วันปิดภาคเรียนที่ ๑ ปีนี้ถือโอกาสไปเที่ยวแบบพักผ่อน  ตอนแรกตั้งใจจะเดินทางไปประจวบคีรีขันธ์และชุมพร  จากการที่คุยกันในบล็อก  ทำให้ท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--สอบถามมาว่าจะไปที่ไหนอย่างไร  และนัดแนะกันว่าจะนำเที่ยวสถานที่น่าสนใจในชุมพร 

             ภายหลังมีสถานการณ์บางอย่างเปลี่ยนแปลงไปกระทันหัน  จึงได้เรียนท่านผู้เฒ่าว่าจะลงไปทางใต้ และจะเดินทางโดยรถไฟ  เพราะจะได้ชมบรรยากาศขณะเดินทางไปด้วย   อีกอย่างหนึ่งน้องนัทยังไม่เคยขึ้นรถไฟ

             ต่อมาท่านผู้เฒ่าได้ส่งตั๋วเดินทางโดยรถไฟไปให้  จึงได้โอกาสนี้นั่งรถไฟจากสถานีหัวลำโพง  นับเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถไฟสายใต้  เริ่มต้นออกจากหัวลำโพง ๑๕.๓๕ น.และถึงสถานีหารเทา จังหวัดพัทลุงเวลา ๑๐.๐๐ น.

            ผู้เฒ่าและลูกเขยไปรอรับที่สถานีหารเทา  เป็นความบังเอิญมากที่ได้ชะโงกออกไปดูป้ายสถานีอีกด้านหนึ่ง  เพราะไม่ได้ยินเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่  ได้เห็นป้าย "หารเทา" รู้สึกตกใจนิด ๆ รีบจูงมือน้องนัทวิ่งลงรถไฟเกือบไม่ทัน  และบังเอิญอีกว่าขณะนั้นรถไฟจอดนานกว่าสถานีอื่น ๆ เนื่องจากเรานั่งตู้นอนด้านขวามือ  เราจึงสังเกตด้านขวามือมาตลอด  แต่สถานีหารเทาอยู่ด้านซ้ายมือ

หาดพัดทอง

          สถานีรถไฟหารเทาห่างจากบ้านผู้เฒ่า  ๙ กิโลเมตร  ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นกันเองและคุ้นเคย  ทุกคนรู้ได้ว่าผู้ที่มาใหม่คือ "ครูคิมและน้องนัท"  ดูเหมือนมีเตรียมการไว้รอเป็นอย่างดี  พวกเรารับอาหารเช้าด้วยข้าวมันแกงไก่  มีน้ำจิ้ม  จากร้านมีชื่อของตลาดปากพะยูน  พร้อมกับขนมไทย  เปียกปูนและขนมถ้วยฟูน้ำตาลสด  

          ได้เวลาอาหารกลางวันท่านผู้เฒ่าและภรรยาตั้งใจจะพาไปทานอาหารที่ร้านริมบึง  ปรากฏว่าร้านริมบึงปิด  ท่านผู้เฒ่าจึงขับรถต่อไปจนถึงหาดพัดทองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาปสงขลา  เลือกนั่งร้านอาหารริมทะเล  เพื่อให้น้องนัทได้ดูทะเลหาดพัดทอง           

          ก่อนออกเดินทางท่านผู้เฒ่าไปติดเครื่องรออยู่  ก๊ะซึ่งเป็นภรรยาถามว่า "กล้านั่งกันไหม"  และบอกแกมบังคับให้น้องนัทไปนั่งด้านหน้าคู่กับท่านผู้เฒ่า  ฉันไม่สงสัยอะไรคิดว่าก๊ะต้องการคุยกับฉันมากกว่า  จึงนั่งเบาะหลังด้วยกัน  ภายหลังก๊ะถามฉันว่า "ครูคิมขับรถเป็นไหม ให้ลงไปขับแทนท่านผู้เฒ่าเพราะเพิ่งขับรถเป็นใหม่ ๆ  หากไม่รู้เส้นทางจะบอก"

          ท่านผู้เฒ่าพาพวกเราและก๊ะไปเที่ยวหลายแห่งแบบไม่มีจุดหมายปลายทาง  เนื่องจากขับรถหลงทางบ้าง  และที่สำคัญถอยหลังไม่เป็น  แบบเดินหน้าได้อย่างเดียว  บางแห่งก็ทำให้ขับย้อนกลับมาที่เดิม  อย่างไรก็ได้เที่ยวถึงสองจังหวัดคือพัทลุงและสงขลา ขากลับมืดค่ำ  แว่นตาไม่ได้นำติดตัวไป  เป็นการขับรถที่วัดใจอย่างเดียว เพราะทางโค้งเยอะมาก  จะแหกโค้งก็หลายหน   เมื่อถึงทางแยกทำรถดับก็หลายที

         เมื่อกลับมาถึงบ้านได้ทำให้ลูกสาวและลูกเขยโล่งอก  เพราะรอลุ้นอยู่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย  น้องไหมลูกสาวท่านผู้เฒ่าอยากจะโทรถามแต่กลัวพวกเราเป็นกังวล  ได้แต่คอยอยู่ด้วยใจจดจ่อ

หาดแสนสุขลำปำ

             บรรยากาศที่พัทลุง  เย็นสบาย  เงียบสงบ  น่าอยู่มาก ๆ ต้นไม้ใบไม้สดชื่น  แม้ว่ายังเป็นปลายฤดูร้อน ต้นฤดูฝน  อากาศไม่ร้อนอบอ้าว  รวมทั้งความอบอุ่นกับการต้อนรับของทุกคนในครอบครัว  โดยเฉพาะก๊ะเป็นคนจิตใจดี  มีอารมณ์ขัน  ลูกสาวและลูกเขยเป็นกันเอง พร้อมด้วยหลานน้อยน้องนาเซียก็เออออ อ้อแอ้ ให้การต้อนรับเกลอยาย  และนอกจากนี้ได้มีเพื่อนบ้านมาเยี่ยมทักทายด้วย  เป็นความประทับใจไม่รู้ลืมในความหมายของคำว่า "เกลอ"

หมายเหตุ : ลำปำ  เป็นชื่อปลาชนิดหนึ่งคล้ายปลาตะเพียน