สองวันมานี้...อากาศมืด ๆ มัว ๆ ชอบกล...ด้วยเพราะอิทธิพลของพายุกิสนา >> KETSANA หรือพายุกฤษณากระมัง...จากสถิติผู้เสียชีวิตที่พายุโซนร้อนกิสนาพัดถล่มกรุงมนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศเวียดนาม มียอดผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้สูญหาย ตลอดจนผู้ไร้ที่อาศัยเป็นจำนวนมาก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ >> พายุกิสนา... ความสูญเสียนำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจเสมอ...เราเพียงรอวันให้พายุสงบอย่างใจจดจ่อ...เพื่อมิให้เกิดการสูญเสียมากไปกว่านี้

เมื่อพายุแห่งความรุนแรงพัดผ่านไป...สิ่งที่เหลือทิ้งไว้คือ ซากปรักหักพังและการดับสูญของสรรพสิ่ง...เช่นเีดียวกับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน หากปล่อยให้พายุอารมณ์พัดกระหน่ำจิตใจ...ไม่รู้จักควบคุม ไม่รู้เท่าทันอารมณ์แห่งตนแล้ว ย่อมนำมาซึ่งการสูญเสีย...เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว...ลองหันมองรอบ ๆ กาย มองหน้าคนที่นั่งข้าง ๆ หรือคนที่แอบซุกกายอยู่มุมหนึ่งหรือซอกหนึ่งของบ้าน...การได้สังเกตสมาชิกครอบครัว ก็เท่ากับการดูแลเอาใจใส่นั่นเอง บางครั้งมันทำให้เรามองเห็นสมาชิกบางคนในครอบครัว ซุกตัวอยู่ในมุมมืดของบ้าน...จมอยู่กับความเครียด...เพราะเขาได้เปิดประตูรับศัตรูตัวร้ายที่เรียกว่า "ความทุกข์" เข้ามาบ่อนทำลายจิตใจเสียแล้ว...ดังนั้น เราในฐานะผู้ใกล้ชิดที่มีสภาวะจิตใจแข็งแกร่งกว่าเขาในยามนั้น...ต้องคอยเฝ้าปลอบประโลมให้กำลังใจ...คอยปรับคอยเติมอุณหภูมิในร่างกายของเขาให้อยู่ในสภาวะสมดุล...วิธีหนึ่งที่ขอเสนอแนะ คือการสัมผัสอย่างอ่อนนุ่มอ่อนโยน ที่ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรมากมาย...เพียงแค่มีใจปรารถนาจะช่วยเหลือ...ก็ได้ผลเกินคุ้มแล้วล่ะค่ะ...ความอ่อนนุ่ม ที่ดิฉันกำลังจะกล่าวต่อไปนี้ หาใช่สำลีแต่อย่างใด...แต่อ่อนนุ่มกว่านั้นอีกค่ะ...เอ!! จะหาอะไรมาเปรียบดีน้า!! อย่าดีกว่า...เพราะแท้จริงแล้วสิ่งของแต่ละอย่างย่อมมีลักษณะพิเศษอยู่ในตัวของมันเอง...มีคุณค่า ความงามในแง่มุมที่แตกต่างกัน...พูดเวียนบ้านอยู่หลายรอบ...ไม่เห็นจะเข้าเรื่องสักที (เริ่มแล้วค่ะ...ย่อหน้าถัดไปเลยค่ะ >>)

จากประสบการณ์ในชีวิต คุณเคยมีใครสักคนได้เข้ามาสัมผัสใบหน้าหรือลูบไล้ศีรษะด้วยผ่ามืออย่างอ่อนโยนบ้างหรือยัง...อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนรู้สึกจั๊กจี๋ขึ้นมาทันที (บ้า!! เป็นสาวเป็นแซ่มาพูดเรื่องพันนี้ที่นี่ได้ไง...แฮๆๆๆ) ดิฉัน หมายถึงสมาชิกครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ปู่ ย่า ตา ยาย ประมาณนี้ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันเชื่อคือทุกคนอยากได้สัมผัสเช่นนี้จากคนที่เรารัก-คนที่รักเรา (ไม่ได้พูดเรื่องสัปดลหรือทะลึ่งนะคะ)
------
สัมผัสเหล่านี้ จะอ่อนนุ่ม อ่อนโยนสักเพียงใด?...ลองหลับตาแล้วจินตนาการตามนะคะ...หากมือลูกสาว แม่ หรือคนที่คุณรัก สัมผัสมาที่ใบหน้าหรือลูบไล้บนศรีษะของคุณ...เบา ๆ อย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน...คุณรู้สึกดีกับสัมผัสนั้นหรือไม่อย่างไร?...แล้วลองจิตนาการต่อ...หากในวันหนึ่งที่คุณเกิดความท้อแท้กับชีวิต...และพบว่าคนที่คุณรักรักที่สุด ยื่นมือมาสัมผัสใบหน้า ลูบศีรษะ หรือแม้กระทั่งกุมมือคุณไว้ด้วยฝ่ามือของเขาอย่างงแผ่วเบา อ่อนโยน และนุ่มนวล เพียงเพื่อปลอบประโลมให้คุณได้หายจากอาการเศร้าหมอง...คิดดูสิค่ะว่ามันจะอบอุ่นและวิเศษขนาดไหน? หากมองภาพการสัมผัสแห่งความอ่อนนุ่ม อ่อนโยน เหล่านั้นไม่ชัดเจน คุณลองเอาถ้วยชายื่นให้คนที่คุณรัก...แล้วให้เขาเอามาลูบไล้บนใบหน้าข้างขวาของคุณ...ส่วนใบหน้าด้านซ้ายก็ใช้มือของเขาลูบไล้อย่างแผ่วเบาเช่นกัน...แล้วจะพบว่ามันช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันเหลือเกิน...ระหว่างแก้มซ้ายกับแก้มขวา เช่นเดียวกัน การลูบไล้ จับกุมมือ ลูบคลำศรีษะเส้นผม หรือลูบไล้ใบหน้า...ด้วยความมีชีวิตชีวา ด้วยความอ่อนโยน และด้วยหัวใจอ่อนนุ่ม ก็ย่อมให้ความรู้สึกที่ดีกว่าวัตถุอื่นใดเสมอ...

การสัมผัสด้วยมือที่เต็มไปด้วยความรัก เป็นสื่อของความรู้สึกโดยไม่ต้องใช้คำพูด แม้ว่ามือของเราคู่นี้อาจจะด้านจากการตรากตรำทำงานหนัก จับด้ามจอม ด้ามเสียม หยาบคายกระด้างสักปานใด...แต่มือคู่นี้หรือข้างนี้ ก็ยังเต็มไปด้วยเลือดเนื้อและความรู้สึกที่อบอุ่นมีชีวิตและจิตใจ...ถึงจะกระด้างแต่สัมผัสนั้นก็อบอุ่นเสมอ...เพราะเมื่อ "หัวใจเราเท่ากำมือ" มือจึงสามารถเป็นสื่อแทนหัวใจอันอ่อนนุ่มนั้นก็ว่าได้...สัมผัสจากมือจึงเป็นสัมผัสที่อ่อนโยน อ่อนนุ่ม เพราะในเนื้อแท้ของมือที่สัมผัสนั้น คือการเชื่อมต่อด้วยจังหวะการร่ายรำบทเพลงแห่งความรักจากหัวใจ...อย่าลืมสบตาอย่างอ่อนโยนด้วยทุกครั้ง...เพราะสายตาก็เป็นหน้าต่างของหัวใจ อิๆๆๆ (รู้สึกว่าตัวเองจะหวาน ๆ ไป) เป็นอันว่าจบดีกว่าค่ะ
------
หมายเหตุประเทศไทย: อย่าลืมนะคะว่า...เมื่อเรารู้สึกดีกับการสัมผัสด้วยมือที่อ่อนโยน อ่อนนุ่มด้วยความรัก คนอื่นที่เรารักเขาก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างจากเราค่ะ ใช้มันให้เป็นประโยชน์นะคะ "อย่าใช้มือเพียง ชี้หน้าด่าว่าคนอื่น" รักและเข้าใจคนในครอบครัวมาก ๆ ครอบครัวอบอุ่นด้วยสองมือที่อ่อนโยนค่ะ
..เพราะเมื่อ "หัวใจเราเท่ากำมือ" มือจึงสามารถเป็นสื่อแทนหัวใจอันอ่อนนุ่มนั้นก็ว่าได้...สัมผัสจากมือจึงเป็นสัมผัสที่อ่อนโยน อ่อนนุ่ม เพราะในเนื้อแท้ของมือที่สัมผัสนั้น คือการเชื่อมต่อด้วยจังหวะการร่ายรำบทเพลงแห่งความรักจากหัวใจ...อย่าลืมสบตาอย่างอ่อนโยนด้วยทุกครั้ง...เพราะสายตาก็เป็นหน้าต่างของหัวใจ อิๆๆๆ
ชลบุรีวันนี้ฝนตกทั้งวันเลยค่ะ
ภาพงามนัก ทั้งภาพวาดและภาพถ่ายเลย
ขอบคุณค่ะ
แถมๆๆๆๆๆ
มือจึงสามารถเป็นสื่อแทนหัวใจอันอ่อนนุ่มนั้นก็ว่าได้...สัมผัสจากมือจึงเป็นสัมผัสที่อ่อนโยน อ่อนนุ่ม เพราะในเนื้อแท้ของมือที่สัมผัสนั้น คือการเชื่อมต่อด้วยจังหวะการร่ายรำบทเพลงแห่งความรักจากหัวใจ...
โดนใจ...
พี่สาว "อ้อยเล็ก" คนสวย...มีของแถมด้วย...ฮ่าๆๆๆๆ...สงกะสัยหัวใจมีรักท้วมท้น...จึงแบ่งบันมาให้น้องสาว อิๆๆๆ "โดนใจ..."
วันนี้ กรุงเทพฯ มืด ๆ มัว ๆ ค่ะ...เป็นแค่ละอองฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ไม่ตก...ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบพระคุณพี่คิมมากค่ะ...มือสัมผัสได้หลายมิติจริง ๆ ค่ะ...คิดถึงพี่คิมเสมอเหมือนค่ะ
สวัสดีค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งและยกสองมือสนับสนุนค่ะ
"สัมผัส" ที่นอกจากจะใช้ กายภาพสัมผัสกันแล้ว ยังสัมผัสได้ทาง สายตา ความรู้ คำพูด รอยยิ้ม และแม้แต่การใส่ใจต่อกัน แม้ในสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ...
คนไม่มีรากกอดหลาน ๆ ทุกว้น วันละสองครั้ง เช้า-เย็นค่ะ ... อบอุ่น และหลานก็จะไม่ดื้อกับเราด้วย เราเขารับได้ถึงสัมผัสแห่งความรัก
ตอน แม่ยังมีชีวิตอยู่ จะนอนกอดกับแม่จนหลับไปทุกคืน และทั้งเช้า-เย็นก่อน-กลับจากทำงาน ก็จะจูบต้นแขนหรือมือแม่ทุกครั้ง ไม่มีเว้นเลยค่ะ
(^___^)
ตามคุณ คนไม่มีราก มาครับ
ได้เวลาทางเที่ยง พอดี
ทานที่นี่เลย ครับ
เชิญ เจ้าบ้าน และแขกที่มาเยี่ยมทุกท่าน ครับ
ชีวิตคนเราไม่ใช่... เครื่องจักร
หยุดพัก....เติมพลังให้กับชืวิตกัน นะครับ
สงสัยต้องไปหามือบ้าง(มือตบไม่เอานะ ฮ่าๆๆ) เผื่อจะอุ่น ฮ่าๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะคุณ "คนไม่มีราก" รู้สึกถึงความอบอุ่นค่ะ...หลานของคุณคนไม่มีรากโชคดีจังค่ะ...ที่ได้รับสัมผัสแห่งความอบอุ่นนั้น...สัมผัสแห่งรักได้ทั้งผู้หยิบยื่นห้และผู้รับค่ะ...ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณแสงแห่งความดี
โอ้ย...กับข้าวน่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ...เล่นเอามายั่วน้ำลายกัน...เคยกินผัดไทยไร้เส้นที่เมืองกาญฯ อร่อยเหาะไปเลยค่ะ อิๆๆๆ ไก่ทอดน่ากิน...ลาบก็น่ารับประทาน หิวววววว
ขอบพระคุณมากค่ะ...หอมกับข้าว...อิ่มน้ำใจค่ะ
อ้าว!! เพิ่งทราบว่าคุณขจิต..."ไม่มีมือ"...อิๆๆๆ เป็นกำลังใจให้คุณขจิตหามือเป็นของตัวเอง...ขอให้เจอไวๆ นะคะ...มือนั้นสำคัญนักแล...ขอบพระคุณมากค่ะ...รักษาอาการปวดฟันให้หายก่อนนะคะ แล้วค่อยตามหามือ อิๆๆๆๆ
ฮ่าๆๆๆ วันนี้แดดออกแต่นกเขาคู่รักยังกอดกันกลม อบอุ้นอบอุ่น ทั้งวันแดดออกและวันฝนตก...หนาวนี้พี่ยังมีรักเสมอ อิๆๆๆ...โอ้ย!! สงสัยนักจิตวิทยาจะจบแห่ก็คราวนี้ล่ะ...ลุ้นมาตั้ง 3 ปีดีดัก...ไม่เห็นมีวี่แววว...ไม่มีทีท่าว่าพี่ท่าน "ขจิต" จะเจอมือดีสักที...คนลุ้นก็นั่งลุ้นข้างขอบเวทีกันต่อไป...คนให้คำปรึกษาก็ฮ้าย!! เหนื่อยปากไม่อยากจะบ่นเลยจริง ๆ...(ว่าแต่เขาอีเหนาเป็นเอง...อิๆๆๆ)
ขอบพระคุณมากค่ะ...
โรคประสาทกำเริบใช้มีดปาดตาลฆ่าลูกน้อยวัย ๕ เดือน
โดยไม่รู้ตัว น่ากลัวมาก... สังคมไทยวันนี้มีปัญหาสุขภาพจิต
ที่น่ากลัวและรุนแรงมากขึ้น
คงลดน้อยลง
เดี๋ยวจะนำของแถมไปฝากเขาค่ะ ฮา ...
ขอบพระคุณมากค่ะ คุณ "พี่นงนาท"...ผู้หอบเอาความอ่อนโยนมาให้เสมอ ๆ มีความสุขทุก ๆ วันนะคะ
ขอยืมมือจากน้องอ้อยเล็กหน่อยนะ แบบว่าพี่ไม่มีมือใครให้เกี่ยวก้อยเลย..ฮือฮือ
ถ้าพูดถึงสัมผัสอ่อนโยนนี่ ..พี่ขอร้องไห้นะ..พี่คิดถึงพ่อกับแม่พี่...แง แง
สวัสดีค่ะ...คุณพี่ครู "ธรรมทิพย์"
ชอบข้อคิดจากรายการอนุทินล่าสุดจังค่ะ
"ชีวิตไม่พอกับตัณหา เวลาไม่พอกับความต้องการ
ที่พักครั้งสุดท้ายของชีวิต คือ ป่าช้า..."
"สายน้ำเปลี่ยนใจปลา กาลเวลาเปลี่ยนใจคน"
---------
อิๆๆๆ แอบมีมุขให้ Vij ได้ขำ ๆ อีกหล่ะ..."ก่อนจับมือปลอบโยนใครอย่าลืมล้างมือก่อนนะคะ เดี๋ยวจะนำของแถมไปฝากเขาค่ะ" ฮ่าๆๆๆๆ...ยิงมุขเป็นชุดเลยนะคะ...ขอบพระคุณมากค่ะ