กราบเท้า คุณลุงคุณป้าด้วยความเคารพรัก ค่ำคืนนี้หริ่งหรีดเรไรยังคงกรีดร้องระงมเป็นดนตรีแห่งธรรมชาติ ที่ได้ยินทุกค่ำคืนเมื่อมาอยู่บ้านพักครู คุณครูบ้านไกลเริ่มทยอยคืนสู่เคหา บางคนมาถึงบ้านก็ได้ออกกำลังกายอย่างคาดไม่ถึงเพราะน้ำท่วมบ้านอย่างหนักค่ะ ไม่ว่ามนุษย์จะยิ่งใหญ่ เก่งกล้าสามารถอย่างไร สุดท้ายก็แพ้ธรรมชาติวันยังค่ำ ดั่งบทกลอนที่ว่า "ถึงรู้ศิลป์วิเศษเวทวิชา วิทยาศาสตร์เยี่ยมเทียมภูเขา ธรรมชาติอาจกว่าอย่าดูเบา ใครเอาชนะได้นัั้นไม่มี..." เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคมที่ผ่านมา หนูหน่อยไปพบหมอตาตามนัด ที่รพ.เมตตาประชารักษ์ค่ะ มีปัญหาเคืองตาบ่อยๆ คุณหมอว่าเป็นภูมิแพ้ค่ะ นั่งรอตั้งแต่แปดโมงเช้า กว่าจะพบคุณหมอก็เที่ยงครึ่งค่ะ ระหว่างรอก็นั่งอ่านหนังสือธรรมะที่ติดมือมาด้วย พักสายตาด้วยการพิจารณาชีวิต ผู้คนที่อยู่รอบกาย โดยเฉพาะคนไข้และเจ้าหน้าที่... คนไข้แน่นเป็นปลากระป๋องหลายร้อยคนเก้าอี้ไม่เพียงพอ เพราะที่นี่เป็นโรงพยาบาลศูนย์รักษาตาโดยเฉพาะ คนไข้ถูกส่งมาจากต่างจังหวัดก็มาก บางคนก็เดินทางมาไกล... ภาพชีวิตในโรงพยาบาลทำให้ได้เจริญธรรมเป็นอย่างดีค่ะคุณลุง ไม่ว่ายากดีมีจน สูงต่ำดำขาว ต่างก็หนีสภาวะ เกิด แก่ เจ็บ ตายไปไม่พ้น คนบางคนก็ประสบอุบัติเหตุต้องนั่งรถเข็น ให้ลูก ให้ภรรยา ช่วยกันดูแล จะเข้าห้องน้ำจะไปไหนมาไหน ช่างยากเย็นเหลือเกิน สีหน้าและแววตาของคนเหล่านั้น มองแล้วหาความสุขสดใสไม่พบเจอ มีแต่ความเจ็บปวดหม่นเศร้า วิตกกังวล หนูหน่อยมานั่งพิจารณา ชีวิตก็เป็นเช่นนี้เองหนอ ไม่มีใครหนีกฎไตรลักษณ์ไปได้พ้น เราเกิดมาเพื่อแสวงหา ไล่ล่าความฝันตามที่โลกเขาเห็นว่าดี เกิดมาเพื่อเรียนหนังสือ ทำงาน มีครอบครัว แล้วก็แก่ชรา เจ็บป่วย จากไปเงียบ ๆ สิ่งที่เราแสวงหาชั่วชีวิตไม่อาจตามเราไปได้ นอกจากความดีความชั่วที่ติดตามทุกฝีก้าว.... เท่านั้นเอง แล้วเราก็เวียนเกิดเวียนตายชาติแล้วชาติเล่า จนกระดูกกองเท่าภูเขา น้ำตาที่สูญเสียก็กว้างใหญ่ปานมหาสมุทร ...แล้วเราก็ยังคงแหวกว่ายอยู่ในวังวนแห่งนี้เรื่อยไป...วันแล้ววันเล่า เราก็เบื่อ ๆ อยาก ๆ อยู่ในกามคุณแห่งนี้...น่าเบื่อจังเลยนะคะ... แปลกไหมคะ คุณลุงคุณป้า ทำไมหนูหน่อยมีมุมมองและความคิดไม่เหมือนใคร ๆ ในบ้าน แล้วก็คิดแปลกกว่าใคร ชอบคบเพื่อนอาวุโสแล้วก็มีแนวความคิดเกินวัยตั้งแต่เด็ก เพราะเหตุนี้นี่เล่าเราจึงเป็นเพื่อนกันได้ดี แม้วัยจะห่างกันกว่าห้าสิบปี แล้วทำไมคุยกันรู้เรื่องก็ไม่ทราบนะคะ... เปลี่ยนอารมณ์ดีกว่าค่ะคุณลุง คุณป้า หลังจากพบหมอแล้วก็แวะซื้อมะพร้าวอ่อน แถววัดไร่ขิง มะพร้าวลูกใหญ่มากค่ะ ใหญ่จริง ๆ ลูกละ ๑๐ บาทเองค่ะ ระหว่างรอแม่ค้าปอกเปลือกมะพร้าวก็ชวนพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องของ ประโยชน์ของน้ำมะพร้าวกันค่ะ เขาว่ากันว่าให้ดื่่มน้ำมะพร้าวอย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ลูกจะทำให้ความจำดีขึ้นค่ะ แม่ค้าก็บอกว่า มีคุณหมอแนะนำว่าให้ใช้น้ำมะพร้าวล้างตาเป็นประจำจะช่วยให้ตาสว่างตาใสค่ะ คือให้เราลืมตาในน้ำมะพร้าวนั่นเองค่ะ อีกสูตรหนึ่งที่ฟังเกี่ยวกับการดูแล สายตาก็คือ ให้ลืมตาในน้ำสะอาดเวลาที่เราอาบน้ำ มีคุณลุงท่านหนึ่งแนะนำมาค่ะ เห็นพี่ชายเล่าว่า คุณลุงท่านนี้อายุมากเกือบแปดสิบปีแล้ว ยังอ่านหนังสือพิมพ์ได้สบายโดยไม่ต้องสวมแว่นสายตา ฟังแล้วทึ่งเลยค่ะ... คุณลุง คุณป้าคะ ราตรียามนี้มีแสงดาวระยิบระยับ พระจันทร์ข้างแรมคืนนี้ไม่สวยสดใส แต่ก็อาจปลุกปลอบใจคนท้อให้ก้าวเดินได้เสมอ... ยังจำอดีตครั้งเมื่อเป็นนักศึกษาศิลปากรได้ดีค่ะ ตอนนั้นหนูหน่อยทำงานกิจกรรมเป็นประธานฝ่ายวิชาการของคณะศึกษาศาสตร์ แล้วก็จัดค่ายอาสาไปสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้โรงเรียนประถมศึกษา ที่อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี.. มีปัญหามากมายในการต่อสู้ ตั้งแต่เสนอโครงการ ขอเงินสนับสนุน จวนถึงเวลาแล้วเงินก็ยังไม่ออก เป็นช่วงชีวิตที่เครียดกังวลมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร กลางคืนก็ได้แต่นั่งมองแสงเดือน แสงดาวเพื่อปลุกปลอบใจ แล้วก็พยายามคิดถึงคำคมที่ว่า "ดาวร่วงจากฟ้าทุกคืนแต่ดาวก็ไม่เคยหมดไปจากฟ้า คนเราอาจจะเคยสิ้นหวังแต่ความหวังของคนไม่เคยสิ้น..." ( ที่มา : ต้นไม้พูดได้ วัดอุโมงค์ จ.เชียงใหม่) แล้วมันก็ได้ผลเหมือนมีพลังจากธรรมชาติ จนสามารถผ่านพ้นปัญหาต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี... เล่าเรื่องสัพเพเหระอีกแล้ว คุยแค่นี้ก่อนนะคะ จริง ๆ แล้วมีเรื่องมากมายที่อยากเล่าให้ฟังแต่เกรงใจคนอ่านค่ะ... ด้วยความเคารพรัก หนูหน่อย.. ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต
บันทึกนี้เหมาะกับ เพลงนี้ครับ จาก เดอะสตาร์
ฉันมีความฝัน และฉันต้องทำให้ได้
จะขอเป็นดาวที่ยิ่งใหญ่
จะเปล่งประกายงดงาม …
ฉันจะไม่ท้อ เพราะฉันคือคนร้องเพลง
จะร้องไปตามที่ใจบรรเลง
ให้เพลงได้กู่ก้องไป
ดาวจะเต็มฟ้า แต่ฟ้าก็ยังกว้างใหญ่
ก็เห็นยังมีที่ว่างมากมาย
ที่พอให้ดาวอีกดวง
และฉันจะไม่ยอมแพ้
จะหนักหนาเพียงใดก็จะรับมัน
จะให้ถอยยังไงในเมื่อใจมันฝัน
ก็ทำไปตามหัวใจ
เพื่อดาวดวงนั้น ที่ฝันที่อยากเป็น
เพื่อดาวดวงนั้น และฝันคงไม่ไกล
เพื่อดาวดวงนั้น ต้องสู้จนสุดใจ
จะเป็นดาว ดวงหนึ่งบนฟากฟ้า
เพื่อดาวดวงนั้น แม้ฉันต้องฝ่าฟัน
เพื่อดาวดวงนั้น ฉันจะทำให้เหนือกว่า
เพื่อดาวดวงนั้น ฉันพร้อมจะไขว่คว้า
และจะทำให้โลกได้รับรู้ ฉันจะเป็นดาว
แม้ต่างความคิด ชีวิตก็ไม่เหมือนกัน
แต่เหมือนกันตรงที่ความมุ่งมั่น
ไม่มีวันจะเลิกลา
ต้องเหนื่อยแค่ไหน จะยิ้มจะมีน้ำตา
เมื่อทุ่มเทไปแล้วคุ้มค่า
จะอยู่เป็นคนสุดท้าย
และจะทำให้โลกได้รับรู้ ฉันจะเป็นดาว
สวัสดีค่ะ อาจารย์วราภรณ์ เขียนบันทึกน่าอ่านมากค่ะ รพ. เป็นภาพที่น่าสงสารค่ะ
ไม่อยากให้ตัวเองป่วย ทรมาน ช่วยเหลือตนเองไม่ได้...บางคนนอนเป็นผักปลา ให้คนอืนดูแล...คงเป็นเรื่องกรรมของแต่ละคน....พี่แดงก็อ่านมาบ้างค่ะ เรื่องการเวียน ว่ายตายเกิด...ไม่อยากไปทุคติ จึงต้องหมั่นทำดี
น้ำมะพร้าว ต้องเป็นลูกสด จึงจะเป็นยาค่ะ...ขอบคุณนะคะที่นำมาบอก
สวัสดีค่ะ มาขอบคุณดอกราตรีสีทองค่ะ เด็กๆที่ป่วย น่าสงสาร แต่ถ้าเราอ่านเรื่องกรรมก็เข้าใจ...
บางคนเกิดมาอยู่แต่รพ. บางคนเป็นโรคที่รักษาไม่หาย
อยู่กับภาพที่เด็กๆทุกข์ทรมาน แต่ไม่ชินนะคะ จึงพยายามชดเชยให้ความสุขเท่าที่ทำได้...ขนมเอย การกอด การแสดงความรัก....
อ่านแล้วเกิดความหวัง พลังใจในการต่อสู้เป็นอย่างดี
เขาว่ากันว่าให้ดื่่มน้ำมะพร้าวอย่างน้อยอาทิตย์ละ ๓ ลูกจะทำให้ความจำดีขึ้นค่ะ แม่ค้าก็บอกว่า มีคุณหมอแนะนำว่าให้ใช้น้ำมะพร้าวล้างตาเป็นประจำจะช่วยให้ตาสว่างตาใสค่ะ คือให้เราลืมตาในน้ำมะพร้าวนั่นเองค่ะ
มหา ก็ดื่มน้ำมะพร้าว ตอนกระหายน้ำเพราะใช้แรงมาก ครั้งละ ๒ ลูก
จริงแท้แน่นอนค่ะพี่แดง "สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"
บางครั้งกรรมนั้นเกิดจากพ่อแม่เป็นผู้กระทำ
บางคนเคยถามพระว่า "ทำไมพ่อฆ่ากบบ่อย ๆ ลูกออกมาทั้งมือทั้งเท้า
ถูกตัดเหมือนกบ... ทำไมกรรมไม่สนองผู้ทำ..."
ที่เกิดจากลูกนั้น พ่อยิ่งได้รับทบทวีคูณเพราะความรักผูกพัน...
ครูภูมิปัญญาเป็นแน่แท้...
ชอบอ่านเรื่องที่เล่าและบทกลอนประทับใจครับ
ชอบคำคม ที่ว่า
ดาวร่วงจากฟ้าทุกคืนแต่ดาวก็ไม่เคยหมดไปจากฟ้า คนเราอาจจะเคยสิ้นหวังแต่ความหวังของคนเราไม่เคยสิ้น..."
มาชื่นชมผลงานครับ จะติดตามตอนต่อไป
สวัสดีค่ะพี่ธรรมทิพย์...เมื่อคืนหลับสนิทเลยค่ะ รู้สึกสังขารไม่ไหวเพราะอดนอน เลยหลับยาวตั้งแต่ตอนหกโมงเย็น ตื่นอีกทีตี 3 ของวัน...รู้สึกสดชื่น สบายค่ะ...เพื่อนบอกว่า หากอดนอนติดต่อกันนานนาน อาจตายได้...เมื่อวานรู้สึกเวียนศีรษะ เลยนอนพักทีนี้ยาวเลยค่ะ...ดาวไม่หมดจากฟ้าฉันใด คนเราก็ไม่หมดความหวังฉันนั้น จริง ๆ ด้วยค่ะ...แต่มนุษย์ก็หนีไม่พ้นเกิด แก่ เจ็บ ตาย...
เคยมองผู้คนในโรงพยาบาลแล้วรู้สึกใจหดหู่...เขาเหล่านั้นช่างไม่มีความสดใสเอาเสียเลย...การเจ็บป่วยนี่ช่างเป็นทุกข์มากกว่าความตายนะคะ...พี่ธรรมทิพย์รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ...
เรียน ผอ.พรชัย
อันตรายและน่ากลัวกว่าที่คิดค่ะ
ความร้อนในร่างกายสูงที่สุด จะทำให้หน้าแก่ สมองเสื่อม มึนงง...
มา "ปรับวิธีคิดเพื่อชีวิตที่ดีกว่า" นะคะ
กินอาหารก่อนหกโมงเย็น... น่าทำตามนะคะแต่ความเคยชินก็ฝืนยากจริง ๆ ค่ะ
ของผู้อื่น
สวัสดีค่ะ..ครูธรรมทิพย์
ชอบคำกล่าวที่ว่า.."..ดาวร่วงจากฟ้าทุกคืนแต่ดาวก็ไม่เคยหมดไปจากฟ้า คนเราอาจจะเคยสิ้นหวังแต่ความหวังของคนเราไม่เคยสิ้น..." จริงๆค่ะ บางครั้งคนเราต้องเข้มแข็ง แม้งานจะล้มเหลว แต่ใจไม่ล้มเลิก สูญเสีย แต่อย่าเสียศูนย์
โปรยปรายสายใยประกายหวัง
รินรดหลั่งด้วยทิพย์ระยิบแสง
ธรรมทิพย์ฝากไว้ธรรมแสดง
อย่าเคลือบแคลงดาวร่วงฟ้าหาหมดไป....
***************************
สวัสดีค่ะ
น่าคิดนะครับ ดาวร่วงจากฟ้าทุกคืนแต่ไม่เคยหมดไปจากฟ้า
สวัสดีค่ะอาจารย์
"ฟ้าราตรีมีดาวที่พราวพรั่ง
ถูกบดบังครั้งคราวเคล้าเมฆฝน
รัศมีมีน้อยถอยจำนน
กว่ามืดมน...อนธการ...จะผ่านไป"