คุณครูรู้สึกผิด เพราะฟิตแต่วิชาการ
บันทึกนี้เขียนมาจากการประชุมพัฒนาครูเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา คุณครูท่านหนึ่งบอกว่า

รู้สึกว่าตัวเองผิด และ แย่มากๆ ที่สอนแต่วิชาการ อัดแต่วิชาการให้เด็กๆ โดยไม่เคยมองความต้องการของเด็ก บทบาทของครูประจำชั้น ก็มักจะมีแต่เรื่องให้เด็กจัดบอร์ด ทำโครงงาน และ ทำความสะอาดห้องเรียน
งานแนะแนว ที่เคยเรียนมาไม่เคยนำมาใช้
ต่อจากนี้ จะเริ่มมองความสนใจ ความต้องการ และ ปัญหา ของเด็กบ้าง จะไม่สอนแต่วิชาการอย่างเดียว
คุณครูท่านนี้ เป็นคุณครูคณิตศาสตร์ครับ
คุณครูเห็นปัญหาของเด็กจากการทำเวทีครอบครัวสุขภาวะครับ ทำให้ทราบว่าเด็กแต่ละคน มีความทุกข์ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ก่อนที่จะให้เขาเรียน ควรจะรู้ถึงอารมณ์ ความทุกข์ และความต้องการของเขาไปด้วย
เป็นนิมิตหมายที่ดีที่พบจากที่ประชุมพัฒนาครู จากคุณครูท่านหนึ่ง
เป็นนิมิตหมายอันดีที่ว่า "ให้ความรักก่อนให้ความรู้" ครับ
สวัสดีท่านอาจารย์ Small man
ครูบางคนยัดเยียดให้เด็กทำงานเพื่อทำสร้างผลงานทางวิชาการของตนก็มี
เครียดต้องนอนดึก ปัญหาคือครูมัธยมศึกษาไม่ได้พูดคุยกันเรื่องการมอบหมายงานให้นักเรียน หากมีการบูรณาการทางความรู้ ทำงานน้อยชิ้นแต่ตรวจงานได้
หลายวิชาก็ลดปัญหา... แต่ปัญหาใหญ่คือ "ครูไม่คุยกัน"
สวัสดีค่ะท่านรองหนุ่มเล็ก
เป็นไงบ้างค่ะกับวันพ่อที่ผ่านมา แหม อยากอ่านบันทึกสบายๆ ของท่านรองฯวิชชา (การ) บ้างจังค่ะ
มีความสุขกับการงานเช่นเคยนะคะ
* การประชุมเดี๋ยวนี้ บางที่เขาเริ่มประชุมแบบผ่อนคลายก็มีบ้างแล้วครับ
* ที่เครียดกทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะอัดแต่วิชาการกันล้วนๆครับ
* ขอบคุณกาแฟมื้อเช้าครับ
* ครูยัดเยียดให้เด็กทำงานเพื่อทำสร้างผลงานทางวิชาการของตน
* เด็กมีความทุกข์มาก บอกว่าทำงานไม่ทันเครียดต้องนอนดึก
* "ครูไม่คุยกัน"
ปัญหาจำพวกนี้ ผมว่าตรงกันหลายๆที่ในโรงเรียนครับ ที่ผมอยู่ก็จะออกมาลักษณะเดียวกัน
คงต้องเริ่มเห็นใจและเข้าใจเด็กกันบ้างครับ
ขอบคุณครับ
* เด็กจะรู้สึกมีความสุข กับการเรียนในวิชา ศิลปะ ดนตรี และสุขฯพละค่ะ เพราะเหมือนเขาได้ปลดปล่อยอารมณ์เศร้าหรือความทุกข์จากที่ได้รับจากทางบ้านมาหาที่พึ่งพิงทางใจคือร่วมกันเล่นร่วมกันเรียนกับเพื่อนกับครูในกลุ่มวิชาเหล่านี้..
ขอสนับสนุนเต็มที่ครับ
* เขียนเรื่องวิชาการแล้วสนุกดีครับ เหมือนเป็นการพักผ่อน
* เขียนเรื่องสบายๆ ผมจะรู้สึกไม่สบาย 555...
เป็น paradox ในตัวผมครับ
ขอบคุณครับ
เห็นบันทึกนี้
วันที่ ๑๖ นี้ มีท่าน Dasho Karma ura (ผู้อำนวยการสถาบันภูฎาณศึกษา-ที่ปรึกษาเจ้าชายจิ้กมี่ แห่งภูฎาณ)ท่านเดินทางมาเมืองไทยครับ เเละจะมาพูดเรื่อง happiness in education ทาง สกอ.ได้เชิญ ท่าน ผอ.โรงเรียน ที่ผมเคยทำกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เป็ฯมนุษย์ที่สมบูรณ์ มาด้วยครับ
งานนี้จะนำมาเเลกเปลี่ยนใน gotoknow ครับผม
เข้ามาอ่านเรื่องดีๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
ตามมาเรียนรู้กับท่านรองฯ ต่อค่ะ
ชอบคำนี้ค่ะ หากจำไม่ผิด ครูสมพรสอนลิง ก็เคยบอกว่า "ให้ความรักก่อนให้ความรู้" เรียนรู้จะที่ผูกมิตร...เพราะว่ามิตรเราซน...555
ขอบคุณค่ะ
สมัยเด็ก ผมเรียนวิชา ชีวะวิทยาได้คะแนนดีมาก มากที่สุดในโรงเรียน
คะแนน ติดอันดับประเทศไทย
เหตุผลเดียว คือ ผมรักอาจารย์อวยชัยมาก แกสอนสนุกครับ
สวัสดีค่ะท่านรอง
นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีมากเลยค่ะ บทบาทครูไช่แค่สอนหนังสือ "ให้ความรักก่อนให้ความรู้" เด็กๆ โชคดีมากที่คุณครูท่านนี้ฉุกคิดได้...
ขอบพระคุณท่านรองมากค่ะที่นำเรื่องราว สาระที่เป็นประโยชน์มาให้อ่าน และเตือนใจตัวเองเสมอ
ขอบพระคุณอีกครั้ง
ระลึกถึงค่ะ
สวัสดีค่ะท่านรอง..คงเป็นแบบนี้ต่อไปถ้ายังใช้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมาเป็นเกณฑ์กำหนดในการประเมินต่างๆ และความก้าวหน้าในวิชาชีพครู.. คงต้องขยายเวลาเรียนสาระสังคมออกเป็นอีกวิชาหนึ่งคือวิชาศีลธรรม จริยธรรม..ไม่ใช่เอามารวมกันเวลายิ่งน้อยลง..แต่เหตุการณ์ปัจจุบันนี้สาระสังคมต้องนำหน้าแล้วค่ะ...
* ผมว่าถ้าคุณครูรู้สึกผิดเกี่ยวกับตัวเด็กบ้าง เป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆๆๆๆๆ ครับ
ขอบคุณครับ
ให้ความรู้ต้องคู่กับให้ความรัก เป็นเรื่องที่เด็กทุกคนต้องการครับ
ขอบคุณครับ
happiness in education
ผมเห็นเรื่องที่คุณเอกเขียนมาแล้ว อยากเห็น และ อยากให้เกิดจริงๆในระบบการศึกษาไทยมากๆครับ
อย่าลืมนำมา ลปรร กันนะครับ
ขอบคุณบันทึกที่มีคุณค่าครับ