"นักศึกษาที่รัก ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ไหน ไปทำอะไร สิ่งที่พวกคุณจะต้องนำติดตัวไปด้วยเสมอมีสองอย่างคือ ๑. นามสกุล นั่นคือชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ๒. ชื่อเสียงของสถาบันที่จบ..."


กราบเท้า  คุณลุง  คุณป้า     ด้วยความเคารพรัก

           วันนี้ตื่นตั้งแต่ตีสามเศษ ๆ  กำลังปฏิวัติตัวเองค่ะ   นานแล้วที่ใช้ชีวิตขาดระเบียบวินัย  อายุก็มากขึ้น  หากไม่ถนอมสุขภาพ   อาจไม่มีสุขภาพให้ถนอม     เหมือนคนดี ๆ อีกหลายคนที่จากไป  โดยเฉพาะครูซัน  ผู้แต่งเพลงนักสู้ภูดอย ซึ่งชั่วชีวิตสร้างสรรค์ผลงานเพลงเพื่อเด็กไทยในดงดอน    ต้องจบชีวิตเพียงวัยสี่สิบเศษ ๆ ... เพราะขาด
การดูแลตนเองเท่าที่ควร

             ตามหลักนาฬิกาชีวิต  เราต้องพยายามนอนแต่หัวค่ำค่ะ   ได้ฟังรายการสุขภาพทางเลือกเขาบอกว่า คนเราไม่ควรอาบน้ำก่อนตะวันตกดิน  ควรกินอาหารก่อนค่ำ   นอนไม่เกินสามทุ่ม  และตื่นตีสามถึงตีห้าเพราะปอดทำงาน   จะทำให้ผิวดี  มีอำนาจในตัว   ใครอยากรู้รายละเอียด  คลิกไปอ่าน http://webboard.yenta4.com/topic/32842


             คุณลุงคะ... มีเรื่องเล่าให้ฟังอีกแล้วค่ะ  เมื่อวานนี้ทางโรงเรียนมีพิธีมอบช่อดอกไม้ให้ครูที่ย้ายไปโรงเรียนแห่งใหม่ใกล้บ้าน...  เห็นคุณครูศิลปะที่เดิมเป็นคนร่าเริง  วันนี้กลับเงียบขรึมไป 
น้ำเสียงที่พูดก็เปลี่ยนบุคลิกไป   คงรู้สึกใจหายที่ต้องเปลี่ยนโรงเรียน   แล้วก็อาลัยอาวรณ์สถานที่และผู้คน...   ครูคนนี้เป็นคนดีมีน้ำใจเป็นที่รักของครูและนักเรียนทุกคน   รู้สึกเสียดายมากค่ะ...


             หนูหน่อยและเพื่อนครูในหมวดภาษาไทย
ได้จัดหาของขวัญเป็นรูปปั้นพระพิฆเนศปางประทานพรไปมอบให้ในนามของหมวด    ทุกครั้งที่เพื่อนครูย้าย   หมวดของเราจะจัดหาของขวัญมอบให้เป็นที่ระลึกเสมอ   ถือเป็นการแสดงน้ำใจที่พึงมอบกันในยามที่จากไป      โดยมีหนูหน่อยเป็นตัวตั้งตัวตีทุกครั้ง  ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ     ช่วงหลังขี้เกียจเก็บเงินเป็นวาระ ต่อมาจึงปรึกษากับลูกหมวดให้มีการเก็บสวัสดิการหมวด  เดือนละ ๑๐๐  บาท  เพื่อนำมาซื้อของขวัญวันเกิดให้ครูทุกคนในหมวด  และใช้จ่ายในยามจำเป็น  ตอนนี้ดูเหมือนปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายก็หมดไปค่ะ...

 

              กลับมาที่ครูย้ายต่อค่ะ   ตั้งแต่เป็นครูมากว่าสิบปี   รับบทบาทหน้าที่พิธีกรงานต่าง ๆ   งานที่ไม่อยากเป็นมากที่สุดก็คืองานเลี้ยงส่ง... เพราะรู้สึกใจหายทุกที    บางทีก็คุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่   พลอยไปร่วมหลั่งน้ำตาแทนครูที่เขาย้ายด้วย   ตามจริตนิสัยที่อ่อนไหวง่ายตามแบบอย่างของผู้มีอารมณ์ศิลปิน  ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีศิลปะ....

              
                         

              ยิ่งครูคนใดที่ขยันอุทิศตน   ตั้งใจทำงาน  มีน้ำใจให้เพื่อนครูด้วยแล้วยิ่งรู้สึกใจหาย...ไม่อยากให้ไปแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ขัดขวาง   เพียงแต่ลึก ๆ แล้วเสียดายบุคลากรที่มีคุณภาพ    และในทางกลับกันครูบางคนที่อยู่ไปวันหนึ่ง ๆ  โดยไม่เคยสร้างผลงานตลอดจนไม่เคยมีน้ำใจให้ใคร       คนแบบนี้จะรู้สึกเฉย ๆ  ย้ายไปได้ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะอยู่ไปก็ไร้ค่า... อย่างที่เขาว่า  "รกคนดีกว่ารกหญ้า   รกคนไร้ค่า  รกหญ้าดีกว่ารกคน"

 


               คนโบราณเขาสอนไว้ว่า   "อยู่ให้เขารัก   จากให้เขาอาลัย   ไปให้เขาคิดถึง"  คุณค่าของคนแต่ละคน    บางทีเราก็อาจสังเกตได้จากความรู้สึกของญาติมิตรเพื่อนฝูง  ยามเมื่อเขาจากไป  ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตายก็ตามที....

               ทุกวันนี้หนูหน่อยก็พยายามดำเนินชีวิตให้มีคุณค่า  เป็นคนมีคุณภาพเพราะจดจำคำสอนของ  คณบดี  คณะศึกษาศาสตร์ท่านหนึ่งซึ่งท่านให้ข้อคิดแก่บัณฑิตศึกษาศาสตร์  รุ่นที่ ๒๐ ชื่อรุ่น "ฟ้าลาดิน"  ไว้ว่า  "นักศึกษาที่รัก  ไม่ว่าคุณจะไปอยู่ที่ไหน  ไปทำอะไร  สิ่งที่พวกคุณจะต้องนำติดตัวไปด้วยเสมอมีสองอย่างคือ ๑. นามสกุล  นั่นคือชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล   ๒. ชื่อเสียงของสถาบันที่จบ..."  แล้วก็นำคำสอนนี้ไปบอกเล่าแก่ศิษย์ทุกรุ่นอย่างไม่รู้จบ...

                 หวังไว้วันหนึ่ง  เมื่อถึงวันที่ตนเองต้องจากไป  ไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตายก็ตามที  จะมีคนคิดถึงคุณความดีและเสียดาย  คอยบ่นถึงคะนึงหาอยู่บ้างไม่มากก็น้อย....  เหมือนดังเช่นคุณลุง  คุณป้าที่ลาลับโลกไปหลายปีแล้วแต่ก็ไม่เคยลาลับไกลจากหัวใจหนูหน่อยแม้แต่วินาทีเดียว....

 

                                        ด้วยความเคารพรัก
                                                                        
                                              หนูหน่อย...

  ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต