เผาบ้านเผาเมือง เหรอ


ด้วยความรู้สึกเสียใจ ต่อ ข่าวลือ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2552 ข่าวที่สร้างความตื่นตระหนก ข่าวที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง ทั้งจากความรู้สึก และ มูลค่าของสินทรัพย์ในตลาดหุ้นไทย ความหมายและความจริงเบื้องหลัง ข่าวอัปมงคลเหล่านี้ คือ คำถามที่อยากถาม ต่อผู้ปล่อยข่าว ผู้ได้รับประโยชน์จากความเสียหายของบ้านเมืองเยี่ยงนี้

เผาบ้านเผาเมือง เหรอ

 

อ้างอิง - ภาพ Kati1789

ขอยอมรับ

ด้วยความเศร้าสลดใจ

ยอมรับโดยดุษฎีว่า เศร้าอย่างมาก

 

สำหรับข่าวสารเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ท่ามกลางความอัปลักษณ์ของคำว่า ข่าวลือ จะลือเยี่ยงไร จะลือผิดลือถูก ลืออุบาทว์เช่นไร ก็ได้แต่เป็นอุทาหรณ์เตือนใจเตือนตน และใช้เป็นกรณีศึกษาในการเตือนคนไทยรอบบ้านรอบเมือง ให้เข้าใจถึงที่ทางแห่งความจริง ที่ตัวเองควรมีส่วนร่วม ในฐานที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่พอจะมีปัญญา เพียงให้คิดอ่านว่าจะกระทำเช่นไร

ไม่ว่า จะรัก จะเกลียดชัง จะชอบพอใคร

แผ่นดินนี้ก็เป็นของคนไทยอีกมาก

ที่ต่างทุ่มเท ต่างสร้างสรรค์

 

ไม่นับรวมความว่า บรรพบุรุษของเรา ปู่ย่าตายายได้ทิ้งร่างทิ้งกายสร้างแผ่นดินนี้ขึ้นมา จากหยาดเหงื่อเลือดเนื้อ และความฝันอันยิ่งใหญ่ที่จะมีชีวิตอยู่ ที่จะมีแผ่นดินหยัดยืน ให้ลูกให้หลานได้เติบโต และสร้างความจำเริญให้เกิดขึ้น โดยไม่ได้เกี่ยงงอน ว่าจะต้องถามหาว่าใครเป็นใคร

ในทางประวัติศาสตร์

แผ่นดินนี้ เคยพิสูจน์ความจริง

ถึงนัยยะแห่งแผ่นดินทอง ของผู้คนต่างเผ่าพันธุ์

 

ที่ต่างหมายปองชีวิตจะอาศัยเกิด อาศัยอยู่ อาศัยกิน กระทั่งอาศัยเป็นเรือนตาย โดยอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ได้เคยศึกษาวิจัยถึงความยิ่งใหญ่ ของราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ดินแดนอโยธยาศรีรามเทพนครอันรุ่งเรือง ว่าสร้างจากความลับใด จึงมั่งคั่งยิ่งใหญ่ในสุวรรณปฐพีแห่งนี้

นัยยะแห่งความเข้มแข็งของราชอาณาแห่งนี้

ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หรือบนบาน

แต่มาเพราะหัวใจผู้คน

 

หัวใจของระบอบอันยิ่งใหญ่ ที่สร้างให้ดินแดนซึ่งมีน้ำล้อมรอบจากหลายทิศทาง เป็นแหล่งหลอมรวมผู้คนต่างเผ่าพันธุ์ ความหมายของกองทัพอันเข้มแข็งเกรียงไกร เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่ปกป้องสิ่งบอบบางภายในราชอาณาจักร สิ่งบอบบางที่เรียกว่า น้ำใจ ของคนไทแดนสยาม

น้ำใจที่นำพวกเรา

ไปสู่สังคมแห่งความสมานฉันท์

ผู้คนทำมา หาอยู่หากิน ค้าขายและสัมพันธ์

 

จีน ไท มอญ ขมุ มาเลย์ จาม ญี่ปุ่น เวียด ขอม อาหรับ เปอร์เซีย ทมิฬ สิงหล ฮอลันดา ปอร์ตุเกส ฝรั่งเศส และอีกมากมาย ที่ไม่จำกัดว่า ต้องเป็นแขกขาว แขกดำ ฝรั่งดั้งขอ หน้าตามอซอ หรือขนยาวรุกรัง ก็ต่างสัมพันธ์กันด้วยนิยามของการค้าขาย และที่มากมายกว่านั้น

คือ สัมพันธ์กันในความเป็นมนุษย์

ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้

ใต้ร่มบรมโพธิสมภาร

 

ซึ่งอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ ในดินแดนสุวรรณภูมิ ต่างยอมรับว่า เป็นแม่แบบสำคัญที่หลายเมืองในภูมิภาคนี้ นำมาเทียบเคียง ในการสร้างความมั่งคั่งและรุ่งเรืองให้แก่แผ่นดินตน เหมือนเช่นที่ดินแดนนครวัดนครธม และราชอาณาจักรเขมรเคยสร้างสรรค์ความยิ่งใหญ่ไว้ ไม่นับพุกาม ปัตตานี มะละกา หรือดินแดนอีกมากมาย ที่ใช้แบบแผนเดียวกันในการสร้างความมั่งคั่งของอาณาจักร

 

 

ความมั่งคั่งสำคัญ

ที่นับเป็นต้นแบบของสิงคโปร์

ในการสร้างเมืองจากกองเถ้าถ่านสงคราม

 

จนกลายเป็นประเทศที่มีศักยภาพการแข่งขันอันดับหนึ่งของโลก ประเทศที่มั่งคั่งด้วยทุนสำรองระหว่างประเทศ ประเทศที่มีเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก และประเทศที่เปิดให้ใครก็ได้ ที่พร้อมจะสร้างความมั่งคั่งให้แก่ตนเอง สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่แตกต่างจากเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเคยรุ่งเรือง

เพราะความลับสำคัญ ที่ผู้ปกครองแผ่นดิน

ให้พื้นที่แก่คนต่างลัทธิต่างศาสนา

เข้ามาทำอยู่ทำกินแลอาศัย

 

เข้ามาแลกเปลี่ยนค้าขาย สัมผัสสัมพันธ์แบบมนุษย์ ที่ต้องการความสุข สงบ สันติ และหาอยู่หากินได้ โดยไม่ถูกใครกลั่นแกล้งรังแก พื้นที่จอดเรือที่เสมือนอ่าวสงบ อ่าวที่คลื่นลมเหมาะสม พอจะเดินเรือค้าขาย พอจะจอดแวะพัก เติมน้ำเติมท่า เติมอาหาร และเติมความเป็นคน

ใครก็ตามซึ่งเคยเห็น

ดินแดนที่ผู้คนต่างเผ่าพันธุ์

ดำรงอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ทำร้ายทำลายกัน

 

คงตอบใจตนเองได้ว่า ดินแดนแห่งใด ที่ตนจะสามารถลงหลักปักฐาน ลงรากแห่งชีวิต ปักความฝันและต่อเติมความงอกงามของชีวิตให้ผลิบาน ใครก็ตามที่เคยเห็นความสงบร่มเย็น ล้วนตอบตนเองได้ ถึงที่ทางแห่งความฝันของชีวิต ถึงดินแดนแห่งอนาคตของตนเอง และลูกหลาน

ความสำคัญ อันเกิดจากดินแดนผาสุก

ไม่ใช่เพียงเทพนิยายเล่าขาน

แต่เคยเกิดขึ้น

 

และเกิดขึ้นจริงบนแผ่นดินแห่งนี้ เกิดขึ้นในบทเรียนประวัติศาสตร์ ที่สอนให้เราจดจำได้ดี แม้ว่าในทางประวัติศาสตร์ ผู้บอกสอนความรู้มากมาย จะบอกให้หยั่งใจ มองเห็นทั้งด้านดีด้านลบของอดีต ใครคนไทยคนใดที่เติบโต ต่างรู้ดีถึงคำว่า สามัคคี ที่เป็นเนื้อในให้เรายังคงมีแผ่นดินอยู่

ซึ่งความเจ็บแค้นที่ครั้งหนึ่ง 

กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงโปรดสักคำว่า

“ร.ศ.112 และตราด” กลางอกของท่าน และอกทหารเรือไทย

 

ความหมายอันยิ่งใหญ่ ของคำที่สักกลางอกคนไท  ที่ทำให้เราจดจำถึงความเจ็บช้ำ จากการถูกกระทำย่ำยี ถูกกดขี่ และถูกกระทำเสมือนหนึ่งเป็นเบี้ยล่างให้ใครต่อใคร เที่ยวมาข่มเหงรังแก หรือแม้แต่สะท้อนให้เราได้เห็นในยามวิกฤติของบ้านเมือง ว่าใครคนใดบ้าง ได้บังอาจเหิมเกริม หรือ มุ่งทุ่มเทกายใจเพื่อบ้านเมือง หรือ กระทำต่อบ้านเมืองแห่งนี้ไว้เยี่ยงไรบ้าง

เอาเถอะครับ หากยามนี้ใครจะเผาบ้านเผาเมือง

ผมก็ขอเพียงให้เราร่วมจดจำ

จะกระทำหรือไม่กระทำเยี่ยงไรก็ตามแต่

แต่ขอให้ใช้หัวใจในความเป็นคน ไตร่ตรองถึงสิ่งพึงกระทำเถิด ครับ

 

 

หมายเลขบันทึก: 306399เขียนเมื่อ 16 ตุลาคม 2009 19:06 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 10:09 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)

พูดถึง ร.ศ. ๑๑๒ จำได้แม่นเลยค่ะ พระปิยะมหาราชของเราชาวไทย

ท่านทรงเสียพระทัยมากมาย ที่จำต้องยอมสูญเสียดินแดนให้ฝรั่งเศส

มาวันนี้ ได้หวังว่าข่าวลือนี้คงเป็นแค่ฝันร้าย ที่ไม่มีวันเป็นจริงนะคะ

ขอบคุณคุณ kati มากมายค่ะ ...

 

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี