ผมตระหนักดีว่าผมได้รับอะไรมากมายจากเวทีพูดคุยดังกล่าว ควรจะทำอะไรที่มากไปกว่าถ่ายทอดเล่าเรื่องที่ได้ฟังจากวงแบบพื้น ๆ ดังที่ได้นำมาเล่าในบันทึกที่นำมาแบ่งปันใน G2K แล้ว ซึ่งหากได้คิดหาความรู้จากประสบการณ์จาก ๒ วันนั้นให้มากขึ้น ไม่เพียงจะเป็นการยกระดับการเรียนรู้ของตนเองแล้ว ความรู้/บทเรียนนั้น น่าจะเป็นประโยชน์ในการสะท้อนในฐานะผู้ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมกิจกรรม และน่าจะเป็นการตอบแทน/ขอบคุณโอกาสที่ได้รับ

    ผมเคยเขียนไว้ในบันทึก ไปเรียน Humanized Educare หลังจากการเข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตุการณ์ในวันแรก ความตอนหนึ่งว่า

    “...ทีแรกผมอยากจะเขียนบันทึกถึงงานนี้สักสองประเด็น

    ประเด็นแรกคือเรื่องราวดี ๆ ที่ได้รับผ่านเรื่องเล่าของผู้เข้าร่วมที่ล้วนเป็นตัวจริงเสียงจริง

    ประเด็นที่สองคือข้อสังเกตของผมต่อเวทีการพูดคุย

    คิดไปคิดมา ประเด็นที่สองผมคิดออกไม่มาก และเป็นประเด็นพื้น ๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ จึงตั้งใจแค่บันทึกสั้น ๆ เก็บไว้ในสมุด สิ่งที่อยากจะบันทึกมาแบ่งปันจึงเหลือเพียงประเด็นแรก...”

    หลังจากได้เข้าร่วมวันที่สอง และมีโอกาสเข้าร่วม AAR ของทีมงาน รวมทั้งการพูดคุยกับคุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร หลังจากนั้น

    สำหรับประเด็นที่สองที่ผมกล่าวถึง ข้อสังเกตุของผมต่อเวที ซึ่งอาจรวมไปถึงความรู้และบทเรียนที่ได้รับ แม้คิดไม่ออกในตอนแรก แต่พอได้ทบทวนอย่างจริงจังในเวลาต่อมาก็พบว่าคิดได้เยอะขึ้นกับประเด็นดังกล่าว

    ผมคิดต่อไปว่า...

    การได้พบปะกับคนดี ๆ ในคราวเดียวกันจำนวนมาก เป็นเรื่องที่มิใช่จะมีโอกาสได้ง่าย และยิ่งการได้ฟังเรื่องเล่าดี ๆ ที่เป็นความรู้จากการปฏิบัติจริงของคนดีเหล่านั้นก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

    การตอบคำถามว่าคิดได้น้อย นั่นหมายถึงความไม่พยายามคิด หรือทำการบ้าน มันจึงเป็นคำตอบที่ออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย มิต้องพูดถึงการละเลยความรู้และบทเรียนที่สำคัญไป

    ผมตระหนักดีว่าผมได้รับอะไรมากมายจากเวทีพูดคุยดังกล่าว ควรจะทำอะไรที่มากไปกว่าถ่ายทอดเล่าเรื่องที่ได้ฟังจากวงแบบพื้น ๆ ดังที่ได้นำมาเล่าในบันทึกที่นำมาแบ่งปันใน G2K แล้ว ซึ่งหากได้คิดหาความรู้จากประสบการณ์จาก ๒ วันนั้นให้มากขึ้น ไม่เพียงจะเป็นการยกระดับการเรียนรู้ของตนเองแล้ว ความรู้/บทเรียนนั้น น่าจะเป็นประโยชน์ในการสะท้อนในฐานะผู้ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมกิจกรรม และน่าจะเป็นการตอบแทน/ขอบคุณโอกาสที่ได้รับ

    นี่เป็นที่มาของบันทึกนี้ครับ...

 

    ผมลองตั้งคำถามกับเวทีแลกเปลี่ยนดังกล่าวว่า ผมน่าจะค้นหาบทเรียนความรู้จากกิจกรรมอะไรบ้าง

    ทีมงานมีการเตรียมการอย่างไร

    ในเวทีพูดคุย ดำเนินการอะไร อย่างไร

    ผลที่เกิดจากการเวทีนั้นคืออะไรบ้าง

    ผลเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

    และหากมองในแง่ความรู้และการจัดการ (KM) ที่ผมกำลังเล่าเรียนอยู่นี้ ผมได้เรียนรู้อะไร

 

    ประการแรก การเตรียมการ

    เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สาม

    การเป็นเวทีที่สาม นั่นหมายความครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการพูดคุยจากเวทีครั้งก่อนทั้งสองครั้ง

    ซึ่งคุณเอก ได้กล่าวทบทวนเวทีสองครั้งก่อนหน้านั้นในการแลกเปลี่ยนกับทีมงานทางอีเมล์ว่า

    “...เวทีที่ ๑ เน้น การถอดบทเรียน การจัดกระบวนการเรียนการสอน ที่เอื้อให้เกิดการพัฒนามนุษย์

    เวทีที่ ๒ เน้น กระบวนการบริหารจัดการ ที่ผมได้วาง Concept ไว้ คือ ครองตน ครองคน ครองงาน (บริหารตน บริหารคน บริหารสิ่งแวดล้อม) เราก็เห็นรูปแบบวิธีคิดของผู้บริหาร รวมถึง ครูแต่ละท่าน นำเสนอออกมาผ่านเรื่องเล่า...”

    และก่อนจะกล่าวถึงรายละเอียดว่าอะไรเป็นอะไร/อย่างไรในเวทีครั้งที่สามนี้ ผมขอเล่าถึงทีมงานและการเตรียมตัวของทีมงานก่อน

    ทีมงานนี้ เป็นการรวมตัวเฉพาะกิจของบรรดาสมาชิก G2K ที่มีคอเดียวกัน ทั้งหมดรู้จักกัน เรียนรู้ทำความเข้าใจกันผ่านการแลกเปลี่ยน/แบ่งปันใน G2K ซึ่งเป็นโลกเสมือนจริง และพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง

    ทีมงานแต่ละคนต่างมีภารกิจของตนเอง มีเส้นทางเดินของตนเอง งานนี้มิใช่งานแรกที่มารวมตัวทำงานร่วมกัน และที่สำคัญการผูกโยงความสัมพันธ์ของทีมงานก็มิใช่เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงมิติอื่น เป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้องมากกว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมงาน

    เพราะต่างคนต่างมีภารกิจของตนเอง บางคนยุ่งมาก บางคนยุ่งน้อย แต่โอกาสพบปะเจอะเจอกันนั้นแม้จะอยู่ในวิสัยกระทำได้ แต่ก็มิใช่เรื่องง่าย

    เนื่องจากทีมงานให้ความสำคัญกับการเตรียมงานเป็นอันมาก แต่มีขีดขำกัดในการพบปะเจอะเจอ การสื่อสารระหว่างกันจึงใช้ประโยชน์จากโลกเสมือนจริง ทั้งใน G2K และ email เตรียมงานเป็นการเบื้องต้น ก่อนจะมีการพูดคุยแบบแจอะเจอหน้าค่าตาก่อนเวทีจะเริ่มจริงในวันรุ่งขึ้น

    เป็นเพราะมีการแลกเปลี่ยนกันไปมาในโลกเสมือนจริงมาแล้ว จึงมิเป็นการยากในการทำความเข้าใจร่วมกันเมื่อมีการพูดคุยในโลกแห่งความเป็นจริง

    ทีมงานเตรียมอะไรบ้าง

    ประการแรก คือ การวางตัวคนทำงาน

    เนื่องจากทีมงานไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการต่าง ๆ ด้วยเจ้าของโครงการคือมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ทีมงานจึงรับผิดชอบเพียงงานด้านเนื้อหา

    ทีมงานประกอบด้วย

    คุณเอก - จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร ทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการทั้งในกลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อยที่ ๑

    ดร.ขจิต ฝอยทอง ทำหน้าที่เป็นผู้นำกิจกรรมสันทนาการ และผู้บันทึก/จับประเด็นการพูดคุยกลุ่มย่อยที่ ๑

    คุณศิลา - ภิรัชญา วีระสุโข (Sila Phu-Chaya) ทำหน้าที่เป็นวิทยากรกระบวนการกลุ่มย่อยที่ ๒

    และ ดร.ยุวนุช ทินนะลักษณ์ (คุณนายดอกเตอร์) ทำหน้าที่เป็นผู้บันทึก/จับประเด็นการพูดคุยกลุ่มย่อยที่ ๒

    ประการที่สอง คือ การกำหนดวัตถุประสงค์ของเวที

    จากการสรุปบทเรียนการจัดเวทีสองครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งโจทย์ใหญ่ของงาน Humanized Educare ทีมงานได้กำหนดวัตถุประสงค์ของเวทีครั้งที่สามว่าป็นการเก็บตกและเติมเต็มจากเวทีครั้งที่ ๑ และ ๒

    ทั้งนี้ คุณเอก ได้ประมวลข้อคิดเห็น/ข้อเสนอจากทีมงาน ไว้ว่า

    ในเวทีที่สามนี้จะเป็น การเก็บตก เวที ๑ และ ๒ โดยใช้ Theme “การบูรณาการกระบวนการเรียนรู้สู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์” โดยจะเน้นการเชื่อมโยง กระบวนการเรียนการสอน และ กระบวนการบริหาร ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ได้จากเวทีครั้งก่อนหน้า

   ประการที่สาม คือ กรอบแนวคิด และโครงสร้างคำถาม ในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้

    ทีมงานได้กำหนดกรองและโครงสร้างคำถาม เพื่อเป็นแนวทางในการพูดคุยแลกเปลี่ยนไว้ ๒ ประการใหญ่ ๆ คือ (๑) กระบวนการสร้างครูดี การออกแบบ บ่มเพาะการสร้างครูดี (๒) การบูรณาการ : ตนเอง กับหน้าที่ครู, กระบวนการเรียนการสอน, การหนุนเสริมจากแรงสนับสนุนอื่นๆ, การทำงานร่วมกันเป็นทีม และข้อเสนอแนะ...

   ประการที่สี่ คือ การออกแบบกลุ่มและกิจกรรม

    ในส่วนการออกแบบเวที จะแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม ตามประเด็น best practice กลุ่มแรกเน้นจิตอาสา การสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม ส่วนกลุ่มที่สองเน้นการบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหาด้วยกิจกรรม นวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียน

    และได้กำหนดกิจกรรม ไว้คร่าว ๆ ดังนี้

    เช้าวันแรก เป็นการพูดคุยทบทวนเวทีครั้งที่ผ่านมา ถัดไปเป็นกิจกรรมตามลำดับดังนี้ สันทนาการ ชม VCD “โรงเรียนไม่ใช้เงิน” ทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมแลกเปลียนเรียนรู้ (กลุ่มใหญ่) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเล่า “การบูรณาการสู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์” (กลุ่มย่อย ๒ กลุ่ม)

    บ่ายวันแรก เริ่มจากกิจกรรมสันทนาการ (รวมกลุ่ม) ต่อด้วย ชม VCD “จิตอาสาหนองตาบ่ง” การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเล่า “การบูรณาการสู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์” (กลุ่มย่อย ๒ กลุ่ม) ต่อจากช่วงเช้า สิ้นสุดด้วยการมอบหมายภารกิจแบ่งกลุ่มเตรียมตัวสําหรับกิจกรรมวันรุ่งขึ้น

    เช้าวันที่สอง เริ่มจาก การทบทวนกิจกรรมจากวันแรก (รวมกลุ่ม) ต่อด้วยกิจกรรมสันทนาการ (รวมกลุ่ม) กิจกรรม Role Play ตามโจทย์ที่ได้รับจากเมื่อวาน (กลุ่มที่ ๑-๒) ชม VCD “ชําฆ้อพอเพียง” สิ้นสุดภาคเช้านี้ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเล่า “การบูรณาการสู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์” (กลุ่มย่อย ๒ กลุ่ม)

    บ่ายวันที่สอง เริ่มจาก กิจกรรมสันทนาการ (รวมกลุ่ม) ต่อด้วย กิจกรรม Role Play (กลุ่มที่ ๓-๔) ชม VCD “พ่อแม่อาสา” จินตนาการ แนวคิดสู่การปฏิบัติ “การบูรณาการสู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์” แลกเปลียนเรียนรู้/สรุปบทเรียน และกระบวนการ AAR.

   ประการที่ห้า คือ สื่อประกอบการเรียนรู้

    ทีมงานได้เตรียมสื่อการเรียนรู้ ไว้ ๒ ส่วน ส่วนแรกเป็น เอกสารประกอบ มี ๒ ฉบับ ซึ่งเป็นเสมือนผลการพูดคุยจากเวทีที่ ๒ ได้แก่ (๑) กลั่นประสบการณ์บริหาร จากแนวคิด สู่การปฏิบติ โดย จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร และ (๒) หล่อเลี้ยงหัวใจ ฝากให้โลกแล โดย ภีรชญา วีระสุโข และ ดร.ยุวนุช ทินนะลักษณ์

    ส่วนที่สองเป็นวิดิทัศน์ ที่นำเสนอกิจกรรมเด่น ๆ ของโรงเรียนที่เข้าร่วมเวที ซึ่งได้ฉายในเวทีสลับกับการพูดคุยแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วง

  

    ตามต่อตอนที่สองนะครับ เรื่อง อะไรเป็นอะไรในเวทีพูดคุย