกอบกู้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง ที่ถูกนำไปทอดทิ้งให้หมดอาลัยตายอยาก ซ้ำเติมความทุกข์และความสิ้นหวังตนเองจากความเจ็บป่วย ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทำงานอาสา กระทั่งเตรียมสือ ต้อนรับการศึกษาดูงาน และตั้งวงดนตรี จนมีในปีหนึ่ง ผมกับพระอาจารย์อลงกตก็ถึงกับนำมาแสดงโชว์ให้กับที่ประชุมวิชาการ ที่สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งหมด เป็นการ Recover ตัวตนอย่างใหม่ของปัจเจกเลยทีเดียวครับ
- มีบันทึกที่ผมเขียนถึง วงดนตรีคีตาญชลีทว่า ที่มาของการนำมารีบเขียนไว้ให้คือพี่อ้วน หรือพี่วริชฌิตา ปลั่งสำราญครับ
- ขอบคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนครับ