น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะนำอาวุธเชิงทฤษฎีที่มีอยู่ในตัว มาผสานกับภูมิปัญญาของชาวบ้าน เพื่อทำอะไรๆ ที่เป็นประโยชน์มากกว่าที่เป็นมา

   ความใกล้ชิดจากการต้องดูแลช่างทอผ้าแพรวาจากบ้านโพนในระหว่างการแสดงงานเทศกาลที่อเมริกา ทำให้ดิฉันทราบถึงปัญหาของช่างทอว่า ผ้าแพรวาที่ยกย่องกันว่าเป็นราชินีแห่งไหมไทย เริ่มมาถึงทางตันในเชิงเศรษฐกิจชุมชน  จากที่เคยได้รับความสนใจนิยมใช้อย่างมากและให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงเวลาหนึ่งก็กลับซบเซาลง  ชาวบ้านบางคนที่ใช้เวลาช่วงที่ว่างจากการทำนาไปกับการทอแพรวาต่อผืนนานราว  5 - 6 เดือน แต่ไม่มีแหล่งจำหน่าย หรือจำหน่ายไม่ได้ราคาเท่าที่ควร  จนชาวบ้านจำนวนไม่น้อยหยุดการทอแพรวาเพื่อเป็นรายได้เสริม  จะมีก็แต่ช่างทอที่มีพ่อค้าคนกลางมาว่าจ้างที่ยังคงทออยู่ แต่ค่าจ้างที่ได้รับก็ไม่มากนักเมื่อเทียบกับกำไรที่พ่อค้าคนกลางบางคนได้จนมีฐานะร่ำรวย  

เรื่องราวที่ได้รับฟังจากช่างทอทำให้ดิฉันรู้สึกเห็นใจอย่างมาก แต่ในตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะช่วยเหลืออะไรได้ เพราะคิดว่าเราเป็นเพียงนักวิชาการที่สนใจศึกษาเรื่องผ้า มีแต่ความรู้เชิงทฤษฎีเป็นอาวุธ จะไปแก้ปัญหาที่เกี่ยวพันกับหลายภาคส่วนแบบนั้นได้อย่างไร  แต่แล้วในระหว่างที่นั่งเครื่องบินกลับสู่เมืองไทย ดิฉันได้หยิบหนังสือการย้อมสีธรรมชาติที่ฟรานผู้ใจดีให้ขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา และพบว่ามีข้อมูลพืชให้สีย้อมอีกหลายชนิดที่น่าสนใจที่ดิฉันไม่เคยทราบมาก่อน  เมื่อความสนใจใคร่รู้เรื่องสีย้อมธรรมชาติใหม่ ๆนี้มาประกอบเข้ากับคำบอกเล่าของคุณซูซานที่พูดว่าตลาดมีความต้องการผ้าย้อมสีธรรมชาติ  ทำให้ดิฉันเกิดความคิดว่า เราน่าจะลองทำอะไรซักอย่างเพื่อหาทางให้ช่างทอแพรวามีรายได้จากมรดกงานทอผ้าชั้นสูงนี้ต่อไป และน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะนำอาวุธเชิงทฤษฎีที่มีอยู่ในตัว มาผสานกับภูมิปัญญาของชาวบ้าน เพื่อทำอะไรๆ ที่เป็นประโยชน์มากกว่าที่เป็นมา