การปฏิรูปโรงเรียนแบบก้าวกระโดด พัฒนานักเรียนอย่างเต็มศักยภาพ

ขอแสดงความยินดีกับโรงเรียนในฝันต้นแบบ สพท.นม. 1   2 โรงเรียน คือโคราชพิทยาคม และอนุบาลนครราชสีมา ผ่านการประเมิน โดยไม่มีเงื่อนไข เป็นเอกฉันท์

 

โรงเรียนในฝัน (โรงเรียนดีใกล้บ้าน)

...................................

วัฒนา ก้อนเชื้อรัตน์ ศึกษานิเทศก์ สพท. นม. 1

โรงเรียนในฝัน  ได้รับคำกล่าวถึงให้ได้ยินบ่อย ๆ เช่น

"โรงเรียนนายฝัน"

"ฝันตื่นหรือยัง"

"อะไรไม่รู้"

"แปลก ๆ"

"ใช้เงินมหาศาล"

"สร้างความแตกต่าง ไม่ยุติธรรม"

ดิฉันเป็นศึกษานิเทศก์ มีส่วนร่วมในโครงการตั้งแต่แรก พ.ศ. 2546 ตั้งแต่ยังเป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา ในการปฏิรูปการศึกษา จากเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการลดช่องว่างของคนในสังคมด้วยการ พลิกระบบทางการศึกษา หยุดวงจรความยากจน

สร้างโอกาสให้เด็กไทย   โดย ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้ มีการปฏิรูปการศึกษา มาก่อน การพัฒนาโรงเรียนหลายรูปแบบ บางครั้งใช้งบประมาณเท่า ๆ กัน บางโรงเรียนเห็นการเปลี่ยนแปลงบางโรงเรียนไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง และต่างโรงเรียนต่างพัฒนาทำให้เห็นผลช้า

ความสำเร็จของโรงเรียนในฝัน คือ เป็นโรงเรียนที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ปฏิรูปการศึกษาแบบบูรณาการ การบริหารจัดการศึกษา การจัดการเรียนการสอน ประชาคมมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพัฒนา ผู้บริหารที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ครูที่มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู ปรับเปลี่ยนยอมรับสิ่งใหม่ๆ มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน การจัดสรรทรัพยากรและระดมสรรพกำลังภาคีเครือข่าย ส่งผลต่อนักเรียนให้เป็นนักเรียนที่สมบูรณ์แบบจากการพัฒนาตนเอง รักการศึกษาค้นคว้า คิดวิเคราะห์ มีทักษะในการดำรงชีวิต มีความเป็นไทย

การดำเนินโครงการโรงเรียนในฝัน ที่มีความสำเร็จ พัฒนาโรงเรียนได้อย่างก้าวกระโดด เพราะดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์ตั้งแต่ต้น โดยส่วนกลาง ภายใต้การนำของ ท่าน นิวัฒน์ นาคะเวช ที่ปรึกษา สพฐ. (ในขณะนั้น)กำหนดแผนหลัก 5 แผน ทิศทางการดำเนินงาน แบบ balanced scorcard มีทีมนิเทศ เคลื่อนที่เร็ว (roving team) ติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ใช้การประเมินแบบ การตรวจเยี่ยม ซึ่งเป็นการประเมินแนวใหม่ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ใช้กิจกรรมการสังเกต สอบถามสัมภาษณ์ กับนักเรียนเป็นหลัก

โรงเรียนในฝันแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่โรงเรียนยิ่งใหญ่มาจากไหน เป็นโรงเรียนประจำอำเภอที่แห้งแล้ง เงียบเหมา มาก่อน คือโรงเรียนกันทรารมณ์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่มีผู้บริหารชั้นเยี่ยม คือ ท่าน ฤทธา นันทพันธ์  ซึ่งอาสาเป็นผู้นำโรงเรียนในฝันนำร่องพัฒนาสู่ต้นแบบ   ดิฉันได้เห็นผลงานท่านมาตั้งแต่อยู่โรงเรียนไตรมิตร จังหวัดศรีสะเกษ ช่วงนั้นไปประเมินโรงเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน  ยังประทับใจอยู่ว่าโรงเรียนไตรมิตรในวันประเมิน สะอาดเอี่ยมทั้งโรงเรียน ไม่มีซอกมุมไหนที่รกรุงรังไม่ได้รับการดูแล ได้ทราบภายหลังว่าผู้บริหารนำทำสองวันสองคืนทั้งโรงเรียน

โรงเรียนกันทรารมณ์ โรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝันแห่งแรก ในจำนวน 921 โรงเรียนทั่วประเทศ พลิกจากโรงเรียนแห้งแล้ง เงียบเหงา เป็นโรงเรียนที่มีชีวิตชีวา พูดเป็นเสียงเดียวกันทั้ง ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ประชาชน ว่า "โรงเรียนเป็นของเราทุกคนก็ต้องช่วยกัน" แสดงถึงความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร ท่านฤทธา นันทพันธ์

โรงเรียนในฝันได้รับการจัดสรรงบประมาณ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวนมากกว่าโรงเรียนทั่วไปก็จริงแต่งบประมาณอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เกิดคุณภาพที่เปลี่ยนแปลงได้ตามยุทธศาสตร์ โรงเรียนประกอบด้วย ผู้บริหารครู นักเรียน ชุมชน เครือข่ายภาคีสนับสนุน ต้องออกแรงกายแรงใจ มุ่งมั่นพัฒนา ตามกรอบ balanced scorcard บางโรงเรียนเป็นหนี้เป็นสิน (โดยทั่วไปประมาณ 5 ล้านบาท) เพื่อความสำเร็จ

ผลการประเมินโรงเรียนในฝัน จากรายงานการวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ โดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต สรุปว่าโครงการโรงเรียนในฝันเป็นนวัตกรรมทางการศึกษา พัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพได้

ผลจากการสำรวจข้อมูลของสพฐ. พบว่าโรงเรียนในฝันส่วนมากมีความสำเร็จต่อยอดคือการได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน การได้รับความนิยมจากผู้ปกครองส่งบุตรหลานเข้าเรียนมากขึ้น

การเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของโรงเรียนที่สามารถพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพได้จึงเป็นความภาคภูมิใจของศึกษานิเทศก์คนหนึ่ง 

ขอให้โรงเรียนในฝันต้นแบบพัฒนาต่อยอดความสำเร็จยิ่งขึ้นไป ช่วยเหลือเด็กไทยในชนบท ให้มีโอกาสได้ศึกษาในโรงเรียนดีใกล้บ้าน มีการศึกษาดี มีอาชีพที่ดี หยุดวงจรความยากจนในชนบทได้มาก มาก นะคะ