ย้อนอดีตไปสักนิด คุณสุวรรณา มาปลิว สังข์ศิริ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ประจำตำบลนครชุม ซึ่งปัจจุบันย้ายไปรับราชการอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แนะนำผม ให้เรียนรู้ งานทำบุญกลางนา ของชาวบ้านนครชุม เลยมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ไปไม่ไกลนัก
งานบุญเล็กๆของชุมชนนี้ จัดประมาณช่วงเดือน ๖ ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำนากัน กิจกรรมหลักๆของงานบุญนี้ สรุปโดยย่อๆ ได้ดังนี้คือ
๑.เป็นพิธีทางศาสนา จัดในทุ่งนา
ภาพจาก phibun.com
๒.นิมนต์พระ มาเจริญพระพุทธมนต์ โดยชาวบ้านแต่ละครัวเรือนจะร่วมกัน จัดอาหารหวานคาว มาร่วมเหมือนกับไปทำบุญในวันพระปกติ...และ.....
๓..ชาวบ้านจะนำพันธุ์ข้าวปลูก พันธุ์พืชต่างๆ เครื่องมือที่ใช้ในการทำนา เช่น แอก ไถ คราด เข้ามาร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลทั้งหมด เครื่องมือของใครชำรุด ก็ต้องซ่อมแซมก่อนจะนำเข้าพิธี
๔.บ้านใด ที่พี่น้องอยู่ห่างไกล ต้องให้มาร่วมและรวมตัว ร่วมงานบุญนี้ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลก่อนการทำนา ที่สำคัญ เตรียมลงแขกทำนา
๕.พันธุ์ข้าว พันธุ์พืชอื่น ๆ หลังจากได้เข้าพิธีและประพรมน้ำพระพุทธมนต์แล้ว ชาวบ้านจะมีการแบ่งปัน แลกเปลี่ยน อุดหนุนเกื้อกูลกัน ให้กับรายที่ขาด เพื่อนำไปใช้เป็นพันธุ์ปลูกต่อไป
ภาพจาก phibun.com
๖.มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การปรึกษาหารือและหาข้อตกลงร่วม ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำมาหากิน ก่อนที่จะจบด้วยการรับประทานอาหารร่วมกัน
ที่ผมหยิบยกเรื่องนี้ มาบันทึกไว้ ก็เพราะด้วยเหตุ ๒-๓ ประการ คือ
ประการแรก.งานบุญนี้ ปรากฏว่า เป็นเพียงอดีต สุญหายไปพร้อมกับผู้คนรุ่นลายคราม
ประการที่ ๒ ผมภูมิใจในภูมิปัญญาที่เนียน นุ่ม แยบยล ของบรรพบุรุษที่ใช้กิจกรรม “ งานบุญ” มาเป็นตัวนำและขับเคลื่อนอย่างบูรณาการเกี่ยวกับ (๑)การระดมพล มาเป็นแรงงานทำนา (๒)การเตรียม/คัดพันธุ์ข้าวปลูก เพราะก่อนที่จะนำมาเข้าพิธี ทุกคนจะต้องคัด ทำความสะอาดให้เรียบร้อย.. (๓)เห็นการแบ่งปัน การเกื้อกูลเมล็ดพันธุ์ข้าว เมล็ดพันธุ์พืช ทั้งก่อนและหลังเข้าพิธี (๔) เห็นความรัก ความเมตตา ความสมัครสมานสามัคคีกลมเกลียว ไปพร้อมๆกับ ได้เห็น(๕) เวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชนิดเข่าชิดติดกัน ด้านการทำมาหากิน ด้วยความโอบอ้อมอารี แย้มแย้มแจ่มใส เป็นธรรมชาติยิ่งนัก..(๖)การเสริมสร้างกำลังใจ กำลังขวัญ ให้ฮึกเหิม มั่นคงมั่นใจก่อนลงมือทำนาและที่ผมภาคภูมิใจสุดท้าย..ก็คือ (๗)การบ่มเพาะ ปลูกฝังให้เห็นความสำคัญ และความกตัญญู..โดยหยิบเอาข้าว.. เป็นตัวนำ และบอกใบ้ลึกๆ ลงไปกว่านั้น ว่า.. อย่ากินทิ้งกินขว้าง..ข้าวทุกเม็ดมีค่า..อะไร.ประมาณนั้น
ประการที่ ๓ เห็นการเปลี่ยนแปลง เห็นความแตกต่างของเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอดีตกับปัจจุบัน โดยเฉพาะระดับชาวบ้าน จากเวทีที่เกิดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ซึ่งให้ผลลัพท์จนแทรกเข้าไปในจิตวิญญาณถึง ๖-๗ อย่างผสมผสานกัน เหมือนกับผืนผ้าที่ถูกถักทอ ด้วยเส้นไหมที่เล็ก ละเอียด เนียน นุ่มเนื้อ สวมใส่เกิดความ ปลอดโปร่ง ร่มเย็น เป็นสุข... ..
นี่แหละครับ...ภูมิปัญญาของบรรพชน ซีกโลกตะวันออก..ที่ผู้คนมักลืมเลือน ??????..
สามสัก
๒๙ ก.ย.๒๕๕๒


ผมเป็นคนหลงรักบรรยากาศท้องทุ่งเสมอมา
เห็นภาพเขียนเหล่านี้ ยิ่งหวนคิดถึงความทรงจำอันงดงามของชีวิตขึ้นเท่าตัว
ในอดีต..พระที่หมู่บ้าน ยังเคยลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงนาของผมและชาวบ้านอื่นๆ เหมือนกัน...
ขอบคุณครับ
เข้ามาอ่านเห็นคำว่าโบร๊าน โบราณ เลยอยากรู้ว่าจะโบราณเท่าป้าหรือป่าว ปรากฎว่าโบราณกว่า ป้าไม่เคยร่วมงานบุญที่ไหนสักที่เลย ...แต่เห็นสิ่งที่คุณสามสักเล่ามาก็รู้สึกอบอุ่นดี คนโบราณผูกพันธ์อยู่กับความเชื่อความศรัทธา ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่าเลือนหายไปตามกาลเวลาไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ไม่ดี แต่ความต้องการของคนมันเพิ่มขึ้นวิธีการผลิตเปลี่ยนไปตัวใครตัวมันมือใครยาวสาวได้สาวเอา เกษตรตัวจริงไม่มีที่ทำนา ที่เห็นๆมีไร่มีนาส่วนใหญ่ เป็นนายทุนที่ไม่ต้องใช้ไสยศาสตร์ช่วยไม่ต้องเรียกขวัญเป็นมงคลอะไรแล้ว ผลิตตามคำสั่งตลาดเป็นใช้ได้ ใส่สารเร่งเข้าไป แรงงานไม่ต้องง้อ เพราะมีเครื่องจักร ส่วนชาวบ้านภูมิปัญญาก็ทิ่งที่ทิ้งทางไปทำงานโรงงาน ไปเป็นลูกจ้าง ไปทำอาชีพอื่นที่คิดว่าจะได้ไม่ต้องยากจน ให้ได้อาย หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน เกษตรกรยากจน คำเนี่ยมันเสียดแทง กี่ยุคกี่สมัย ยังไม่รู้จักคำว่า"เกษตรกรรมยั่งยีน"....ตอนเนี่ยเรากำลังร่วมกันที่จะเรียกสิ่งเก่าๆให้กลับมา บางที่ก็มีทางเป็นไปได้ บางที่ก็ค่อนข้างต้องใช้เวลา.. ป้าว่าเราอย่าเพิ่งท้อดีกว่า ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เป็นวันของเรา วันที่ฟ้าสดใส...เกษตรกรก้าวไกล ประเทศไทยยั่งยืน สโลแกนปลุกใจ
สวัสดีค่ะ...ชอบค่ะ...เห็นบรรยากาศเลยค่ะ...ภาพสวยมากนึกถึงบ้านไร่ท้องนาเลยค่ะ...แต่เดี๋ยวนี้แปลสภาพไปหมดแล้ว...ไม่เหลือร่องรอยของความโบร้าน โบราน อีกแล้วค่ะ...ความเจริญเข้ามาแทนที่...การแลกเปลี่ยนกันแบบเข่าชิดติดกันหาชมดูค่อนข้างอยากเสียแล้วค่ะ...อ่านบันทึกแล้วชอบเป็นพิเศษค่ะ...ขอบพระคุณมากค่ะ
นุชเป็นคน คนนึงที่ชอบเรื่องราว เรื่องเล่าเมื่อในอดีตเพราะได้ฟังที่ไร ก็อดจิตนการไม่ได้
อยากไปอยู่ ยุคสมัยนั้น แต่ก็ได้แต่นึกคิด เท่านั้น ไม่สามารถไปอยู่ในบรรยากาศนั้นได้แล้ว
ขอสนับสนุนการรื้อฟื้น เรื่อง โบร๊าณ โบราณ ด้วยคนนะค่ะ
สวัสดีค่ะ
นุช
สวัสดีครับ คุณแผ่นดิน
สวัสดียามเช้าๆ ครับป้าเหมียว
การได้มารวมกลุ่มกัน ในแบบทำบุญแบบนี้
ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว
มีแต่รวมกลุ่มและแบ่งสี....แล้วทะเลาะกัน
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์Vij
สวัสดีครับ คุณนุช
สวัสดีครับ คุณครู ป.๑
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับคุณ สามสัก ภูมิปัญญา ทุกอย่างมีนัย ในการเอื้ออิง ร้อย รัด มัด ห่อ สังคมให้อยู่ร่วมกัน ฬดยกตอกา พันธสัญญาทางใจกัน ครับ
สวัสดีครับ คุณครูคิม
สวัสดีครับคุณวอญ่า
ตามมาเยี่ยม บรรยากาศลูกทุ่ง ครูอ้อยชอบอยู่ข้างๆๆคนลูกทุ่ง
ขอเรียกว่า "ภูมิปัญญาบูรณาการ" เป็นสุดยอดแห่งภูมิปัญญาไทยเลยละครับ
เป็นภูมิปัญญา โบร๊าณ โบราณ ที่นักวิชาการสมัยใหม่เพิ่งมาเริมฮิต ว่า LO และ KM