ในทุกสงคราม คนที่ตาย ต่างเป็นคนธรรมดา : ผู้มีอำนาจ ไม่เคยลิ้มรสความยากลำบาก

ผมอึดอัดใจกับ ความอ่อนแอของระบบของประเทศไทย ในยุคนี้ พอๆ กับอ่อนใจในความด้อยความสามารถของตนเอง ที่ต้องเรียกตัวเองว่าป็น "ครู" แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาให้คำตอบกับสังคมได้ 
      ผมเองแม้จะไม่ทราบตื้นลึกหนาบางของการเมืองไทยมาก เพราะกำลังศึกษา และพยายามหาข้อมูลที่เป็นกลางและเชื่อถือได้ที่สุดมาอ่าน อยู่ แต่ก็คิดว่าการใช้วิจารณญาน ของตนเอง เหตุผลและความหวังดีต่อประเทศมาตัดสินคงไม่น่าจะทำให้อะไรผิด ว่าที่จริง ผมก็เป็นแค่เสียงหนึ่ง และไม่ใช่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองด้วย ก็ขอใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นโดยไม่กระทบสิทธิ์คนอื่นออกไปให้เต็มที่  

ที่แน่ๆ สถานการณ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นอยู่โดยเฉพาะกัมพูชานั้นไม่ดีแน่ ผมเองหวงแหนอธิปไตยของชาติของประเทศ ร้อยเปอร์เซ็นต์ และก็เข้าใจความอ่อนไหวเรื่องประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างดีโดยเฉพาะเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร แต่อย่างไรก็ตามผมก็ไม่สนับสนุนให้เราทำสงครามกัน เพราะคนที่ตายคนแรกในสงครามนั้น ไม่ใช่ผู้นำประเทศ  เป็นคนธรรมดาๆ คนที่มีความรัก  ความโกรธ มีครอบครัว มีพี่น้อง มีญาติ มีคนรัก  ไม่ว่าจะเป็นทหารทั้งของฝ่ายไทย หรือกัมพูชาก็ตาม ทหารเราต่างถูกปลูกฝังให้รูจักความรักชาติ หน้าที่ ความเสียสละ ผม ไม่นับคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นทหารที่ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเองว่าเป็น "ทหาร"นะครับ

ผมเห็นว่าภาควิชาการของไทย โดยปราศจากอคติ ควรสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนในทั้งสองประเทศ ว่าที่จริง ไม่ใช่เฉพาะไทยกับกัมพูชา แต่เป็นไทยกับลาว ไทยกับพม่า และไทยกับเวียดนาม ควรเน้นการสอนเรื่องคุณค่าของความเป็นมนุษย์ โดยปราศจากอคติทางเชื้อชาติ ศาสนาและลัทธิการเมือง และโดยปราศจากการแทรกสอดของนักการเมืองของทั้งสองประเทศ ในปัจจุบัน นักการเมืองในทั้งสองประเทศมีฐานะไม่ต่างจากคนคอยยุยงให้ประชาชน แตกกัน เพื่อมาสนับสนุนฐานเสียงของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการยุงยงให้ประชานชนในประเทศของตนเกลียดกับประชาชนประเทศอื่นโดยไม่มีเหตุ และการยุยงให้ประชาชนในอีกประเทศทะเลาะกัน หรือการยุยงให้ ประชาชนของเราแตกกันเพื่อเป็นฐานเสียงให้ฝ่ายของตน

ผมคิดว่าเราไม่สามารถไว้วางใจนักการเมืองให้ทำหน้าที่นี้ต่อไปโดยไม่มีการควบคุมตรวจสอบได้อีกแล้ว นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไม การประชุมอาเซียนครั้งนี้ มีคนมาประท้วงว่าผู้นำชาติอาเซียนละเลยความสำคัญของภาคประชาสังคม ผมคิดว่าการสร้างภาคประชาชน ประชาสังคมให้เข้มแข็ง และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้มีการรับรูอย่างเสรีและปราศจากการบิดเบือน คงเป็นคำตอบในระยะยาวของสังคมของเราทั้งหลายประเทศในอาเซียน และเหตุการณ์ในบ้านเมืองเราคงเป็นเครื่องสอนเราให้รู้จัก ความเลวร้ายของสังคมปัจจุบันและสอนให้เราเข้มแข็งพอที่จะรับมือมันไหว และปรับเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในอนาคตอันยาวไกล

นักวิชาการควรนำเสนอสิ่งที่ดีกว่า เพื่อให้เราพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสอนให้นิสิตนักศึกษา และประชาชน เห็นโทษของการอยู่ในระบบที่เลวร้ายอย่างในปัจจุบัน จนกว่าประชาชนของเราโดยเฉพาะ ไทย กัมพูชา และพร้อมที่จะเข้ามามีส่วนร่วมด้านการเมืองและตรวจสอบนักการเมืองอย่างในประเทศที่เจริญแล้วอื่นๆ

 

ผมในฐานะคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เกิดมาในโลก ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้โปรดดลบันดาลให้ประเทศชาติ ทุกประเทศเจริญรุ่งเรืองสืบไป และคนในทุกๆประเทศอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข สงบ สันติ สืบไป