เมื่อก่อนใช้กำปั้นลุ่นๆตีเบ้าตากัน แต่เดี๋ยวปาระเบิดตูมๆ เด็กวัยรุ่นเอาตัวอย่างมาจากใคร?

สืบเนื่องจากที่ได้ออกไปคุยกับพ่อค้าแม่ค้า ที่ตระเวนออกไปขายของตามงานเทศกาลประจำปีในที่ต่างๆทั่วภาคอีสาน พวกยิปซีขายของขาจรเหล่านี้จะไปติดต่อจับจองสถานที่เพื่อจัดวางสินค้าโชว์ ในรายที่ขายของชิ้นใหญ่ๆเช่น เฟอร์นิเจอร์ไม้ ฟูก เครื่องนอน บ้านน็อคดาวน์ ต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายหมื่นบาทต่องาน

เล่าให้ฟังว่า..ปีนี้ย่ำแย่เหลือเกิน

ขาดทุนมาหลายงานแล้ว

อย่างงานงิ้วประจำปีที่นี่

คนในตลาดไม่มีใครออกจากบ้าน

มีแต่ชาวบ้านที่อยู่นอกๆมาเที่ยว

ทำไมหรือครับ?

เด็กวัยรุ่นนะสิ

ไม่รู้ไปเลียนแบบมาจากใคร

เขม่นกันง่ายเหลือเกิน

เมื่อคืนเอาระเบิดปากัน

บาดเจ็บ ตาย หามกันกระร่องกระแร่งชุลมุน

เสียงรถหว๋อ เสียงร้องไห้ เอะอะมะเทิ่ง

มันไม่ใช่บรรยากาศของงานรื่นเริงดังเช่นสมัยก่อน

ผู้สันทันกรณีที่ไปทุกงาน เล่าว่าไม่มีงานไหนที่เด็กวัยรุ่นไม่ปาระเบิดเมื่อก่อนอย่างมากก็ตีรันฟันแทงหัวร้างข้างแตก หรือไม่ก็ใช้หมัดลุ่นๆกระแทกเบ้าตากัน แต่วันนี้วิธีการหวาดเสียวเหลือเกิน ไม่มีงานให้ทะเลาะกัน ก็ไปฝึกซ้อมปาก้อนหินใส่รถที่เดินทางตามค่ำคืน เรื่องนี้เกิดบ่อยมากจนเบื่อที่จะเป็นข่าว เป็นที่รู้กันว่ามันเหลือบ่ากว่าแรงไปซะแล้ว

วิธีแก้ ..เจ้าหน้าที่บอกพวกวงดนตรี หมอลำ งิ้ว เริ่มแสดงตอน 3 ทุ่ม เลิก 6 ทุ่ม จะได้แยกๆกันไปเพราะไม่สามารถรักษาความปลอดภัยได้ แต่แล้วก็ไม่วาย ตูม ตูม ตูม! จนได้ ต่อไปใครจะจัดงาน ใครจะเที่ยวงาน คงเข็ดขยาดไปตามๆกัน เมื่อเป็นอันรู้กัน ก็มาดูสิว่าประชาคมในพื้นที่จะบริหารระเบิดกันอย่างไร เดี๋ยวนี้ไม่เฉพาะที่ภาคใต้  หรือที่เกิดกับม็อบเสื้อสีช้ำเลือดช้ำหนองต่างๆ วิกฤติการณ์ในสังคมติดลบทางด้านความยั้งคิด

ไอ่-พวกต้นแบบจะคิด และสำนึกรักบ้านเกิดบ้างไหมหนอ? 

ผมไม่เที่ยวงานประจำปีหรืองานเทศกาลต่างๆมาหลายสิบปีแล้ว อาจจะเป็นเพราะในวัยกะเต๊าะเที่ยวมากซะจนอิ่ม ประกอบกับการจัดงานเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ที่ไหนๆจัดก็ซ้ำๆไม่มีเอกลักษณ์พิเศษน่าสนใจ นอนดูทีวีอยู่บ้านดีกว่า ติดจานดาวเทียมเสียค่าดำเนินการเดือนละ400บาท แถมยังโทรศัพท์ได้ด้วย ดูรายการสารคดีและรายการอื่นๆได้40ช่อง ภาพ-เสียง-สดใสไฉไลดั่งใจ ไม่อันตรายแถมยังปลอดภัยกว่า

แต่..ท่านรู้จัก”ลูกโม่ง”ไหมครับ?

คนใต้เรียกก้านดอกสะตอและดอกเหรียงที่หล่นลงมา

ผมปลูกไว้ข้างบ้านต้นสูงใหญ่

ปีนี้ฝนดีติดดอกเต็มต้น

จะเห็นหล่นตุบหล่นตับทั้งกลางวันกลางคืน

แข่งกับลูกมะสังที่ตุบตับเป็นครั้งคราว

กลางคืนเงียบๆ ..

ลูกโม่งจากต้นไม้เหล่านี้หล่นมากระแทกหลังคา

ปลุกเราตื่นขึ้นมาดูฝนดาวตก

ถึงไม่มีใครมาเป็นเพื่อนชมดาว

ยังมีเจ้าลูกโม่งมาเป็นตัวแทนทักทายก็ยังดี

“โม่งเอ๋ยโม่ง

มาจรรโลงคนยากยามเงียบเหงา

ทั่วท้องฟ้าดูท่ามีสองเรา

ช่วยกันเฝ้าราตรีที่เฉียบเย็น