ต่อไปชาวไทย จะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ จริงๆ หรือนี่ ???

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง ก็น่าคิดนะคะ ท่านผู้อ่านทุกคน

ไทยรัฐ 7 ก.ย. 52 - พ.ศ.2553 ไม่เพียงเป็นปีเริ่มต้นสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนสามารถนำเข้า ประเทศไทยได้โดยไม่ต้อง เสียภาษี ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เท่านั้น

ค.ศ. 2010...พ.ศ.2553 ยังเป็นปีเริ่มต้นที่เราจะให้ชาติสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เข้ามาลงทุนเสรีได้ใน 5 สาขาธุรกิจ...การผลิต เกษตร ประมง ป่าไม้ และเหมืองแร่ ตามความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ACIA)

นี่เป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติที่คนไทยไม่ใส่ใจ ไม่เห็นความสำคัญ มองเป็นเรื่องไกลตัว...ทั้งที่ใกล้ตัวยิ่งนัก

และ สามารถตอบโจทย์ค้างคาใจที่สงสัยกันเหลือเกิน...ในช่วงที่ ผ่านมา นับแต่คนระดับอดีตนายกรัฐมนตรีพาเศรษฐีตะวันออกกลาง มาทัวร์ดูควายไถนาแถวสุพรรณบุรี แล้วทำให้เกิดปรากฏการณ์มีการกว้านโฉนดที่ดิน ขอซื้อที่ดินที่นาจากเกษตรกร อ้างว่าจะเอาไปขายให้ ต่างชาติ

ทางการ ตรวจสอบไม่เจอหลักฐานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทุกอย่างเลยเหมือนข่าวลือ...เป็นไปไม่ได้ที่จะมีต่างชาติจะมาฮุบที่ดินของคน ไทย เพราะเรามีกฎหมายห้ามบังคับไว้

ที่ทำกันตอนนี้ก็มีแต่จ้างคนไทยขายชาติเป็นนอมินี ให้ยืมชื่อเป็นเจ้าของที่ดินแทนเท่านั้นเอง

แต่ต่อไป...นอมินีไม่จำเป็นต้องมี ไม่ต้องจ้างอีกต่อไป

การลงทุนเสรีอาเซียน ให้สิทธิต่างชาติครอบครองที่ดินได้

และจะได้มากกว่าที่กฎหมายใดๆเคยให้สิทธิพิเศษไว้

เศรษฐี กลุ่มนี้รู้ดี รู้ล่วงหน้า รู้ด้วยว่าความตกลงจะออกมาในลักษณะใด ประเทศไทยจะเปิดเสรีกันแบบไหน เพราะชี้นำให้รัฐบาลนอมินีทำได้

นายใหญ่รู้ดี ให้สมุนรวบรวมที่ดินไว้รอวันในอนาคตอันใกล้... ที่จะถึงในเร็วๆนี้

แต่คนไทยเกือบทั้งประเทศไม่รู้...รู้ไม่ทัน

เขตการค้าเสรีอาเซียน...ที่คนไทยคุ้นหู กระทรวงพาณิชย์เป็นแม่งาน

เขตการลงทุนเสรีอาเซียน...คนไทยไม่มักคุ้น ไม่สนใจ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นแม่งาน

การเปิดการลงทุนเสรีอาเซียน มีเป้าหมายก็เพื่อจะดูดเงินจากนักลงทุนในเข้ามาลงทุนในประเทศอาเซียนมากขึ้น เศรษฐกิจอาเซียนจะได้เติบโตมากขึ้น มีการจ้างงาน คนมีงานทำมากขึ้น

โดยมีกรอบกำหนดว่า จะให้สิทธิเฉพาะนักลงทุนในเขตอาเซียน 10 ชาติ เข้ามาลงทุนได้เสรีในปี 2553...จากนั้นในปี 2563 ถึงจะเปิดการลงทุนเสรีให้กับชาตินอกอาเซียน

ความตกลงที่ว่าจะเปิดเสรี 5 สาขาธุรกิจนั้น...สาขาการผลิตได้มี การเปิดไปก่อนแล้วเมื่อปี 2546

ส่วนอีก 4 สาขาธุรกิจนั้น ตามความตกลงจะเปิดในปี 2553 เปิด แบบค่อยๆทยอยเปิด

ที่ ผ่านมาการลงทุนเสรี 4 สาขา เป็นแค่เพียงขั้นทำ "ความตกลง" ในหลักการ...อธิบายง่ายๆ ความตกลงเป็นแค่การบอกว่าจะทำ แต่จะทำแค่ไหน อย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แต่ละประเทศสามารถขอสงวนไม่เปิดเป็นการชั่วคราวก่อนก็ ได้ แล้วแต่ความพร้อมของแต่ละประเทศ

ยังไม่ถึงขั้นทำ "ข้อผูกพัน" หรือข้อผูกมัดที่เป็นสัญญาว่าเราต้องทำแน่

แต่วันนี้...ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วง "ทำข้อผูกพัน" เพื่อให้เสร็จทันการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่จะมีการลงนามเซ็นสัญญาในเดือนตุลาคมนี้ที่หัวหิน

ข้อผูกพันที่ประเทศไทยจะทำนั้น เราจะเปิดเสรีการลงทุนใน 3 เรื่อง

นั่นคือ...สาขาประมง จะเปิดให้ลงทุนเสรีด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

สาขาป่าไม้...ทำป่าไม้จากป่าปลูก

และสาขาเกษตร...เพาะขยายปรับปรุงพันธุ์พืช

ประเทศไทยจะเปิดการลงทุนเสรี 3 ด้านนี้แน่ๆ เพราะรัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ไปบอกสัญญาว่าเราจะเปิด

เปิดเสรีลงทุนด้านนี้แล้วผลจะเป็นยังไง...สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นนั้นก็คือ ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนด้านนี้ จะได้สิทธิพิเศษถือหุ้นในมากกว่า 50% และอาจถึง 100%

จะ 51% หรือ 100% ในทางกฎหมายถือว่าไม่ต่างกัน

เพราะยังไงต่างชาติมีสิทธิ มีอำนาจในการบริหารเหนือกว่าคนไทยอยู่ดี สิ่งที่ตามมา ต่างชาติมีอำนาจควบคุมกิจการได้ทุกประการ

การเข้ามาลงทุน ไม่ว่าลงทุนทำธุรกิจอะไรก็ตาม...ต้องมีการใช้ที่ดิน สร้างตึกสร้างอาคาร

ลงทุนเสรี ต่างชาติได้สิทธิเป็นเจ้าของกิจการเด็ดขาด...ย่อมมีสิทธิเป็นเจ้าของครอบครองที่ดินนั้น

มองแค่ประเด็นนี้แล้ว...ไม่น่าจะเป็นปัญหาหนักหนาสาหัสอะไร

เพราะที่ผ่านมา ประเทศไทยมีกฎหมายให้สิทธิต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในบ้านเราอยู่แล้ว

พ.ร.บ. ที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 96 ทวิ...ต่างด้าวเอาเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท มีสิทธิได้ที่ดินใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกิน 1 ไร่

พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 มาตรา 27...ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามจำนวนที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรได้

...แม้ว่าจะเกินกำหนดที่จะพึงมีได้ตามกฎหมายอื่นก็ตาม

พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรม พ.ศ. 2522 มาตรา 44...ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการค้าเพื่อส่งออกซึ่งอาจได้รับอนุญาต ให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมได้ตามจำนวนที่คณะกรรมการเห็นสมควร

...แม้ว่าจะเกิดกำหนดที่จะพึงมีได้ตามกฎหมายอื่นก็ตาม

พ.ร.บ. การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ...คนต่างด้าวสามารถเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้ไม่เกิน 30 ปี และสามารถต่ออายุเช่าได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 ปี

สรุปแล้ว เช่าได้ยาวนานถึง 90 ปี

ที่ผ่านมาเราให้ต่างชาติมีสิทธิในที่ดินขนาดนี้แล้วยังไม่เห็นเป็นไร... เปิดเสรีอาเซียนคงไม่มีปัญหาอะไรมากมาย

แต่ที่ผ่านมานั้น เราให้สิทธิต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจพวกโรงงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ห้างร้านโมเดิร์นเทรด

ธุรกิจเหล่านี้ใช้ที่ดินไม่กี่มากน้อย...ไม่กี่สิบไร่

ไม่เหมือนที่การเปิดเสรีครั้งนี้...ให้สิทธิลงทุนด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ, เพาะขยายปรับปรุงพันธุ์พืช, ทำป่าปลูก

จำนวนที่ดินที่ต้องใช้ในแต่ละกิจการไม่ใช่น้อย...หลายร้อยไร่ ไปจนถึงหลายพันไร่

นี่คงตอบปริศนาได้...ทำไมการกว้านรวบรวมที่ดินให้ต่างชาติถึงได้เกิดขึ้น

อย่าว่าแต่คนไทยทั่วไปรู้ไม่ทัน...หน่วยราชการไทยที่อุตส่าห์โชว์ฟอร์มไปขุดคุ้ย อ้างว่ารู้ลึกรู้จริง

ก็ยังรู้ไม่ทัน...เขาจะเซ็นกันเดือนหน้านี้แล้ว.

คิดเห็นว่าอย่างไรกันบ้างคะ  เพื่อนๆ ชาวโกทูโน ทุกท่าน