สายวันนี้แทนที่ผมจะพบตัวเองนั่งอยู่กับครูและนักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม แต่ดันพบตัวเองนั่งปะปนอยู่กับผู้คนมากหน้าหลายตา มีเพียงบางคนที่รู้จักผ่านโลกไซเบอร์ใน www.gotoknow.org ที่ผมสมัครเป็นสมาชิกและเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนบันทึกและความคิดเห็น เมื่อเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
     สายวันนี้แทนที่ผมจะพบตัวเองนั่งอยู่กับครูและนักเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม แต่ดันพบตัวเองนั่งปะปนอยู่กับผู้คนมากหน้าหลายตา ในมหาวิทยาลัย ๑ ใน ๙ ที่เขาว่ากันว่าดีที่สุดในประเทศไทย
   
     ในที่นั้น มีเพียงบางคนที่รู้จักผ่านโลกไซเบอร์ใน www.gotoknow.org ที่ผมสมัครเป็นสมาชิกและเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนบันทึกและความคิดเห็น เมื่อเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
  
     ทั้งนี้เป็นเพราะผมว่างงาน (นี่พูดให้ดูดี แต่ตรงไปตรงมาคือตกงานครับ) จึงมีเวลาเขียนอะไรต่อมิอะไรค่อนข้างมาก ที่มาจากงานเขียนและความทรงจำเก่า ๆ แล้วนำไปแลกเปลี่ยนรวมทั้งมีความเห็นกับบรรดาบันทึกทั้งหลายที่ผมเข้าไปอ่านแล้วแลกเปลี่ยน...
      
     จะว่าไปนับเป็นการลงทุนลงแรงไม่น้อยสำหรับการขับรถทางไกลหลายร้อยกิโลเมตรเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม “GotoKnow สัญจร ครั้งที่ ๑ : และเปลี่ยนเรียนรู้ความสุข ฅ ฅน หน้างาน” ณ อาคารเพียรวิจิตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
     การปรากฏกายในห้องประชุมยามนี้ คงมิต้องถามว่า “หุ่นให้” และ “ใจรัก” หรือไม่
 
     แม้จะมั่นใจว่าตัวเองมีคุณสมบัติทั้งใจและหุ่น แต่ก็อดมิได้กับความตื่นเต้นและประหม่า
     บอกตามตรงว่านี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ที่จะได้เจอหน้าเจอตัวเป็น ๆ กับคนที่รู้จักและคุ้นเคยกันประมาณหนึ่งในโลกไซเบอร์
 
     จะอย่างไรดีหนอ จะทักทายเขาอย่างไร จะแนะนำตัวเองอย่างไร ข้อหลังนี่สำคัญเพราะผมกับภาพผมในอดีตที่ปรากฏในบล็อคค่อนข้างแตกต่าง เรียกได้ว่าเกือบจะคนละคน  (ควรบอกไว้ว่า หมู่มวลสมาชิกที่มาเข้าร่วม จำนวนมากที่ผมไม่รู้จัก แต่หากจะครุ่นคิดคำนึง ก็น่าจะคุ้นกับบางชื่อ แต่ที่สุดก็คงไม่มาก)
  
     อย่างไรก็ตาม ผมมีความตั้งใจอยู่สามประการในการลงทุนลงแรงคราวนี้
 
     ประการแรก อยากพบปะตัวเป็น ๆ ที่ผมมีโอกาสได้รู้จักในโลกไซเบอร์ วงเล็บไว้หน่อยว่ามีบางคนอยากเจอเป็นพิเศษ (อาทิ ท่านผู้เฒ่า...)
  
     ประการที่สอง อยากรู้ว่า “ความรู้” ในทัศนะของ G2K คืออะไร และ
  
     ประการที่สาม G2K นั้น "จัดการความรู้" อย่างไร
 
....
 
     ที่นั่นครับ...
   
     ผมเจอ อ.ขจิต ฝอยทอง หน้าลิฟท์ ผมจำแกได้แม่น แม้ว่าจินตนาการผมจะผิดพลาดบางอย่าง แต่ถึงที่สุดผมก็มิได้ทักทาย เพราะเขินอายเกินกว่าจะเข้าไปทัก
 
   แต่ในขณะเดียวกันผมเองก็มิได้รับคำทักทายจากอาจารย์ ทั้งนี้ผมเข้าใจว่าภาพปรากฏของผมในตอนนั้น ตอนที่เดินสวนไปหยก ๆ มิได้อยู่ใน Memory ของแก ซึ่งแท้จริงแล้วการเข้าไปทักทายกับบรรดาผู้คนที่รู้จักเป็นธรรมชาติของแก (หลักฐานปรากฏดังที่ผมเห็นภาพในเวลาต่อมา ที่แกเข้าไปทักทายใครต่อใครอย่างเมามัน) 
   
     และหลังจากที่ผมบอกว่าผมคือผม เมื่อแกกลับเข้ามาในห้อง ถึงกับร้อง อ้าว...เหรอ...!!!
 
     แท้ที่จริงแล้ว ผมรู้จักกับผู้เข้าร่วมประชุมใน G2K หลายคน มีจินตภาพจากการเห็นภาพถ่ายของแต่ละคนในบล็อค และกว่าจะรู้ว่าจินตภาพนั้นมิใช่ หลังจากที่พบว่าตัวเองจำใครไม่ได้สักคน จินตภาพเกี่ยวกับผู้คนที่รู้จัก (ชื่อ) นั้นผิดพลาดทั้งหมด
 
     ต่อมา ผมเริ่มร้อง อ๋อ... เมื่อมีการแนะนำตัวเองในที่ประชุม
 
     การแนะนำผู้เข้าร่วมทำได้เก๋ไก๋ครับ
    
     ผู้ที่ดำเนินการคือ JJ ซึ่งอันที่จริงผมก็คุ้นเคยกับท่านบ้าง เนื่องจากเคยเข้าไปอ่านบางบันทึกของท่าน แต่เนื่องจากขีดจำกัดที่มาจากการรับรู้และประสบการณ์ที่ต่างออกไปของผม จึงไม่ "อิน" เนื้อหาในบันทึกของท่าน เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมมิได้แสดงความคิดเห็นตอบในบันทึก ดังเช่นผมทำกับสมาชิก G2K คนอื่น ๆ
 
     ในการแนะนำผู้เข้าร่วม แทนที่จะให้แต่ละคนแนะนำกันเอง ผู้ดำเนินการให้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนออกไปยืนต่อแถวเรียงหน้ากระดานหน้าห้องประชุม แล้วให้คนแรกแนะนำคนอยู่ถัดไปทางซ้ายมือ โดยเริ่มจากผู้มาไกลสุด แน่นอนว่าเริ่มต้นจากทีมงาน G2K ก่อน เนื่องจากเดินทางมาไกลจากด้ามขวานทอง ผมเองก็ถูกเชื้อเชิญให้ออกไปยืนต่อแถวในลำดับต้น ๆ เพราะเดินทางมาจากกกขวาน
 
     ผมตื่นเต้นมาที่ต้องถูกแนะนำและจะต้องแนะนำเพื่อนที่อยู่ทางซ้าย สารภาพตามตรง จำไม่ได้แล้วว่าใครคือผู้แนะนำผม แต่จำได้ว่าผมเป็นผู้แนะนำน้องเอ๋-เสี่ยวอวิ๋น
 
     ผมเป็นคนแรก ๆ ที่ถูกแนะนำ เมื่อพ้นเวลาตื่นเต้น จึงมีเวลาได้ฟังการแนะนำตัวจากบุคคลทางด้านขวาของผู้เข้าร่วมประชุมต่อไปเรื่อย ๆ
 
     ทั้งนี้ในการแนะนำหลังจากผมไม่นานไปจนถึงช่วงท้าย ผู้แนะนำจะแนะนำเพียงสั้น ๆ ทำให้ผู้ถูกแนะนำต้องแนะนำตัวเองต่อ บางคนก็เพลินพูดยาว บางคนพูดสั้น ๆ และบางคน ท่าน JJ ต้องแนะนำเพิ่มเติม 
 
     ช่วงนี้สติสตังค์ผมค่อยกลับมา จึงมีโอกาสได้ฟังมากขึ้น แน่นอนว่าผมได้รับข้อมูลและความรู้ในส่วนนี้มากในฐานะสมาชิกใหม่...
 
     บรรดาเพื่อน ๆ ที่มาเข้าร่วมประชุมนี้ เกือบทั้งหมดเป็นสมาชิก G2K (ที่ว่าเกือบทั้งหมดเพราะว่ามีบางคนตามเพื่อนมา)
  
     จากการแนะนำทำให้ผมทราบว่าผู้มาเข้าร่วมส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่ในสายสุขภาพ ทั้ง แพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ และสายการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ กระทั่งครูพยาบาลและครูหมอ ฯลฯ มีจากวงการอื่นบ้างประปราย เช่น นักพัฒนา กระทั่งบุคคลว่างงานเช่นผม
 
     ผู้คนเหล่านี้เข้ามาสู่ชุมชนนี้ได้อย่างไร ?
 
     มีหลากหลายครับ ทั้ง...
  
     จากการแนะนำ (แกมบังคับและขู่เข็ญ) จากผู้บังคับบัญชา
  
     จากการเข้าร่วมประชุม KM ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานต้นสังกัด
 
     จากการแนะนำ (ยัดเยียด) ของเพื่อน
  
     จากการเชื่อมโยงในโลกไซเบอร์ กระทั่งถูกอาจารย์ที่สอนอยู่แนะนำ (ประเด็นนี้ฮามาก เพราะเพื่อนเราคนหนึ่งบอกว่าอาจารย์จะตามไปดูบันทึกและนับการ Comment ซึ่งมีมากเท่าไรก็ได้ได้คะแนนมากตามไปด้วย)
 
     และจากการซอกแซกตามประสาคนไม่มีอะไรทำ (เช่นผม)
 
     ข้อมูลที่น่าสนใจในส่วนนี้อีกประเด็น ทำให้ผมได้รับความรู้ว่า G2K นี้มีบทบาทไม่เบา ที่ค่อนข้างหลากหลายมากครับ เช่น
 
     ที่เยอะมากเลยคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละคน น่าจะสืบเนื่องมาจากการเขียนบันทึกของมวลสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเขียนเรื่องราวประสบการณ์ของตนเอง (ผมคิดว่านี่เป็นการบันทึกเรื่องราวที่ง่ายที่สุด)
 
     บางคนไม่หวังเรื่องการแลกเปลี่ยน แต่คาดหวังว่าจะได้บอกเล่าประสบการณ์รวมทั้งความประทับใจของตนเอง แค่มีคนอ่านก็มีความสุขแล้ว (เช่นผมเป็นต้น)
 
     บางคนใช้พื้นที่นี้เป็นการบันทึกความทรงจำของตนเอง ซึ่งการเก็บบันทึกในบล็อคนั้นไม่จำเป็นต้องคอยดูแลรักษากลัวว่าจะสูญหาย เพราะว่ามันสามารถอยู่ได้ยืดยาวจนกว่าบริการนี้จะหายไป และแม้ว่าจะหายไปก็มีรูปแบบการเก็บข้อมูลของตนเองอย่างอื่นเข้ามาทดแทน เช่น การเก็บลงบนแผ่นซีดี ฮาร์ดดิสก์ ฯลฯ
 
     มีหลายคนครับ ที่ใช้พื้นที่นี้ในการฝึกหัดการเขียนบันทึก (หมายเหตุครับ : ผมว่าการเขียนบันทึกนี้มิใช่วัฒนธรรมของคนไทยบ้านเรา คนไทยมีวัฒนธรรมการพูดเล่า มิใช่การเขียน การเขียนบันทึกในบล็อคใกล้เคียงกับวัฒนธรรมการบอกเล่าเรื่องราว จึงน่าจะสอดรับกับวัฒนธรรมที่เรายึดถือสืบทอดกันมายาวนาน) หลายคนสะท้อนว่า ไม่รู้จะบันทึกอะไรในช่วงแรก แต่ก็พัฒนาขึ้นในระยะถัดมา ผมคิดตามว่า เออ...ก็จริงแฮะ เพราะมีโอกาสได้เข้าไปอ่านบันทึกของบางคนและเห็นถึงพัฒนาการการเขียนขึ้นอย่างเด่นชัด
 
     และถัดมา น่าจะมีไม่น้อยทีเดียวครับที่ใช้ G2K เป็นแหล่งข้อมูลทำรายงานส่งอาจารย์ ซึ่งแม้ว่าจะมีเพื่อนเพียงบางท่านที่สะท้อนถึงบทบาทนี้ แต่ประสบการณ์เกือบเดือนของผมใน G2K พบว่ามีนักศึกษาทั้งปริญญาตรี โท (ผมบังเอิญเห็นนักศึกษาปริญญาเอกด้วย) ใช้พื้นที่นี้เป็นเสมือนห้องสมุดทำรายงานส่งอาจารย์ และควรวงเล็บไว้ด้วยว่า มันถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับการหาความรู้โดยการสอบถามความรู้ที่ต้องการจากผู้เชี่ยวชาญในชุมชนนี้ด้วย
 
     สุดท้ายที่ผมตื้นตันใจไม่น้อย คือ การเป็นพื้นที่แห่งการให้กำลังใจ เพื่อนสมาชิกคนหนึ่งออกมาพูดประเด็นนี้ ความตื้นตันใจทำให้เธอกั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ (และถ้าหากยาวนานไปกว่านั้น ผมก็อาจจะมิสามารถกลั้นมันไว้ได้เช่นกัน) ประสบการณ์สั้น ๆ ของผมใน G2K ยืนยันบทบาทนี้จากการอ่านบันทึก การตอบโต้ทั้งของมวลสมาชิกรวมทั้งผม
 
     ทั้งหมดที่เล่ามานี้ เป็นส่วนแรกครับ