Ontheroad02 

          การขับรถทางไกลโดยใช้รถส่วนตัว สิ่งสำคัญจะลืมไม่ได้คือ แผนที่ และการรู้จักสังเกตเครื่องหมายตลอดเส้นทาง รวมทั้งการศึกษาเส้นทางล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เป็นเพียงแค่ทางผ่าน

          ทริปการเดินทางครั้งนี้ ถือผิดเป็นบทเรียนค่ะ แต่ดูเหมือนผิดแล้วผิดอีก ทำไมไม่รู้จำ ฉันทำเหมือนกับการขึ้นรถออกจากบ้านจะไปที่ทำงาน ประมาทคิดเองว่า ประเทศไทยเป็นประเทศของเรา หลับตาก็เห็นภาพ รู้ว่าอะไรตั้งอยู่ตรงไหน และเพราะไปๆมาๆ บ่อย ซึ่งเป็นความคิดและการกระทำที่ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างค่ะ

          หากจะเดินทางไปที่ไหนก็ตาม ควรมี "แผนที่" ติดไว้ในรถส่วนตัวด้วยค่ะ รวมทั้ง "แผนที่เส้นทางต่างๆ" ของเมืองต่างๆที่เราจะแวะพักอาศัยด้วยนะคะ      ทริปนี้ ฉันลืมหมดเลยตั้งแต่แผนที่ประเทศไทย แผนที่เส้นทางในกรุงเทพมหานคร แต่คิดในมุมที่ดีๆ ก็ทำให้ได้ไปเยือนในที่ต่างๆ ที่ไม่เคยแว้บเข้ามาในหัวสมอง อย่างเช่น สะพานข้ามระหว่างแผ่นดินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์และกรุงธนบุรี อนุสาวรีย์ต่างๆ อาทิ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี อนุสรณ์สถานดอนเจดีย์ (จังหวัดสุพรรณบุรี) เป็นต้น

Ontheroad01 

          เราหลงถนนกันตั้งแต่จังหวัดลำปางค่ะ ผ่านไปผ่านมาก็บ่อยๆ ประสบการณ์นี้จึงตอกย้ำว่านอกจากไม่ลืมแผนที่แล้ว ควรคอยสังเกตป้ายต่างๆ ช่องแบ่งเส้นเลนถนนที่จะต้องเข้าให้ถูก มิเช่นนั้นจะหาที่กลับรถลำบาก ดีไม่ดีก็ต้องขับเลยไปหลายสิบกิโลเมตร

          เมื่อสิบกว่าปี เราเคยขับรถหลงทางในประเทศไทย ที่หนักที่สุดก็บริเวณแยกบางปะอินไปอยุธยาแต่กลับเดินหน้าไปถึงจังหวัดลพบุรีก็มีค่ะ เหตุเพราะอยากแวะเที่ยวที่เมืองอยุธยาระหว่างกลับจากกรุงเทพฯเท่านั้นเอง และอีกครั้งก็เลี้ยวรถหลุดเข้าไปในเส้นทางโทรลเวย์ซึ่งเริ่มต้นแถวๆ แยกไปสระบุรีค่ะ เพราะคิดว่าจะหาทางกลับรถกลับเชียงใหม่ จนต้องหาร่องกลางระหว่างทางที่ตื้นที่สุด เพื่อแอบกลับรถย้อนกลับ ดีนะคะ ไม่มีตำรวจทางหลวง

          การเดินทางคราวนี้ โดยเฉพาะช่วงที่พักอยู่ในกรุงเทพฯ  ตั้งแต่การขึ้นทางด่วนและเข้าช่องผิดๆ (ชีวิตนี้ฉันถนัดลงทางด่วนสุขุมวิทแค่นั้นเองค่ะ) เข้าช่องทางผิด แต่ก็บังเอิญเห็นป้ายบอกว่าไปลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิได้ ก็ใจเย็นขึ้นมาหน่อย พอลงจากทางด่วนได้แล้ว ก็ออกอาการ งงๆ อีกค่ะ แต่อาศัยไข(เลื่อน)กระจกถามเส้นทางจากผู้ใช้ยานพาหนะ และโทรศัพท์ถามสาวน้อย ซึ่งเธอก็ให้ขับรถตามแนวรางรถไฟฟ้าไปเรื่อยๆ

          รู้เส้นทางแล้วแต่ก็หลงอีกค่ะ หลงเพราะไม่รู้ว่าสถานีรถไฟฟ้าที่เห็นอยู่ลิบๆ นั้นใช่เป้าหมายของเราหรือเปล่า (จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังสี่แยกถนนเพชรบุรี) ก็คิดไปเองว่าคงใช่ ลืมนึกไปว่ายังมีสถานีพญาไทอีกหนึ่ง แต่สามสถานีรถไฟฟ้านี้ก็อยู่ใกล้กันมากค่ะ (ไม่เห็นจะเหมือนเส้นสุขุมวิทเลยนี่นา)

          พอหลงไปแล้วก็รู้ว่าต้องยึดเลนซ้ายเข้าไว้ เจอทางเลี้ยวเมื่อไรก็เลี้ยวไปให้เจอถนนคู่ขนานอีกเส้น แล้วค่อยหาที่กลับรถใต้สะพาน หรือไม่ก็อาศัยตรอกซอกซอยที่ได้สำรวจมาแล้ว ถ้าเผลอผิดกฎจราจร แล้วให้บังเอิญถูกเจอตำรวจก็ค่อยว่ากันอีกที ซึ่งก็ทำให้เข้าใจเส้นทางถนนในกรุงเทพฯ มากขึ้นค่ะ

          สามวันที่มีชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ พี่คนโสตฯ ก็พอจะขับรถคล่องค่ะ ปกติเข้าเมืองหลวงที่ไร ต้องบอกว่าให้ขับตามรถคันหน้าสีอะไร เลขทะเบียนอะไร ระยะหลังมานี้แอบนิ่งเฉยให้พี่เขาคิดเองค่ะ การผจญภัยครั้งนี้ขับรถวนเวียนกันอยู่หลายรอบตั้งแต่ ดอนเมือง(เจ๊เล้ง) สุขุมวิท พระรามหก พระรามสี่ พระรามหนึ่ง พญาไท เพชรบุรี รวมทั้งจุดที่รู้สึก(ไปเอง) ว่าการจราจรยุ่งเหยิงที่สุด คือ ย่านเยาวราช สำเพ็ง สะพานหัน และครั้งนี้ได้ขับรถไปถึงคลองผดุงกรุงเกษม ย่านโบ๊เบ๊เทเวศน์ แถววัดโสมนัสและวัดมกุฎกษัตริยาราม ด้วย ฯลฯ

          พอวันเดินทางกลับ ออกจากย่านสุขุมวิทเลือกไปขึ้นทางด่วนแถวท่าเรือ ก็ยังอุตส่าห์ทำให้ตัวเองหลงทางในย่านฝั่งธนบุรีค่ะ (ก็ถามเส้นทางไปนครปฐม เจ้าหน้าที่ก็ให้ลงทางด่วนที่ ดาวคะนอง)

          จนต้องตัดสินใจโทรศัพท์ถามเพื่อนสนิท ซึ่งเธอแปลกใจมากว่าเราไปทำอะไรแถวอนุสาวรีย์พระเจ้ากรุงธนบุรี เพื่อนฉันเองก็ไม่ถนัดเส้นทางฝั่งธนบุรี (ซึ่งถ้ามีแผนที่ก็คงหาทางไปนครปฐมได้ไม่ยาก) เธอเลยให้ขับรถข้ามสะพานกลับไปฝั่งกรุงเทพมหานคร แล้วค่อยเริ่มต้นเส้นทางที่เธอคุ้นเคยคือผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปข้ามสะพานปิ่นเกล้า ขึ้นสู่ทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี สรุปว่าเช้าวันเดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่ เราได้ขับรถข้ามสะพานหลายสะพาน และตลอดการเดินทางยังได้ผ่านอนุสาวรีย์มากมาย นับเป็นกำไรแห่งการเดินทางค่ะ

Ontheroad04 

Map21901 

พักรถกันก่อนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

กำแพงแสน พบกับน้องชายคนนี้ค่ะ

Laongtrip17903 

          หลงทางยังไม่จบนะคะ เราเดินทางไปถึงนครปฐมแล้ว ยังจะเลือกขับรถเข้าเลนผิดอีกแล้ว เลยได้ทะลุผ่านไปยังพระปฐมเจดีย์ คราวนี้รู้สึกผิดแล้วค่ะ ขอแวะ 7/11 ซื้อแผนที่เดินทางสองฉบับ ภาคกลางและภาคเหนือ จะได้เก็บติดรถเวลาจะเดินทางครั้งหน้า ถึงขนาดกางแผนที่ไปตลอดทางกลับบ้าน แต่แล้วก็อุตส่าห์หลงส่งท้ายการเดินทางค่ะ

          เราไปหลงทางตรงเส้นตัดระหว่างจะไปชัยนาท และดอนเจดีย์ ดูจากแผนที่ สามชุกอยู่ใกล้ๆ กัน ตัดสินเอาเอง คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ ขับรถไปจนถึงอนุสรณ์สถานดอนเจดีย์ แล้วหาทางวิ่งรถไปอำเภอศรีประจันต์ จนไปเจอเส้นถนนที่ควรจะเลี้ยวขวาตั้งแต่เจอสี่แยกที่มีไฟเขียวไฟแดง...

Sumchuk02 

          ถ้าแม่ไม่สั่งให้ไปจ่ายตลาดที่สามชุก คงไม่หลงทาง แต่ถ้าไม่ได้รับโทรศัพท์สั่งการก็คงไม่ได้ไปแวะตลาดร้อยปี อำเภอสามชุกค่ะ เราเลยได้แวะแค่แป๊บเดียว ซื้อขนมหวานๆ และอาหารตามสั่งแล้ว พอได้รับประทานก็ให้สัญญากับตัวเองว่าเดินทางเที่ยวหน้า จะแวะที่ตลาดร้อยปีก่อนเข้ากรุงเทพมหานครค่ะ

          และแล้ววันนั้นพี่คนโสตฯ ขับรถกลับบ้านเหยียบได้ 140 ก.ม./ชั่วโมง ก็ยังถึงบ้านเกือบสามทุ่มครึ่ง แต่ที่แน่ๆ สเต็กเนื้อกวางที่กำแพงแสนทำเราอิ่มแน่นจนถึงมื้อดึกเลยค่ะ

          สรุปว่า การเดินทางครั้งหน้า

  • ห้ามลืมแผนที่ประเทศไทยและจังหวัดที่จะไปค่ะ
  • พยายามสังเกตเส้นทางและป้ายต่างๆ ที่บอกไว้ (ห้ามเผลอเด็ดขาด ห้ามเผลอมองเมฆมองท้องฟ้า แต่อุตส่าห์เก็บภาพมาได้ตั้งเยอะ!)
  • และข้อแนะนำนี้เพื่อชาวบล็อก หากมีเวลาขอแนะนำให้เข้าเว็บไซต์ http://maps.google.co.th/ (มีเส้นถนน แหล่งท่องเที่ยว ภาพสถานที่ประกอบ) สำรวจเส้นทางที่จะผ่าน เพื่อจะได้วางแผนการท่องเที่ยวตามรายทางค่ะ

รับรองทริปหน้าดีกว่าเพราะไม่มี “หลง”

สรุปอีกครั้ง  ทริปนี้ได้พบพานผ่านอนุสาวรีย์ พระเจดีย์ และสะพานข้ามแม่น้ำกี่แห่งกันนะ...