คนเป็นครู  จะได้ยินประโยคว่า “ครูรู้จักเด็กคนนี้ไหมครับ”  ถ้าเป็นตำรวจจะจับผู้ร้ายความหมายของคำว่า “รู้จัก” คงต้องบอกรูปพรรณสัณฐาน หรือให้ดูรูปถ่าย  แต่สำหรับครู รู้จักแค่นั้นไม่เพียงพอที่จะอบรมสั่งสอนให้เขาเป็น "มนุษย์ที่สมบูรณ์" ได้แน่  ต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาจริงๆ เป็นต้นว่า ทำไมเขามาโรงเรียนสาย  ทำไมเขาหนีเรียนวิชาคณิตศาสตร์  ทำไมเขาเป็นคนก้าวร้าว  ทำไมเขามีเรื่องชกต่อยบ่อยๆ  ทำไมเขาชอบเก็บตัว   ทำไมเขาชอบลักของ   ทำไมเขาหนีโรงเรียนไปเล่นเกม   ทำไมเขาเป็นคนเอาเปรียบเพื่อน   ทำไมเขาชอบทำตัวผิดระเบียบของโรงเรียน  ทำไมเขาไม่ส่งงาน   ทำไมเขาชอบหนีออกจากบ้าน   ทำไมเขาไม่ตั้งใจเรียน   อีกสารพัดทำไมที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ

 

คำว่า “รู้จัก”  ของคนเป็นครูคือต้อง “รู้จัก” เหตุ  ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึ่งประสงค์ และพฤติกรรมที่มีคุณค่าที่มีอยู่ในตัวตนของเขา  ซึ่งจะนำไปสู่การจัดประสบการณ์ในการเรียนรู้เพื่อแก้ไขปรับพฤติกรรมให้เขาเป็นคนดี คนมีคุณภาพ สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างดีมีความสุข

 

นี่คือภารกิจสำคัญของคนเป็น “ครูมืออาชีพ”  การค้นหาสาเหตุพฤติกรรมที่ไม่พึ่งประสงค์เหล่านี้คงไม่ง่าย  เหมือนรู้จักรูปลักษณ์หน้าตา   หลายสาเหตุมันอาจจะถูกฝังลึกอยู่ก้นบึ้งของหัวใจของเขา   สาเหตุที่พบบ่อยๆคือเขาขาดรัก ความเข้าใจและความอบอุ่น  ใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนสร้างปัญหาเหล่านี้ให้กับพวกเขา..............คนพวกนี้มีแต่สร้างปัญหา  ไม่เคยดูแลแก้ไขแล้วก็ยังจะ  โทษแต่ครู โทษแต่ครู 

 

 “ครูมืออาชีพ” จึงต้องทำงานหนัก หนักมากมาก  หนักทั้งกาย หนักทั้งใจ เหมือนเป็นเทพเจ้า เป็นผู้วิเศษมีตาทิพย์  ต้อง “รู้จัก” เด็กๆอย่างท่องแท้  ต้องรู้ ต้องเข้าใจ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม 

 

หน้าที่ของครู จึงต้องสอนคน  ไม่ใช่สอนหนังสือเพียงอย่างเดียว

 

ขออำนาจแห่งคุณความดีในสากลโลกจงมาดลบันดาลให้กับครูมีพลังกาย มีพลังใจ มีพลังทรัพย์และพลังแห่งปัญญา เพียบพร้อมสมบูรณ์ หนุนส่งเป็นมหาพลังอันยิ่งใหญ่เพื่อจะได้นำไปใช้ในการเสกเป่าให้เด็กๆเป็นคนดี เป็นคนเก่ง และมีชีวิตที่มีคุณค่ากับสังคม  สืบไป